Search Marketing tips: ปัจจัยอะไรบ้างที่จะทำให้เว็บคุณอยู่บนหน้าแรกของ Google 2018 !!

0

smmagonline – เป็นปกติที่ทุกธุรกิจย่อมมองหาแนวทางในมุมการตลาดเพื่อที่จะทำให้แบรนด์หรือสินค้าเรานั้นเป็นที่รู้จัก ซึ่งในปัจจุบันการทำการตลาดออนไลน์นั้นสามารถช่วยแบรนด์ต่างๆ ทั้งในมุมธุรกิจทั้งเล็กและใหญ่ หรือแบรนด์และสินค้าจากนักการตลาดในหลากหลายธุรกิจให้เป็นที่รู้จักได้ในชั่วข้ามคืน

ปัจจุบันใน 1 วัน ผู้คนสามารถเห็นแบรนด์มากกว่าร้อยแบรนด์ผ่านทั้งหน้าจอโทรศัพท์มือถือ หรือผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ แม้กระทั่งหน้าโฆษณาคั่นระหว่างรอดูวิดีโอบน Youtube หรือ แม้กระทั่งฟังเพลงที่ชอบใน Application ต่างๆ ซึ่งการทำการตลาดออนไลน์ในแต่ละช่องทางนั้นก็สอดคล้องกับจุดประสงค์ของนักการตลาดหรือแนวทางการสร้างแบรนด์ที่แตกต่างกัน

แต่บทความนี้ จะมาเปิดเผยให้เห็นถึงมุมการทำตลาดที่ตรงกับผู้ที่มีความต้องการ ผู้ที่มีปัญหาผู้ที่ต้องการให้ธุรกิจของคุณมาช่วยตอบโจทย์ปัญหาต่างๆ ในชีวิต ถูกแล้วครับ เรากำลังพูดถึงการทำ Search Marketing เพราะช่วยทั้งเรื่องการทำ Re-Marketing รวมถึงเรื่องของการประหยัดค่าใช้จ่ายต่างๆ ในทางการตลาดได้มากขึ้น แต่สำหรับนักการตลาดหลายๆ คนมักเลือกพึ่งพา Social Media เป็นหลักในการที่ทำให้คนเข้าไปที่หน้าร้านหรือ Website ของแบรนด์ล่าสุด Shareaholic เว็บไซต์ทางการทำตลาดออนไลน์ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจ

จากภาพนี้เราคงเห็นแล้วว่าในยุคสมัยช่วง 2-3 ปี ก่อนหน้านั้น Social Media มีบทบาทอย่างมากในการสร้าง Traffic ของ Consumer เข้ามาที่ Website หรือหน้าบ้านของแบรนด์หลังจากได้รับความนิยมในการใช้งานของคนไทยอย่างล้นหลาม

แต่หลังจากมี Facebook มีการปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์มากมายในช่วงหลังๆ ทำให้ Search Tools มีบทบาทมากขึ้นและกลายเป็นเครื่องมือในการสร้าง Traffic ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากไม่มีข้อจำกัดมากเท่า Social Media ต่างๆ

เชื่อว่าทุกวันนี้ถ้าพูดถึง Search Marketing ทุกคนคงเคยได้ยินคำว่า SEO กันบ้างแล้ว แต่สำหรับผู้ที่รู้จักคำนี้เป็นครั้งแรก SEO คือ เครื่องมือและแนวทางเพื่อช่วยให้ Website ของคุณอยู่ในหน้าหนึ่งของ Google โดยที่คุณไม่ต้องเสียค่าโฆษณา

แต่ใครจะรู้ว่าการทำ SEO นั้นก็เหมือนกับการทดลองทางวิทยาศาสตร์ เพราะไม่มีสูตรตายตัวเหมือนการซื้อโฆษณาที่สามารถกำหนดอันดับและตำแหน่งได้มิหนำซ้ำการทำ SEO เราจำเป็นที่จะต้องหมั่นอัพเดทความรู้อย่างสม่ำเสมอ เพราะทางทีมพัฒนาจะคอยปรับปรุงระบบเพื่อให้ผู้คนที่ค้นหาได้รับสิ่งที่สำคัญมากที่สุดในทุกการ Search

มาดูกันว่ามีปัจจัยสำคัญอะไรบ้างที่จะทำให้แบรนด์ของคุณสามารถปรากฏอยู่ในหน้าแรกของ Google ได้โดยที่คุณไม่เสียค่าโฆษณา

01 : เรื่องคุณภาพของข้อมูลสำคัญอันดับ 1 ของ SEO

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Time on Site หรือช่วงเวลาที่คนอยู่ในเว็บไซต์ของคุณ), Page Per Session คือจำนวนหน้าที่คนได้เปิดขึ้น ภายในช่วงเวลาที่กำหนด, Bounce Rate แสดงถึงเปอร์เซ็นต์คนปิดเว็บไซต์ของเราเมื่อเนื้อหาของเว็บไซต์เราไม่สามารถตอบโจทย์ผู้อ่านได้ ทั้ง 3 เรื่องนี้ ถ้ามองดูให้ดี ทั้งหมดคือเรื่องของการทำหน้าที่ของเว็บไซต์ตามหลักที่ควรจะเป็นเพราะสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการคือการมาหาข้อมูล มาหาแนวทางหรือทางออกของความต้องการ ยิ่งเราสามารถทำ 3 เรื่องข้างต้นได้ดีมากขึ้น ทั้งหมดจะเป็นปัจจัยที่สำคัญในการทำให้เว็บไซต์ของแบรนด์คุณมีค่าSEO ที่ดียิ่งขึ้น ซึ่ง Metric ทั้งหมดนี้ สามารถตรวจสอบได้หากเว็บไซต์ของคุณติดตั้ง Google Analytic ไว้

ถ้าให้ยกตัวอย่างให้ชัดเจนขึ้นไปอีกเพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจ เราขอให้ลองนึกถึงภาพ ช่วงเวลาที่คุณสมัครงาน สมมติว่าเป็นตำแหน่ง Marketing Manager เราลองนึกถึงช่วงเวลาที่ผู้สัมภาษณ์ถามคุณเกี่ยวกับเรื่องราวประวัติเกี่ยวกับผลงานของคุณจากบริษัทก่อนๆ แล้วคุณตอบไปว่า “ผมเป็นคนตัดสินใจหลายๆ อย่างในการทำ เพื่อให้บริษัทเติบโตขึ้นและมีผลกำไรในปี 2016 และ 2017” จะเห็นได้ว่าในรูปประโยคนี้มีคำ Keyword ที่คนมักมองหา อย่างเช่นคำว่าเติบโตหรือ กำไร แต่นั้นอาจไม่ใช่คำถามที่ผู้สัมภาษณ์กำลังรอฟังอยู่ ซึ่ง Google เองก็เหมือนผู้สัมภาษณ์ที่จะช่วยคัดกรองข้อมูลที่สามารถเป็นคำตอบที่ตรงกับความต้องการของผู้ถามให้ได้มากที่สุด

อีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงออกเรื่องคุณภาพข้อมูลได้ชัดเจน อย่างเช่นคำว่า “Shabu” เราจะเห็นได้ว่าพอเรา Search แล้วหน้าแรกจะปรากฏขึ้นมาคือเว็บจาก Wongnai ซึ่งเป็น Online Publisher ซึ่งเป็นเพราะว่าGoogle เล็งเห็นว่าเรื่องของคุณภาพของข้อมูล อย่างเช่น จำนวนเวลาที่คนอยู่ในเว็บไซต์ Wongnai หรือจำนวนหน้าที่เปิดอ่านซึ่ง Wongnai ทำได้ดีกว่า Page ร้านค้าทั่วๆ ไป เนื่องจาก Wongnai เป็นเว็บไซต์ที่เน้นให้ข้อมูลกับผู้บริโภค จึงทำให้มีปริมาณการเปิดขึ้นของผู้บริโภคที่มากกว่า และยังใช้เวลาได้นานกว่าเข้าเว็บไซต์อื่นๆ

02 : Backlink เรื่องเล็กๆ ที่หลายคนมองข้าม

เรื่องของ Backlinks เป็นเรื่องที่นักการตลาดหลายๆ คนอาจจะยังไม่เคยได้ยิน ซึ่ง Backlinks หมายถึงการมีเว็บไซต์อื่นๆ พูดถึง หรืออ้างถึงข้อมูล หรือตัวแบรนด์ในเว็บไซต์ของคุณ เพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้นขอใช้ตัวอย่างสัมภาษณ์งานตำแหน่ง Marketing Manager อีกครั้งหนึ่ง ลองนึกภาพเวลาที่คุณเป็นRecruiter แล้วคุณต้องให้ผู้สมัครงานนั้นช่วยหาบุคคลอ้างอิง หรือขอจดหมายแนะนำจากหัวหน้าเก่าของผู้สมัครงาน เฉกเช่นเดียว Google ที่เห็นเรื่อง Backlinks เป็นเรื่องสำคัญในการจัดอันดับของเว็บไซต์ในการนำเสนอ ซึ่งหากนักการตลาดคิดวางแผนที่จะอัด Backlinks เยอะๆ โดยการจ้างให้เว็บไซต์อื่นๆ พูดถึงเว็บไซต์แบรนด์ของคุณเพื่อที่จะให้ Google นั้น พิจารณาเว็บไซต์ของคุณในการขึ้นอันดับ คุณอาจจะคิดผิดเพราะทั้งนี้ไม่ใช่แค่ว่าเว็บไซต์ใครมี Backlinks มากกว่าจะได้อยู่อันดับสูงกว่า แต่เรื่องคุณภาพของข้อมูลที่คนพูดถึงนั้นก็จะถูกนำมาคิดในการจัดอันดับเช่นเดียวกัน ซึ่งหากเปรียบกับตัวอย่างการสัมภาษณ์งาน หากบุคคลอ้างอิงเป็นระดับ Junior หรือ Fresh Grad ย่อมถูกมองว่าคุณภาพของข้อมูลนั้นน้อยกว่า CEO หรือ CMO ที่เป็นบุคคลอ้างอิงถึงคุณอย่างแน่นอน อีกหนึ่งตัวอย่างจริงคือบทความทางการตลาดจาก “โฟร์โมสต์” ซึ่งในตอนท้ายของบทความนั้นทาง Publisher ที่มีความน่าเชื่อถืออย่าง Marketing Oops ได้มีการทำ Backlink กลับไปที่เว็บไซต์ของโฟร์โมสต์ เพื่อช่วยเพิ่มค่า SEO ให้ดียิ่งขึ้น

03 : ความปลอดภัย เรื่องที่ทุกเว็บควรจะทำ

เรื่องของความปลอดภัยของเว็บไซต์ก็เป็นอีกเรื่องที่ Google นั้นให้ความสำคัญ เพราะอะไรทำไมถึงต้องให้ความสำคัญขนาดนั้น หากลองมองย้อนกลับถึงตัวอย่างช่วงเวลาที่สมัครงานอีกครั้ง ทุกบริษัทมักจะมีเรื่องของนโยบายการเก็บรักษาข้อมูลความลับของบริษัท เช่นเดียวกับเรื่องนี้ Google เองก็มองหาWebsite ที่สามารถปกป้องข้อมูลของผู้ที่เยี่ยมชมเว็บไซต์คุณได้ นักการตลาดสามารถละเลยจุดนี้ได้บ้างแต่หากคุณไม่ทำให้เว็บไซต์คุณนั้นมีความปลอดภัยอาจมีวันหนึ่งที่ข้อมูลสำคัญที่คุณได้จากลูกค้านั้นอาจหลุดไปในมือของผู้ที่หวังร้ายก็เป็นได้ ด้วยเหตุนี้ Google จึงมีนโยบายนี้ขึ้นมา

ตัวอย่างที่ชัดเจนของเว็บไซต์ที่มีการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ซึ่งจะสังเกตเห็นได้จากสัญลักษณ์รูปแม่กุญแจสีเขียวที่ปรากฏขึ้นพร้อมคำประกอบว่า “Secure” อยู่ด้วย

04 : Keyword เรื่องที่ทุกคนคิดว่าทำง่าย แต่ไม่ง่ายที่จะทำให้แล้วให้ได้ดี

การมี Keywords ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรามุ่งหวังอยู่ในทุกส่วนของเว็บไซต์นั้นมีส่วนในการทำ SEO เช่นเดียวกัน การมองหา Keywords ที่ตอบโจทย์การ Search ของผู้บริโภคนั้นจะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้ามาที่เว็บไซต์ของเราได้มากขึ้นตัวอย่างเช่น ผู้บริโภค Search คำว่า “การตลาดออนไลน์” แล้วต้องการให้เจอเว็บไซต์ของเราเป็นอันดับ 1 ในเรื่องของ Keywords ได้ด้วยการใส่คำว่าการตลาดออนไลน์ลงทั้งใน ชื่อหัวเรื่อง, ชื่อเว็บไซต์ หรือในเนื้อหาของเว็บไซต์ส่วนต่างๆ แต่การใส่ Keywords ที่เราต้องการให้ผู้บริโภค Search เจอนั้นอาจมีความสำคัญไม่เท่ากับการที่ทำให้เว็บไซต์ของเราสามารถตอบคำถามในเชิงของคุณภาพข้อมูลแก่ผู้ที่กำลังมองหาได้

ลองนึกภาพตัวอย่างอีกครั้งว่า คุณทำงานในตำแหน่งงาน HR แล้วได้รับ Resume ที่เข้ามาทุกวันเป็นสิบๆ ฉบับ แล้วทุกฉบับต่างก็เขียนในลักษณะคล้ายๆ กัน เช่น “ผมสามารถเพิ่มยอดขาย, ผมจะช่วยเพิ่มกำไรหรือผมสามารถช่วยลดต้นทุน ให้บริษัทได้” คำพวกนี้เราสามารถเห็นกันได้ทั่วๆ ไป เชื่อว่าทุกคนสามารถเขียนเรื่องลักษณะได้หมดไม่ว่าเรื่องนั้นจะจริงหรือแต่งขึ้นก็ตาม ทำให้ไม่มีใครสามารถตอบได้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำไมคุณภาพของเนื้อหาข้อมูลเว็บไซต์จะสามารถดันอันดับเว็บไซต์ของคุณได้ดีกว่าการแค่ใส่ Keyword คำที่เป็นเป้าหมายของเราต้องการลงในเว็บไซต์และในส่วนของเนื้อหา ทั้งนี้เราไม่ได้หมายความว่าการเอา Keywords ใส่บนเว็บไซต์เป็นสิ่งที่ผิด แต่ปัจจัยในเรื่องของ Keywords นั้นให้ค่าได้น้อยกว่าคุณภาพของเนื้อหาภายในเว็บไซต์

ในส่วนของ Keywords ตัวอย่างจริงเช่น เมื่อเราลองพิมพ์คำว่า “การตลาดออนไลน์” ลงไป สิ่งที่ปรากฏจาก Google ก็จะเห็นว่ามี Keywords ทั้งในหัวเรื่องหรือในเนื้อหา มาจากเว็บไซต์ไหน มีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ ซึ่ง Google ก็จะเลือกเอาเว็บไซต์ที่มีคุณภาพ และปลอดภัยที่สุด รวมถึงมี Keywords ที่ตรงกับสิ่งที่ผู้ที่กำลังค้นหาขึ้นมาก่อน

ปัจจัยสุดท้าย เป็นปัจจัยที่มีความสำคัญและไม่สามารถทำได้จากการปรับปรุงส่วนต่างๆ บนเว็บไซต์ของแบรนด์เรา คือการที่มีคนพิมพ์ชื่อแบรนด์ของคุณใน Google แบบตรงๆ หากเปรียบกับตัวอย่างการสัมภาษณ์งาน สิ่งนี้ก็เหมือนกับการที่มีคนในบริษัทที่เราต้องการสมัครงานนั้น พูดถึงเรา หรือช่วยแนะนำเรา ถึงแม้ประวัติของคนอื่นจะน่าสนใจ แต่หากได้การแนะนำเพิ่มเติมลักษณะนี้ ก็จะทำให้ประวัติของเรามีข้อได้เปรียบกว่าของคนอื่น

Google เองก็มองในลักษณะแบบเดียวกัน หากคนที่กำลัง Searchพิมพ์ชื่อแบรนด์คุณลงไป ก็หมายความว่า คนคนนั้นมีความต้องการจะเข้าถึงแบรนด์ของเรามากกว่าแบรนด์ยี่ห้ออื่นๆ ซึ่งเรียกว่า Direct Traffic และจะเกิดขึ้นเรื่อยๆ หากคุณทำให้แบรนด์ของคุณเป็นที่พูดถึงอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นข้อดีอีกข้อถึงประโยชน์ของการทำ Online Branding Campaign

ตัวอย่างเช่น เมื่อเราพิมพ์คำว่า “สมัครงาน” จะมี Recruitment Agency โผล่ขึ้นมามากมาย แต่เมื่อเราระบุชื่อแบรนด์ที่เราต้องการค้นหาในช่อง Search ไม่ว่าจะกี่ครั้งแบรนด์เราก็จะอยู่อันดับ 1 เสมอแทนที่จะเป็น Recruitment Agency เจ้าอื่น

ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยหรือองค์ประกอบในการทำ SEO ในรูปแบบของ Search Marketing ซึ่งปัจจัยในการทำ SEO จะช่วยให้เว็บไซต์แบรนด์ของคุณนั้นสามารถอยู่ในอันดับที่ดียิ่งขึ้น แต่การทำ SEO นั้นไม่ได้เป็นแค่ปัจจัยเดียวที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงฉับพลัน แต่นักการตลาดต้องหมั่นเรียนรู้ ปรับแก้สิ่งต่างๆ อยู่เสมอ

การทำ SEO คงเหมือนผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดที่ต้องคอยเช็ก คอยสอบถาม คอยตรวจสอบเพื่อที่จะหาแนวทางหรือปัญหา เพื่อช่วยเป็นจุดตั้งต้นในการพัฒนาและแก้ปัญหา เพื่อให้สินค้าและแบรนด์ของคุณเป็นอันดับ 1 ที่คนนึกถึงอยู่เสมอ

โดย : Energy: ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารและวางแผนกลยุทธ์ให้กับแบรนด์ ภายใต้กลุ่ม บริษัทในเครือ WPP’s Young & Rubicam Brands
Text : กิตติพงษ์ วีระเตชะ และ สิรภพ เอี่ยมรุ่งโรจน์

ติดตามข่าวธุรกิจการและกลยุทธ์การตลาดได้ที่ นิตยสารเอสเอ็ม และ www.smmagonline.com 

Share.