SCG ต่อยอดแบรนด์ Fest ขยายการลงทุนกล่องอาหารปลอดภัย เชื่อโอกาสในตลาดสูง

0

SMMAGONLINE – เอสซีจี เดินหน้าปั้นแบรนด์ เฟสท์ (Fest) บรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัย ต่อเนื่อง ล่าสุดทุ่มงบลงทุน 400 ล้านบาท พัฒนาโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์เยื่อธรรมชาติเฟสท์ จ.ขอนแก่น ตั้งเป้าภายใน 5 ปี รุกตลาดบรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัยสำเร็จ มีแชร์ในตลาดบรรจุภัณฑ์อาหารในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 10% หรือมียอดขายราว 3,000 ล้านบาท

Fest ธุรกิจใหม่ในเครือ SCG

ช่วยเสริมความแกร่งให้กลุ่มธุรกิจกระดาษ 

แบรนด์เฟสท์ (Fest) บรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัยใหม่ คือ หนึ่งในธุรกิจที่อยู่ในส่วนของ Packaging Business ของ SCG  โดยย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน SCG  ได้ปั้นแบรนด์ เฟสท์ ขึ้นมา โดยมีฐานการผลิตใหญ่อยู่ที่ โรงงานขึ้นรูปบรรจุภัณฑ์กระดาษเฟสท์ จ.สมุทรสาคร ซึ่งมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 250 ล้านชิ้น/ปี

หลังจากชิมลางในตลาดมา 2 ปี ทำให้เข้าใจความต้องการของลูกค้ามากขึ้นประกอบกับจากปริมาณความต้องการใช้งานบรรจุภัณฑ์ที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งธุรกิจอาหารและธุรกิจบริการอาหารเดลิเวอรี่ และเทรนด์สำคัญของโลกในปัจจุบันที่ตระหนักในเรื่องสิ่งแวดล้อม เฟสท์จึงพัฒนาบรรจุภัณฑ์เยื่อธรรมชาติเฟสท์ เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ โดยผลิตจากเยื่อยูคาลิปตัสจากป่าปลูก

ล่าสุดจึงได้ลงทุนเพิ่ม 400 ล้านบาท เพิ่มฐานการผลิตขึ้นมาใหม่อีกหนึ่งแห่งคือ โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์เยื่อธรรมชาติเฟสท์ จ.ขอนแก่น โดยมีกำลังการผลิตเฉลี่ย 150 ล้านชิ้น/ปี นับได้ว่าเป็นโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารจากเยื่อยูคาลิปตัสรายแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากลตลอดกระบวนการผลิต ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ในความสะอาดและปลอดภัย

วิมล จันทร์เทียร

โอกาสของธุรกิจ Fest 

บรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัย

ทั้งนี้ วิมล จันทร์เทียร Fest Brand Director กล่าวว่า “บรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัยเฟสท์ (Fest) เผยว่าภาพรวมของตลาดบรรจุภัณฑ์ในไทยปีนี้อยู่ที่ราว 109,000 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้ราว 74,000 ล้านบาท อยู่ในกลุ่มของ Processed Food  ส่วนที่เหลือราว 35,000 ล้านบาท จัดอยู่ในกลุ่มของ Quick Chain Restaurant

ใครคือ กลุ่มลูกค้าหลักของแบรนด์ เฟสท์

คำตอบคือ  Quick Chain Restaurant นั้นเอง

โดย วิมล ขยายความเพิ่มเติมว่าตลาด บรรจุภัณฑ์ ในกลุ่มของ Quick Chain Restaurant ซึ่งมีมูลค่ามากถึง 35,000 ล้านบาท นี้แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่คือ

  • Street Food มีการใช้บรรจุภัณฑ์มากกว่า 5,300 ล้านบาท  โตเฉลี่ย 6%/ปี
  • SME – Food Restaurant มีการใช้บรรจุภัณฑ์มากกว่า 4,200 ล้านบาท โตเฉลี่ย 4%/ปี
  • Chain Restaurant มีการใช้บรรจุภัณฑ์มากถึง 2,100 ล้าน โตเฉลี่ย5%/ปี

ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ธุรกิจอาหารและธุรกิจบริการอาหารเดลิเวอรี่ในกลุ่มนี้มีมูลค่ามหาศาลและเติบโตอย่างรวดเร็ว ทว่าการจะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเหล่านี้ก็ต้องอาศัยกลยุทธ์การทำตลาดที่แตกต่าง

โดยล่าสุดได้มีการตั้งบริการ เฟสท์ โซลูชั่น ให้คำปรึกษาด้านการออกแบบและผลิตบรรจุภัณฑ์สำหรับลูกค้าผู้ประกอบธุรกิจอาหารอย่างครบวงจร เพื่อสร้างความพิเศษและเอกลักษณ์เฉพาะให้กับร้าน โดยคำนึงถึงความเหมาะสมกับประเภทอาหาร ทำให้อาหารที่ส่งถึงมือลูกค้าน่ารับประทานและสะดวกในการรับประทานทันที พร้อมอำนวยความสะดวกในการสั่งผลิตตามความต้องการของลูกค้าอีกด้วย

พร้อมกล่าวย้ำว่า บรรจุภัณฑ์อาหารเฟสท์ มีความขาว ผิวเรียบเนียน แข็งแรง รองรับการเรียงซ้อนได้ สามารถทนน้ำและน้ำมัน ไม่รั่วซึม อีกทั้งยังสามารถอุ่นร้อนโดยการเข้าไมโครเวฟได้ มีดีไซน์ที่หลากหลาย มีขนาดและรูปทรงที่แตกต่างกัน สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ในทุกรูปแบบ เหมาะกับสังคมเมืองในยุคปัจจุบัน

ราคา คือ ความท้าทาย

แก้ด้วยการให้ความรู้

ทั้งนี้ วิมล ยอมรับว่า หนึ่งในโจทย์ที่ท้าทายของการทำธุรกิจบรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัยนี้คือ เรื่องของ ราคา  ซึ่งยังถือว่าสูงเมื่อเทียบกับบรรจุภัณฑ์อาหารประเภทอื่น ยกตัวอย่างเช่น โฟมอยู่ที่ 40 สตางค์ ในขณะที่บรรจุภัณฑ์ เฟสท์ ราคาเฉลี่ยที่ 1.60 – 3 บาท

แนวทางการแก้ไขจุดอ่อน  คือ เดินหน้าสื่อสารทำการตลาดให้ความรู้เกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัยแก่ทั้งผู้ประกอบการ และผู้บริโภคไทย โดยเตรียมงบสำหรับการสื่อสารแบรนดืทำตลาดในปีนี้อยู่ที่ราว 15 ล้านบาท

ซึ่ง เฟสท์ โซลูชั่น ก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่ช่วยให้ผู้ประกอบการหันมาสนใจและให้ความสำคัญกับการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ เพื่อเป็นหนึ่งในวิธีการสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างแบรนด์ที่เป็นเอกลักษณ์

ในขณะเดียวกันก็ เฟสท์ ก็ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ในการให้ความรู้แก่ภาคประชาชน ซึ่งตอนนี้ทางกรมอุทยานแห่งชาติก็รณรงค์ให้นักท่องเที่ยวใช้บรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัย รวมถุงหน่วยงานภาครัฐในกว่า  30 จังหวัด ก็กันมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ด้วย ซึ่งถือเป็นแนวโน้มที่ดีสำหรับ เฟสท์

สำหรับเป้าหมายในปีนี้คาดว่าผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์เฟสท์ จะมียอดขายเฉลี่ยที่ 1,500 บาท และเพิ่มเป็น 3,000 ล้านบาทภายในอีก 5 ปีข้างหน้า

ติดตามข่าวธุรกิจการและกลยุทธ์การตลาดได้ที่ http://www.smmagonline.com

 

 

 

Share.