Joox Vs Spotify รุกทุกพิกัดเปิดศึก “Entertainment Platform”

0

smmagonline – ในปีที่ผ่านมาคนไทยฟังเพลงผ่านแพลตฟอร์มมิวสิค สตรีมมิ่งมากกว่า 2,000 ล้านครั้ง มียอดดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นถึง 50 ล้านครั้ง คิดเป็นอัตราการเติบโตกว่า 2 เท่าตัว เมื่อเทียบกับปี 2559 และที่น่าสนใจคือผู้ให้บริการรายสำคัญอย่าง JOOX มีการเติบโตด้านรายได้มากกว่า4 เท่า นับเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการขยายตัวของตลาด ขณะเดียวกันก็สะท้อนถึงความนิยมในการฟังเพลงออนไลน์ของคนไทยที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว

อีกทั้งขณะนี้เมืองไทยจัดเป็นตลาดที่มีคู่ขับเคี่ยวระดับโลกเข้ามาแข่งขันไม่ว่า Apple Music แต่ที่น่าจับตามองคือ JOOX ในเครือเทนเซ็นต์ และ Spotify สัญชาติสวีเดน ที่ต่างต้องการช่วงชิงความเป็นที่หนึ่งในตลาดมิวสิค สตรีมมิ่งในไทย

Spotify จัดเต็มทุกแพลตฟอร์ม

การเข้ามาปักหมุดในไทยของ Spotify ผู้ให้บริการมิวสิค สตรีมมิ่งอันหนึ่งของโลกด้วยพื้นที่ให้บริการมากกว่า 61 ประเทศ มียอดผู้ใช้บริการมากกว่า 140 ล้านคน เป็นการส่งสัญญาณสำคัญต่อธุรกิจบริการมิวสิค สตรีมเนื่องจากขีดความสามารถของ Spotify จะเป็นตัวแปรต่อธุรกิจโดยรวมทั้ง ในแง่การเติบโตของมูลค่าตลาด การขยายฐานกลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้น รวมถึงระดับการแข่งขันที่ย่อมจะพลุ่งพล่านขึ้น

เนื่องจากความแข็งแกร่งที่มีไม่ว่าจะเป็นคลังเพลงสากลกว่า 30 ล้าน เพลงจากทั่วโลกซึ่งนำมาจัดเพลย์ลิสต์ได้ถึง 2 พันล้านเพลย์ลิสต์ นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มเพลงมากกว่า 30,000 เพลงทุกวัน ทำให้ Spotify โดดเด่นในแง่ที่ผู้ฟังจะได้รู้จักเพลงใหม่ๆ ศิลปินใหม่ๆ จากทุกมุมโลกง่ายและเร็วขึ้น รวมถึงการเป็นรายเดียวที่นำเทคโนโลยี AI (Artifcial Intelligence) มาวิเคราะห์พฤติกรรมคนฟังเพื่อให้นำเสนอเพลงให้ตรงกับความต้องการของผู้ฟัง

นอกจากนี้ Spotify มีแผนนำฟีเจอร์เข้าช่วยคัดสรรเพลงให้ตรงสไตล์การฟังเพลงในเชิงลึกมากขึ้น เช่น การพัฒนาแพลตฟอร์ม Discover Weekly ที่จะจัดเรียงเพลย์ลิสต์จากพฤติกรรมการฟังเพลงของแต่ละคนและจะอัพเดททุกวันจันทร์ หรือ Release Radar เพลย์ลิสต์เพลงใหม่จากศิลปินที่แต่ละคนติดตามและรับฟังมากที่สุดโดยจะอัพเดททุกวันศุกร์ เพื่อทำให้การฟังเพลงของทุกคนไม่ตกเทรนด

รวมถึงแพลตฟอร์ม Your daily mix ที่จัดเพลงซึ่งแต่ละคนฟังบ่อยให้เป็นเพลย์ลิสต์ พร้อมทั้งแนะนำเพลงที่คล้ายๆ กับแนวเพลงที่ชอบในแทร็คต่อๆ ไป เป็นการเปิดประสบการณ์ฟังเพลงรู้จักแนวเพลง ศิลปินใหม่เพิ่มขึ้น ทั้งยังสามารถกด Follow ศิลปินที่ชอบและจะได้เห็นความนิยมหรือยอด Follow ของเพลงได้ ทำให้รับรู้ถึงความนิยมของเพลงได้ เรียกว่าจะไม่ตกเทรนด์

ส่วนในไทยนั้นได้นำแพลตฟอร์ม Daily Mix เข้ามาให้บริการ และให้บริการ Spotify Radio ฟังก์ชั่นสำหรับการฟังวิทยุ, ฟังก์ชั่นเนื้อเพลงบนโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปได้ด้วย ขณะที่การพัฒนาเพลย์ลิสต์จะให้สำคัญกับความหลากหลาย เช่น Thai Pop Hits, Luk Thung Hits (เพลงลูกทุ่งสุดฮิต), Sawasdee Thailand และ Pue Chiwit Love Songs (เพลงรักเพื่อชีวิต) เพื่อให้เข้าถึงคนฟังเพลงทุกกลุ่ม

Spotify ยังตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ในเรื่องการแชร์ ซึ่งเป็นผลจากคุณภาพเสียงที่คมชัดสูงสุดในขณะนี้ที่ระดับ 320 Kbps ทำให้แชร์เพลงผ่าน Facebook ,Twitter รวมถึง Line และ Messenger ได้นอกจากจะฟังสดได้ผ่านหน้าฟีด Friend Activity บนคอมพิวเตอร์ โดยแอพพลิเคชั่น Spotify ใช้งานได้ทั้งมือถือ แล็ปท็อป แท็บเล็ตหรือ PlayStation™Music สำหรับเครื่องเล่น PlayStation®4 และ PlayStation®3 ล่าสุด Spotify ใช้ราคาเข้ามาชิงฐานตลาดด้วยแคมเปญสมัครสมาชิก 3 เดือน ในราคา 13 บาท

แม้ว่าการเริ่มต้นในไทยของ Spotify จะช้ากว่าคู่แข่งขันแต่ด้วยชื่อชั้นและดีกรีของการเป็นผู้นำในตลาดฝั่งยุโรป อเมริกา จนถึงหลายประเทศในเอเชีย จึงเป็นที่รู้จักของคนฟังเพลงอยู่แล้วอีกทั้งขีดความสามารถในการใช้กลยุทธ์ Localize ที่ส่งให้ขึ้นเป็นผู้นำตลาดในหลายประเทศ Spotify จึงเป็นแบรนด์ใหม่ในไทยที่อาจทำให้ตลาดเพลงดิจิทัลในไทยเปลี่ยนไป

Joox ต้องเป็นมากกว่าแอพฯ ฟังเพลง

ปัจจุบัน Joox เป็นผู้ให้บริการมิวสิค สตรีมมิ่งรายใหญ่ในไทยด้วยโมเดล Freemium คือบริการฟังฟรีและรูปแบบสมาชิก ซึ่งจะได้สิทธิในการฟังเพลงสากลจากค่ายเพลงระดับโลกอย่าง Warner Music และ Universal Music โดยไม่มีโฆษณามาคั่นความบันเทิงด้วยราคา 129 บาท

ขณะนี้จุดแข็งของ Joox อยู่ที่การเข้าถึงคนไทยระดับแมสได้กว้าง เนื่องจากมีคลังเพลงไทยจำนวนมากจากทุกค่าย หลากหลายทุกแนวเพลงทำให้มีเพลงไทยมากกว่าแอพฯ อื่นๆ สามารถฟังเพลงเก่าๆ ได้ทั้งในยุค 80s – 90s ซึ่งโดยรวมให้บริการมากกว่า 3.5 ล้านเพลง จากค่ายเพลงกว่า 100 ค่ายทั่วโลก

ส่วนการตอบโจทย์ในเชิงธุรกิจ Joox ขับเคลื่อนเพื่อขยายฐานผู้ใช้บริการแบบพรีเมียมและสร้างแบรนด์ผ่านโมเดลลักษณะ O2O (Online to Ofine) หรือจากออนไลน์สู่ออฟไลน์ให้ขนานกันไป โดยจะใช้กิจกรรมทางการตลาดเข้ามาสร้างการรับรู้และดึงจำนวนผู้ใช้บริการให้เข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่องอาทิ การจัดกิจกรรมประกาศรางวัล JOOX Thailand Music Awards และ JOOX Thailand Top 100 รวมถึงการจัดโรดโชว์ในสถาบันการศึกษา

สำหรับปีนี้ซึ่งเป็นปีแรกที่คู่แข่งอย่าง Spotify เข้ามาท้าชิงเต็มรูปแบบทำให้เห็นถึงแผนรุกให้หลายมิติของ Joox ที่ให้น้ำหนักกับการพัฒนาแพลตฟอร์มผ่านการขยายคอนเทนต์เพื่อตอบโจทย์ความบันเทิงให้ได้ในหลายมิติ เช่น การถ่ายทอดสดคอนเสิร์ต ซึ่งล่าสุดเป็นคอนเสิร์ตจากเกาหลีที่ได้แรงหนุนจากบริษัทแม่อย่างเทนเซ็นต์ประเทศจีน เพื่อให้ Joox เป็นแบรนด์ที่เข้าถึงเทรนด์ดนตรีฝั่งเอเชียก่อนใครและมีแผนที่จะถ่ายทอดคอนเสิร์ตแบบสดๆ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการให้น้ำหนักกับการจัดคอนเสิร์ตในหลายๆ จังหวัดทั่วประเทศ

นอกจากนี้ได้เตรียมที่จะนำเสนอรายการออนไลน์เกี่ยวกับดนตรีและศิลปิน ไม่ว่าจะเป็นการจัดอันดับชาร์ตเพลงฮิต,จัดงานประกาศรางวัลให้กับศิลปินประจำปีอย่าง Joox Music Awards รวมถึงเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ฟังได้มีส่วนร่วมในการโหวตให้กับศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบ เป็นต้น รวมถึงการเปิดพื้นที่ให้วงดนตรีอิสระได้มีโอกาสเป็นที่รู้จักในวงกว้างและสร้างฐานแฟนคลับขึ้นเองได้หรือสร้างรายได้เองได้โดยตรงผ่านแพลตฟอร์มของ Joox

รวมถึงการเตรียมขยายแพลตฟอร์มให้เป็นมากกว่าแอพพลิเคชั่นของฟังเพลงอย่างเดียวด้วยฟีเจอร์ “Fan Space” ที่จะเป็นช่องทางให้ศิลปินกว่า 30 คนมาไลฟ์พูดคุยกับแฟนเพลงในรูปแบบเดียวกับ VOOV ซึ่งแฟนเพลงสามารถให้ไอเทมกับนักร้องที่ชอบและไอเทมที่ว่านีสามารถนำไปแลกเป็นเงินสดได้ นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ JOOX Karaoke ให้ผู้ใช้ได้เข้ามาร้องและแชร์บนโลกโซเชียลในจำนวนเพลงกว่า 111,000 เพลง

ขณะเดียวกัน JOOX จะนำคอนเทนต์ที่หลากหลายมาเผยแพร่บนแพลตฟอร์ม อาทิ รายการวิทยุเรื่องผีและดูดวง พร้อมแพลตฟอร์ม Spotlight ที่จะเป็นช่องทางในการผลักดันศิลปินอินดี้ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

ด้วยฐานผู้ใช้บริการที่ต้องผ่านการลงทะเบียนหรือใช้ผ่านการเชื่อมกับเฟซบุ๊ครวมถึงแอพฯอื่นๆ ซึ่งนอกจากจะได้ทราบถึงข้อมูลส่วนตัว พฤติกรรมและไลฟ์สไตล์รวมถึงการใช้เวลาเฉลี่ยในการฟังเพลงออนไลน์และทราบถึงอุปกรณ์ที่ใช้

เช่น การเก็บข้อมูลของ Joox ที่ทำให้รู้ถึงกลุ่มผู้ใช้งานในประเทศไทยที่จะอยู่ในช่วงอายุ 18-24 ปี และ 25-34 ปีเป็นหลักในสัดส่วน 50% (แบ่งเป็นช่วงละ 25% เท่าๆ กัน) รองลงมาคือช่วงวัย 35-44 ปี และต่ำกว่า 18 ปี 40% (แบ่งเป็นช่วงละ 0% เท่าๆ กัน) ที่เหลืออีก 10% เป็นผู้ใช้งานอายุ 44 ปีขึ้นไป

โดยคนฟัง JOOX ส่วนใหญ่ 43% จะอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ, 14% อยู่ใน ภาคกลาง, 13% อยู่ในภาคอีสาน, 11% อยู่ในภาคเหนือ, 9% ภาคใต้, 8% ทางภาคตะวันออก และอีก 2% อาศัยในโซนตะวันตก เป็นต้น

ขณะที่ Spotify จะให้ความสำคัญกับการจัดเก็บข้อมูลอย่างละเอียด นอกจากข้อมูลส่วนตัวเบื้องต้นยังจะเก็บสถิติด้านรสนิยมการฟังเพลงในแต่ละช่วงเวลาของวัน ความยาวในการรับฟังซึ่งใช้เวลาเฉลี่ยของผู้ใช้งาน Spotify ทั่วโลกอยู่ที่ 148 นาที ใน 1 วัน ผ่านช่วงเวลา อุปกรณ์ แม้กระทั่งระดับเสียงดัง-เบาในการฟัง และสภาพแวดล้อมที่สะท้อนถึงของพฤติกรรมของผู้ใช้บริการสตรีมมิ่งในยุคปัจจุบันอย่างแท้จริง

ข้อมูลเหล่านี้จะทำให้เข้าใจตัวตนและอารมณ์ผู้บริโภคได้อย่างลึกซึ้ง จึงเป็นโอกาสของแบรนด์ต่างๆ ในการเข้าถึงผู้ใช้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ซึ่งทันทีที่ Spotify เปิดตัวในไทยได้มีเดียเอเจนซี่อย่างมายด์แชร์เป็นเป็นพันธมิตรรายแรก และมีแบรนด์ในการดูแลอย่างเรโซน่า เคลียร์ แม็กนั่ม ไนกี้ มาสด้าและเป๊ปซี่ ที่ต้องการใช้ช่องทาง Spotify เข้ามาสร้างความแตกต่างในการสร้างแบรนด์และเจาะกลุ่มเป้าหมายให้แม่นยำมากขึ้น

ติดตามข่าวธุรกิจการและกลยุทธ์การตลาดได้ที่ นิตยสารเอสเอ็ม และ www.smmagonline.com 

Share.