SCG โชว์เหนือ แตกไลน์ธุรกิจ โซลูชั่นโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำครบวงจร

0

smmagonline- กลุ่มธุรกิจเคมีคอลส์ ของเอสซีจี ถือเป็นอีกหัวหอกสำคัญในการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ที่ช่วยเสริมทัพให้บริษัทแม่มีความแข็งแกร่ง ในการก้าวไปสู่ตลาดโลก ล่าสุดได้เปิดบ้านที่จ.ระยอง พาชม “Floating Solar Farm” หรือ โซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ ที่มีระบบจัดการโซลูชั่นแบบครบวงจร พร้อมจุดขายจากความเชี่ยวชาญในการผลิตพลาสติกที่ใช้นวัตกรรมใหม่ ผลิตทุ่นลอยน้ำฐานสำคัญของแผงโซลาร์ ให้มีศักยภาพการใช้งานที่เหนือกว่าคู่แข่งในตลาด

โซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ โซลูชั่นครบวงจร

ชลณัฐ ญาณารณพ

ชลณัฐ ญาณารณพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เคมิคอลส์ เล่าว่า การพัฒนาโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ หรือ Floating Solar Farm โดยเราใช้รูปแบบโซลูชั่นครบวงจรรายแรกของไทย ด้วยมองว่า พื้นที่ผิวน้ำในประเทศไทยมีประมาณ 14,600 ตร.กม. หรือ ประมาณ 9 ล้านไร่ คิดเป็น 3% ของพื้นที่ประเทศทั้งหมด

หากนำพื้นที่ผิวน้ำเหล่านี้มาใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ลูกค้าก็จะได้รับประโยชน์มากขึ้น ซึ่งโซลาร์ฟาร์มแบบลอยน้ำให้ประสิทธิภาพสูงกว่าการติดตั้งบนพื้นดิน และบนหลังคา เนื่องจากอาศัยธรรมชาติของน้ำในการช่วยระบายความร้อน (cooling effect) ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้มาเป็นพลังงานทดแทนที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

โดยแผ่นโซลาร์ในท้องตลาดนั้นมีหลากหลายราคาและมาจากผู้ผลิตหลายประเทศ โดยในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ราคาของแผ่นโซลาร์ลดลงมาจากแพงมากมาถึงถูกมากในปัจจุบัน เนื่องจากพลังงานทดแทนมีการใช้มากขึ้น และด้วยเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาต่อเนื่องทำให้ตนทุนราคาต่ำลง

อีกทั้ง เมื่อคำนวณอัตราค่าไฟฟ้าที่มีการซื้อกันในตลาดอยู่ที่ 3.40 บาทต่อวัตต์ แต่สำหรับโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำจะในอัตรา 2.50 บาทต่อวัตต์เท่านั้น จึงเห็นได้ชัดเจนว่ามีความต่างพอสมควร เรารู้ว่าไทยมีศักยภาพที่จะใช้โซลาร์เซลล์ได้มากกว่า 500 เมกะวัตต์

สำหรับโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ เหมาะสมกับผิวน้ำนิ่ง ที่ไม่มีการสัญจร อาจเป็นแหล่งน้ำประเภท อ่างเก็บน้ำ ทะเลสาป หรือบ่อน้ำของอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ซึ่งทุกโรงงานมีบ่อน้ำสำรองเพื่ออุตสาหกรรมตนเองทั้งสิ้น

ดังนั้น การมีโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ เพื่อผลิตพลังงานทดแทนใช้เสริมเข้าไปในอุตสาหกรรมจึงตอบโจทย์ได้ดี ซึ่งควรเริ่มมต้นความต้องการใช้พลังงานที่มากว่า 1 เมะวัตต์

ทุ่นลอยน้ำ จุดขายสำคัญ

การพัฒนาโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ เป็นการต่อยอดจากธุรกิจปิโตรเคมี ด้วยการนำเม็ดพลาสติกโพลิเอทิลีนเกรดพิเศษมาออกแบบและพัฒนาเป็นทุ่นลอยสำหรับใช้เป็นฐานให้แผงโซลาร์ ซึ่งติดตั้งง่าย รวดเร็ว และประหยัดพื้นที่ได้ถึง 10% เมื่อเปรียบเทียบกับการติดตั้งแผงโซลาร์แบบลอยน้ำชนิดอื่นๆ อีกทั้ง ทุ่นลอยน้ำยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนานถึง 25 ปี ใกล้เคียงกับอายุการใช้งานของแผงโซลาร์

โดยเราสามารถให้บริการตั้งแต่กระบวนการออกแบบ การผลิตทุ่น การติดตั้งและระบบยึดโยงตัวทุ่น ไปจนถึงการดูแลรักษา ซึ่งนอกจากจะเป็นการใช้พื้นที่ผิวน้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดแล้ว ยังช่วยลดการสูญเสียทรัพยากรน้ำจากการระเหย และช่วยเพิ่มพื้นที่ผลิตพลังงานทดแทนให้กับประเทศอีกด้วย

เทคโนโลยีผนวกนวัตกรรม

สำหรับการบำรุงรักษานั้น เราได้เพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับความปลอดภัยในการทำงานโดยใช้ โดรน (Drone) บินสำรวจและตรวจสอบค่าความร้อน สามารถบันทึกภาพเพื่อนำมาวิเคราะห์ประสิทธิภาพการทำงานของแผงโซลาร์ได้

อีกทั้ง ในส่วนของสภาพใต้น้ำ มีหุ่นยนต์ดำน้ำ (Underwater Visualizer Robot) เพื่อตรวจสอบทุ่นและโครงสร้างที่อยู่ใต้น้ำ เก็บข้อมูลและส่งผลสำรวจรายงานมาที่ส่วนควบคุมเพื่อประมวลผล

ต้องยอมรับว่าควาชาญฉลาดของเทคโนโลยีที่มีโซลูชั่นการจัดการที่ครบถ้วน ทำให้การบริหารจัดการโซลาร์ฟาร์มเป็นไปด้วยความแม่นยำ และส่งผลต่อประสิทธิภาพอย่างคุ้มค่า

เร่งทำ R&D หานวัตกรรมใหม่ ลุยตลาดโลก

อย่างไรก็ตามในปี 2560นี้ เราให้ความสำคัญด้านวิจัยและพัฒนา (R&D) ค่อนข้างมาก ทุ่มงบประมาณกว่า 3,600 ล้านบาท เพื่อผลักดันงานวิจัยสู่ตลาดทั้งในประเทศ อาเซียนและระดับโลก

ซึ่งปัจจุบัน กลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์ มีทีมงานวิจัยประมาณ 630 คน ในจำนวนนี้เป็นนักวิจัยระดับ Ph.D. ในสัดส่วนประมาณ 20%

ทั้งนี้ มีการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม หรือ ASTEC (Advanced Science and Technology Center) ที่ทันสมัยเทียบเท่าระดับสากล ซึ่งปี 2560ที่ผ่านมา เรามีสิทธิบัตรเพิ่มมากขึ้นจากปีก่อนหน้า 83% ซึ่งเป็นการจดสิทธิบัตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ

นวัตกรรมที่เราทำขึ้น ไม่มองแค่การทำตลาดในบ้านเท่านั้น แต่มองไกลไปต่างแดน ซึ่งเราเองก็มีเครือข่ายที่จะขยายฐานออกไปได้ ทั้งในยุโรปและอเมริกา” ชลณัฐ กล่าว.

Share.