เสถียร เศรษฐสิทธิ์ ถ้าเป็นคนทำจริง อ่านสามก๊กกี่จบก็คบได้

0

smmagonline – เสถียร เศรษฐสิทธิ์ ที่ใครหลายรู้จักในนามของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาราบาวกรุ๊ป ที่ล่าสุดขอขยับขยายกลุ่มธุรกิจลงมาเล่นในตลาดสุรา ประเดิมด้วยเหล้าขาวแบรนด์ตะวันแดง ที่เล็งเห็นแล้วว่า ตลาดนี้มีศักยภาพในการเติบโตด้วยมาร์จินที่สูงถึง 30% ใกล้เคียงกับกำไรในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

“ผมทำอะไร ผมทำจริง!!”

          คำกล่าวหนักแน่นจากปากของเสถียรถึงมุมมองธุรกิจของเขาในปัจจุบัน แต่ใครจะรู้ว่าการคิดใหญ่นี้ส่วนหนึ่งมาจากตำราสำคัญอย่าง สามก๊ก ที่สอนให้เขารู้จักบริหารคน ฟันเฟืองสำคัญภายในองค์กรโจทย์ท้าทายสำหรับผู้บริหารทุกยุคทุกสมัย

“ผมเป็นคนอ่านหนังสือเยอะมากและ สามก๊ก คือหนังสือในดวงใจ เพราะเรื่องราวภายในเต็มไปด้วยการเรียนรู้คน ผมว่าสิ่งสำคัญที่สุดในสังคมคือสิ่งนี้ เพราะรอบตัวเราเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย ที่สามารถให้ทั้งคุณและให้โทษเราได้ ต่างจากสิ่งของ อาคาร บ้านเรือน ที่ไม่สามารถทำร้ายเรา”

เสถียร เล่าว่า เริ่มอ่านสามก๊กครั้งแรกตอนอายุยังไม่ถึง 10 ขวบ ในตอนนั้นแม่ของเขาทำอาชีพค้าขายเสถียรมีหน้าที่นำสิ่งของไปย่อยเพื่อจำหน่ายต่อ ในตอนนั้นเขาจึงได้เจอกับหนังสือสามก๊กเป็นครั้งแรกและเลือกที่จะเก็บไว้เอง ตั้งแต่บัดนั้นสามก๊กก็กลายเป็นวรรณกรรมในดวงใจในทันที

“สำหรับผม สามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ยังคงเป็นต้นตำรับในดวงใจ”

ตามอุปนิสัยแล้วเสถียรเป็นคนชอบอ่านหนังสือ แต่สำหรับสามก๊กนั้นถูกหยิบมาอ่านบ่อยครั้ง นอกจากนี้ยังมีโอกาสฟังสามก๊กเวอร์ชั่นบรรยายโดยอาจารย์อาคม ทันนิเทศ ผ่านทางวิทยุอีกด้วย จากการสั่งสมประสบการณ์ที่ผ่านมาเขาจึงยังยกให้สามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) เป็นที่หนึ่งในดวงใจ และยังแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า ภาพยนตร์ชุดที่ทำออกมาในยุคนี้เริ่มมีการตีความแตกต่างออกไปจากหนังสือบุคลิกตัวละครถูกปรับเปลี่ยนไปมาก

“จูล่งคือตัวละครในดวงใจ ของผม”

เมื่อถามถึงตัวละครในดวงใจเสถียรตอบอย่างมั่นใจว่าคือ “จูล่ง” เขาให้เหตุผลว่า ตัวละครนี้มีความสามารถเป็นได้ทั้งบู๊และบุ๋น มีความอ่อนน้อมถ่อมตนและไม่สุดโต่งเกินไป ทั้งหมดมีความเหมาะสมต่อการเป็นมนุษย์มากที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับตัวละครอื่น ตัวอย่างเช่น กวนอูที่มีความซื่อสัตย์เป็นจุดเด่นแต่ก็มีมากจนเกินไป หรือแม้กระทั่งเล่าปี่ตัวละครที่มีความซับซ้อนก็มีความคิดที่ยากต่อการเข้าถึงเกิดความเป็นจริง

ความพอดีของจูล่งกลายเป็นแบบอย่างในการทำธุรกิจ เพราะตัวผมเองไม่เคยคาดหวังว่าสักวันจะต้องเป็นผู้ยิ่งใหญ่เหมือนกับธุรกิจทุกวันนี้ที่ผมตั้งใจทำออกมาให้ดีที่สุดเพียงเพราะอยากเป็นหนึ่งในผู้เล่นแต่ไม่หวังล้มใคร

“หนังสือคือหนังสือ อ่าน 3 จบคบไม่ได้ไม่มีความสมเหตุสมผล”

เมื่อถามถึงคำที่ถูกพูดต่อกันมาหลายยุคสมัยว่า “อ่านสามก๊กสามจบคบไม่ได้” เป็นเรื่องจริงไหม เสถียร ยืนกรานว่าไม่ใช่เรื่องจริง เพราะคิดว่าโลกสมัยใหม่ไม่ได้มีอะไรที่ตายตัวอีกต่อไปแล้ว อีกทั้งโลกปัจจุบันถูกตั้งอยู่บนความเป็นเหตุเป็นผล เพราะฉะนั้นการอ่านหนังสือแล้วคบไม่ได้ผมถือว่าไม่มีความเป็นเหตุเป็นผลกัน ดังคำกล่าวที่ว่าฟังเพลงคือการบันเทิงอารมณ์ส่วนการอ่านหนังสือคือการบันเทิงความรู้เรา อันนี้ไม่จำกัดเฉพาะสามก๊กเท่านั้น หนังสืออะไรก็ตามที่เราเลือกอ่านเราก็จะได้ความรู้ความคิดที่ผู้เขียนต้องการถ่ายทอด

รู้จัก เสถียร เศรษฐสิทธิ์ หมอ(คง)ของเพื่อนๆให้มากขึ้น

– เริ่มทำงานตั้งแต่อายุได้ 11 ขวบ โดยเริ่มจากการหัดทำฝังพลอยหัวแหวน และขายเสื้อผ้าที่ตลาดพาหุรัด

หยุดเรียนตั้งแต่ชั้นประถมแต่สามารถสอบเทียบเท่า ม.ศ.5 และเอนทรานซ์เข้า เรียนต่อที่คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ อย่างที่ตั้งใจไว้

เสถียร เคยเป็นหนึ่งใน นักรบ ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ในนาม “สหายคง” ในขณะนั้นได้รับการฝึกอบรมเป็นเสนารักษ์ทำหน้าที่เป็นหมอทหารเป็นที่มาของฉายา “หมอคง” ในที่สุด

– สหายเชี่ยว เป็นฉายาของ ยืนยง โอภากุล หรือ แอ๊ด คาราบาว หนึ่งในเพื่อนร่วมอุดมการของ เสถียร ในตอนนั้นและกลายเป็นผู้ร่วมธุรกิจในปัจจุบัน

– ธุรกิจแรกที่เสถียรทำคือ โรงงานทำตะปู เมื่อปี พ.ศ.2523

– ถัดมาเกิดไอเดียเปิดโรงเบียร์แห่งแรกโดยร่วมทุนกับเพื่อนๆในชื่อ ตะวันแดงสาดแสงเดือน และเริ่มเปิดแห่งที่สองในชื่อโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง ในปี พ.ศ.2542

– ปี พ.ศ.2545 เริ่มเป็นที่รู้จักในวงการธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังและออกกาแฟกระป๋องพร้อมดื่ม

– ปี พ.ศ.2560 ขอสู่ศึกตลาดสุราภายใต้แบรนด์ตะวันแดงประเดิมด้วย “เหล้าขาว” เป็นสินค้าแรก

Share.