ช่วยต้นไม้ กลยุทธ์สร้างแบรนด์ เดอะ ฟอเรสเทียส์

0

smmagonline – เดอะ ฟอเรสเทียส์ เป็นหนึ่งในโครงการอสังหาฯ ใหญ่ของแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น (MQDC) ประเด็นที่น่าสนใจคือ ไม่ได้อยู่ที่รูปแบบของโครงการเฉียดแสนล้าน แต่เป็นกระบวนการคิด แคมเปญสร้างแบรนด์เลิฟ ทำให้ผู้บริโภคเชื่อก่อนที่จะได้เห็นของจริง ว่าที่นี้จะเป็นที่พักอาศัยที่กลมกลืนไปกับธรรมชาติ ตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกกลุ่มผ่านแคมเปญ “Forest Rescue – ฟอเรส เรสคิว”

ไอเดียสร้างแบรนด์อสังหาฯ ยุคใหม่

ทั้งนี้ วัสนัย ภคพงศ์พันธุ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น เปิดใจว่า เดอะ ฟอเรสเทียส์ เป็นแบรนด์ใหม่ล่าสุดของ MQDC ที่เปิดตัวไปช่วงพฤศจิกายนปีที่แล้ว โดยมีการวางแผนทำโครงการนี้ยาว 3 ปี กว่าจะเริ่มสร้างเสร็จ เปิดขาย ให้คนเข้ามาอยู่ ซึ่งสิ่งแรกที่บอกกับ บริษัทที่ปรึกษาด้านการสื่อสารการตลาดอย่าง เจ วอลเตอร์ ธอมสัน ประเทศไทย  เราต้องการให้คนรู้จักแบรนด์นี้ และไม่ต้องการทำการตลาดแบบปกติทั่วไป ที่ขายบ้าน คอนโด หรือที่ดิน เราต้องการแคมเปญแบบใหม่ๆ ที่สำคัญคือสามารถสะท้อนภาพลักษณ์ของ MQDC ที่มุ่งมั่นทำสิ่งต่างๆตอบแทนสังคมได้  เมื่อร่วมพูดคุยกับทาง เจ วอลเตอร์ ธอมสัน สุดท้ายจึงตกผลึกสร้างแคมเปญ Forest Rescue ขึ้นมา

วัสนัย ภคพงศ์พันธุ์

ไฮไลท์ของ ฟอเรส เรสคิว ที่ทำให้ผู้บริโภคสะดุดตา หันมาสนใจ

Forest Rescue (ฟอเรส เรสคิว) รณรงค์ เพื่อการอนุรักษ์ และกู้ชีพต้นไม้รอบกรุงเทพฯ และปริมณฑล  MQDC ทุ่มแรงใจ พลัง และงบกว่า 70 ล้านบาท เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่ดูแลต้นไม้ โดยทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการช่วยต้นไม้ได้ เพียงแค่แจ้งมาที่ FB ทางบริษัทจะมีทีมงาน นักพฤกษศาสตร์ เข้าไปช่วยประเมิน และทำการขนย้ายมาไว้ ภายในโซนป่าพื้นที่ 30 ไร่ ใน เดอะ ฟอเรสเทียส์

สร้างกระแสรณรงค์ ดูแลต้นไม้ได้ตามเป้าแค่ไหน

1 เดือนที่ปล่อยแคมเปญออกไป มีคนแจ้งเรื่องมากว่า 50 ต้น ซึ่งก็ได้ประเมินและดำเนินการช่วยเหลือไปแล้วบ้าง เช่น ต้นมะขาม บริเวณพุทธมณฑลสาย 3 ที่อยู่ในพื้นที่เดิมตั้งแต่การสร้างบ้าน แต่มีเหตุจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายเพราะต้นไม้โตจนเริ่มเบียดกำแพงจนกำแพงพัง ซึ่งความยากของการย้ายต้นมะขามอยู่ที่รากและกิ่งไม้มี การทำงานของรุกขกรต้องใช้เวลาเคลื่อนย้ายนานพอสมควร

หลายคนอาจคิดทำแบบนี้ ก็ได้ต้นไม้ใหญ่ มีแต่ได้กับได้

ถ้าเราไปซื้อต้นไม้ ผมว่าทุกอย่างจะง่าย และประหยัดกว่านี้เยอะ คือ ใช้เงินที่น้อยกว่า สามารถเลือกพันธุ์ได้ เลือกต้นที่สวยงามได้ แต่การทำแคมเปญนี้เราใช้ทุ่มทุกอย่าง ทั้งคน แรง เงิน แต่ที่เราทำเพราะคิดว่ามันคุ้มค่ากับการได้ช่วยดูแลต้นไม้ใหญ่ ซึ่งแต่ละต้นก็มีประโยชน์มีคุณค่าในตัวเอง

มีวิธีจัดการยังไง ให้ผู้บริโภคอินไปกับแคมเปญนี้

ต้องคิด และทำแบบจริงจัง อย่าทำแบบฉาบฉวย เพราะผู้บริโภคยุคนี้เขาจับได้ว่าอะไรไหนจริง หรือ ลวง ฉะนั้นเราทำจริง เตรียมงบ เตรียมทีมงานช่วยเหลือต้นไม้ ทั้งประเมิน ขนย้าย และนำมาดูแลต่ออย่างจริงจัง

สเต็ปต่อไปของ ฟอเรส เรสคิว

ก็คงมองไปที่การช่วยเหลือต้นไม้ให้ได้มากขึ้น ต้นไหนที่เราช่วยไม่ได้ก็จะพยายามคิดหาวิธีช่วยให้ได้

ท้ายที่สุด อยากให้คนจำแบรนด์ได้ในมุมไหน

เราต้องการเป็นแบรนด์ Happy มาอยู่ในโครงการเราแล้วมีความสุขที่เกิดจากธรรมชาติ เทคโนโลยี ฯลฯ  ถ้าเปรียบแบรนด์เป็นคน ก็คงอยู่ในช่วงวัยที่ไม่แก่ไม่เด็กเกินไป อารมณ์ดี มีความสุขจากมุมของการเป็นผู้ให้คนอื่น

กลุ่มเป้าหมายหลักของ เดอะ ฟอเรสเทียส์

คนไทย 60-70% ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่คนรุ่นใหม่ ไปถึงกลุ่มครอบครัว กลุ่มคนสูงวัย เพราะ ภายในโครงการนี้มีที่อยู่อาศัยหลายโปรเจค จึงตอบโจทย์คนทุกกลุ่ม ที่เหลืออีก 30-40% โฟกัสต่างชาติ ทำเลอยู่ใกล้กับโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) สนามบิน และนิคมอุตสาหกรรมนั่นเอง

จะใช้แคมเปญลักษณะนี้กับแบรนด์ในเครือหรือเปล่า

ตอนนี้ที่เราทำเรียกว่าเป็น  Theme Development คือการอสังหฯ แบบใหม่  วันนี้ MQDC ไม่ได้ขายบ้าน ตึก คอนโด ทาวน์เฮาส์ ฯลฯ  แต่ขายในแบบของ Theme ที่ครอบคลุมทุกอย่างตั้งแต่ไลฟ์ไสตล์ไปถึงเรื่องราวของแบรนด์ ซึ่งในอนาคตก็จะได้เห็น Theme Development แบบนี้อีกเรื่อยๆ ในโครงการอื่นๆ

ประเมินศักยภาพย่านบางนา  

ตอนนี้ได้รับความสนใจ จาก Developer หลายเจ้ารวมไปถึง Retail  เพราะโลเคชั่นดี ใกล้กับ EEC, สนามบิน และทำเลแถวนั้นยังไม่พลุกพล่าน  ดังนั้นเมืองก็จะค่อยๆ ขยายไปในโซนบางนา ใครที่ทำธุรกิจอสังหาฯ ก็เลยมองว่าย่านนี้สำคัญ ควรที่จะเข้าไปจำจองพื้นที่กันมากขึ้นเรื่อยๆ

ติดตามข่าวธุรกิจการตลาด และกลยุทธ์การตลาด ได้ทางนิตยสารเอสเอ็ม (SM Magazine) และ www.smmagonline.com
Share.