Apple Event 2017 ไม้เด็ดอยู่ที่ I Phone X

0

เป็นไปตามข่าวที่หลุดออกมาเรื่องไอโฟนไร้ปุ่มโฮม แต่หวยดันมาออกในชื่อ I Phone X (หรือ I Phone 10 ล้อตามอายุของบริษัท) ซึ่งออกมาในวาระครบรอบ 10 บริษัท แอปเปิ้ล โดยในรุ่นนี้มีความพิเศษทั้งเรื่องของหน้าจอแบบไร้ขอบ(อันที่จริงมีขอบน้อยมาก) รวมถึงระบบปลดล็อคแบบใช้ใบหน้าแทนลายนิ้วมือ เป็นต้น โดยข้อมูลทั้งหมดนี้เรารวบรวมไว้ในสรุปด้านล่างแล้วไปดูกันเลย

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าสเปคของเจ้า I Phone x เท่ากับ I Phone 8 ทุกประการ สามารถอ่านได้ในบทความนี้ >>> สรุปความต่างระหว่าง I Phone 8 และ I Phone 7 ซึ่งด้านล่างนี้เป็นส่วนอื่นๆที่ถูกเพิ่มเข้ามาในรุ่นพิเศษนี้

 

i Phone x ขอบโครเมียม ไม่มีปุ่มโฮม

  • ขนาดจอ 5.8 นิ้ว ใหญ่ที่สุดในตระกูลไอโฟนที่เคยทำมา
  • ใช้จอ OLED ซูปเปอร์เรติน่าดิสเพล ให้คุณภาพสีที่แม่นยำ
  • ไม่มีปุ่มโฮม
  • แตะที่หน้าจอเพื่อเปิดจอแทนการใช้ปุ่มด้านข้างจากนั้นเลื่อนขึ้นเพื่อเข้าหน้าโฮม หากต้องการย้อนกลับให้เลื่อนลง
  • เลื่อนขึ้นแล้วแตะค้างไว้เพื่อเข้าหน้าเคลียแอพพลิเคชั่น
  • ปุ่มด้านข้างที่ให้มาใช้เพื่อเรียกสิริ
  • แค่มองไปที่เครื่องไอโฟนจะจำผู้ใช้ได้ เรียกว่า Face ID ผ่านเซ็นเซอร์ด้านบน แสกนหน้าผู้ผ่านอินฟราเรด โดยอาศัยความตื้นลึกของรูปหน้า เพื่อป้องกันการแสกนด้วยรูปถ่าย
  • เมื่อเทียบกับการแสกนลานนิ้วมือยังมีโอกาส 1 ใน 50000 ที่จะสามารถทำได้ แต่สำหรับ Face ID อัตราความน่าจะเป็นคือ 1 ใน 1000000
  • Face ID สามารถใช้ได้กับทุกแอพพลิเคชั่นเพื่อรักษาความปลอดภัย อาทิ Apple Pay

  • Animoji แสกนหน้าและเปลี่ยนการแสดงสีหน้าตามผู้ใช้พร้อมบันทึกเสียง (เฉพาะใน i Massege เท่านั้น)
  • วิธีเปลี่ยนแอพพลิเคชั่นเลื่อนจากด้านล่างขึ้นบนแล้วค้างไว้ชั่วขณะหนึ่ง
  • เมนูลัดถูกเปลี่ยนให้เลื่อนจากด้านบนลงมาใช้งานคู่กับ Snap Chat ได้ดีขึ้น ทั้งการแสกนหน้าที่ไวและแนบเนียน (มีผลกับแอพพลิเคชั่นอื่นๆในลักษณะนี้)
  • กล้อง 12 ล้าน เหมือนในไอโฟน 8 โดย รูรับแสง 1.8 และ รูรับแสง 2.4 ทำให้ถ่ายในที่แสงน้อยได้ดีขึ้น
  • มีเซ็นเซอร์กันสั่นพร้อมโหมดปรับแสงเหมือนในไอโฟน 8
  • ความพิเศษอยู่ที่ ถ่ายรูปหน้าชัดหลังเบลอได้ด้วยกล้องหน้า ซึ่งไอโฟน 8 ทำไม่ได้
  • ใช้ชิพประมวลผล A11
  • แบตเตอรี่อยู่ได้นานกว่าไอโฟน 7 ถึง 2 ชั่วโมง
  • รองรับการชาร์จแบบไร้สาย
  • พร้อมเปิดตัว Air Power แท่นชาร์จไร้สายที่สามารถใช้พร้อมกันได้พร้อมกัน 3 อุปกรณ์ ทั้ง ไอโฟน หูฟัง และ แอปเปิ้ลวอช
  • ราคาเปิดตัว 999 เหรียญ
  • เปิดพรีออเดอร์ 27 ตุลาคม 2560 เปิดขายจริง 3 พฤศจิกายน 2560

 

Share.