MG ลั่นลุย Small Car พร้อมแผนจับตลาดวัยรุ่นให้อยู่หมัด

0

smmagonline – หนึ่งในตลาดรถยนต์ที่ MG แบรนด์รถยนต์สัญชาติอังกฤษ เล็งไว้คือ ตลาดรถยนต์ขนาดเล็ก ซึ่งถือเป็นเซ็กเมนต์ที่ใหญ่ที่สุดกินแชร์มากถึง 61% ของตลาดรถยนต์ในบ้านเรา ซึ่งหลังจากปล่อย MG 3 ไปและสามารถสร้างยอดขายได้มากถึง17,000 คัน ล่าสุด MG จึงตัดสินใจตีเหล็กตอนร้อนต่อ ด้วยการปล่อย ALL NEW MG 3 โดยหวังให้เป็นกำลังสำคัญในการทำตลาดรถเล็กในปีนี้  

ก่อนเจาะลึกถึงแผนการทำตลาดรถรุ่นใหม่นี้ ลองไปทำความรู้จักกับ แบรนด์น้องใหม่ในตลาดรถไทยนี้กันก่อน เพื่อจะได้เห็นภาพรวมของธุรกิจ MG ทั้งในไทย และเวทีระดับโลก

MG Global

  • เอ็มจี ก่อตั้งขึ้นในปี 1924 โดยชื่อ MG นั้นย่อมาจาก Morris Garages เป็นแบรนด์สัญชาติอังกฤษ
  • ปัจจุบันแบรนด์ เอ็มจี อยู่ภายใต้การดูแลของ เอสเอไอซี
  • มีศูนย์กลางทางด้านการออกแบบ ฟังก์ชันการใช้งาน และการออกแบบด้านเทคนิคที่เมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ
  • เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจากรถยนต์ 2 ที่นั่งรุ่น MGB Roadster เปิดตัวในปี 1962

 MG Thailand

  • บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ก่อตั้งขึ้นในปี 2013 เพื่อกำกับดูแลงานด้านการขาย การตลาด และบริการหลังการขาย และกำกับดูแลเครือข่ายผู้จัดจำหน่ายของ เอ็มจี ทั้งที่เป็นบริษัทร่วมทุน และที่เป็นบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) และบริษัท เซี่ยงไฮ้ ออโตโมทีฟ อินดัสทรี คอร์ปอเรชั่น (เอสเอไอซี)
  • ทั้งนี้ เอสเอไอซี เป็นกลุ่มบริษัทรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน และเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้ร่วมกันก่อตั้งบริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด ขึ้นเพื่อผลิตรถยนต์ เอ็มจี และจำหน่ายภายในประเทศไทย รวมทั้งการส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน
  • โรงงานผลิตรถยนต์ของบริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมเหมราช จังหวัดชลบุรี

MG แบรนด์รถยนต์สัญชาติอังกฤษ ได้เข้ามาทำตลาดรถยนต์ในไทยตั้งแต่ปี 2014 ถึงจะเป็นแบรนด์น้องใหม่ แต่มีศักยภาพในการทำตลาดสูง เพราะเป็นการร่วมมือกันของ 2 ขาใหญ่ อย่าง เอสเอไอซี ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทรถยนต์รายใหญ่ในจีน และ และเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ซึ่งตอนนี้ลูกค้า MG ในไทยมีอยู่ราว 30,000 คัน

พงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์

ภาพรวมตลาดรถยนต์ในไทย 2018 (จำนวน)

ทั้งนี้ พงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองประธานบริษัท บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด วิเคราะห์ตลาดรวมรถยนต์ที่นั่งส่วนบุคคล ในไทยปีนี้ว่า คาดโตราว 10% หรือประมาณ 950,000 คัน  โดยแบ่งเซ็กเมนต์ได้คร่าวๆ ดังนี้

  • Small Car (B+ ECO CAR) 61%
  • SUV 14%
  • C 13%
  • MVP 3%
  • D 2%
  • OTHER 6%

โอกาสของ MG ในไทย

MG เข้ามาทำตลาดในไทยตั้งแต่เมื่อ 5 ปีที่แล้ว หรือ ช่วงค.ศ. 2014 ปัจจุบัน มีโชว์รูมอยู่ราว 83 แห่ง (กทม 20 แห่ง ตจว. 63แห่ง) มีแผนเพิ่มโชว์รูมเป็น 120 สาขาภายในสิ้นปีนี้ และมีรถยนต์จำหน่ายอยู่ทั้งหมด 5 โมเดล คือ MG6, MG5, MG3, GS และZS

ซึ่งปัจจุบันมีคนไทยที่ใช้รถยนต์ MG ประมาณ  30,000 คัน ซึ่งเป้าหมายในปีนี้ คาด จะสามารถจำหน่ายรถได้ราว 30,000 คัน โดยมาจาก รุ่น ZS – 15,000 คัน, ALL NEW MG 3 – 10,000 คัน, GS – 3,000 คัน และ MG5 – 2,000 คัน

สำหรับกลยุทธ์ทางด้านการทำตลาด รถใหม่อย่าง  ALL NEW MG 3 ซึ่งเน้นจับกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่มีไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย และมองหาความคุ้มค่า จะทำอยู่ภายใต้คอนเซ็ปท์ใหญ่ คือ FUN

“WE ARE FUN” : มองโลกให้สนุกทุกเส้นทาง” พร้อมปรับโฉมด้วยการออกแบบที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ สีสันโดนใจ เต็มเปี่ยมไปด้วยสมรรถนะที่จะเพิ่มประสบการณ์ขับขี่ของคุณให้สนุกทุกเส้นทาง

FUN สำหรับ MG ในที่นี้แบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ  

  1. FUN Design : เติมความสดใสด้วยสีสันแนว บริท ดูโอ้ คัลเลอร์ สไตลิ่ง (Brit Duo Colour Styling) และช่วยเปิดมุมมองความสนุกให้กว้างขึ้นกับหลังคา ซันรูฟ (Sunroof) ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบที่มีสไตล์ดูหรูหราสปอร์ตพรีเมียมขึ้น เป็นต้น
  1. FUN Driving : ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินแบบ DOHC VTi-TECH ขนาด 1.5 ลิตร ให้พละกำลัง 112 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตรที่ 4,500 รอบต่อนาที ผสานการทำงานด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติใหม่ เป็นต้น
  1. FUN Lifestyle : ระบบการเชื่อมต่ออัจฉริยะ i-SMART มาพร้อมกับการอัพเดทฟังก์ชันใหม่บนแผนที่นำทางที่สามารถแนะนำร้านอาหาร และที่พัก เพิ่มความสนุกอีกขั้นกับเสียงเพลงจากศิลปินค่ายต่างๆผ่านระบบออนไลน์ เป็นต้น

ส่วนแผนการทำตลาด พงษ์ศักดิ์ ย้ำว่า จะเน้นไปที่เรื่องของการออกงานอีเว้นท์รถยนต์ใหญ่ที่จัดขึ้นในไทย รวมถึงมีแผนทำโรดโชว์ไปยัง 20 จังหวัดทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ALL NEW MG3 มีสีให้เลือก ทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีเหลืองทิวดอร์ เยลโล่ (Tudor Yellow)  สีแดง รูบี เรด (Ruby Red)  สีฟ้ามารีนา บลู (Marina Blue)  สีขาวอาร์กติกไวท์ (Arctic White) และสีดำแบล็คไนท์ (Black Knight)

พร้อมกันนี้ ลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ ALL NEW MG3 จะได้รับแพ็คเกจใช้งานระบบอัจฉริยะ i-SMART ฟรี เป็นระยะเวลา 5 ปี และสิทธิพิเศษหลังการขายอีกมากมาย

สำหรับ MG3 โฉมใหม่นี้ มีให้เลือก 4 รุ่น สนนราคาดังนี้  รุ่น C 519,000 บาท, รุ่น D 549,000 บาท, รุ่น X 589,000 บาท และ รุ่น V  629,000 บาท  ซึ่ง พงษ์ศักดิ์ มั่นใจว่า ด้วยคุณภาพของรถยนต์ทั้งในแง่ของดีไซน์ เทคโนโลยีระดับสูงที่ส่วนใหญ่มักอยู่ในรถหรูๆแพงๆ แต่ MG สามารถนำมารวมอยู่ในรถโฉมใหม่ในราคาที่พิเศษแบบนี้เชื่อว่า จะสามารถดึงดูดใจกลุ่มคนรุ่นใหม่  ให้มาเป็นลูกค้าได้ไม่ยาก และมียอดขายไม่น้อยกว่า 10,000 คัน ภายในปีนี้

ติดตามข่าวธุรกิจการและกลยุทธ์การตลาดได้ที่ http://www.smmagonline.com

 

Share.