ตลาดแรงงานผู้สูงอายุกำลังเฟื่องฟูในปี 2018

0

smmagonline- ปรากฏการณ์ใหม่ของโลกที่มี “ผู้สูงอายุ” ในตลาดแรงงานมากขึ้นชัดเจน ซึ่งเกิดขึ้นทั่วโลก   การเกษียณอายุงานถูกปรับขึ้นไปอยู่ที่ 65 ปี ขณะที่บางประเทศมีนโยบายขยายอัตราส่วนการจ้างแรงงานผู้สูงอายุที่มีทักษะมากขึ้น

ในทศวรรษที่ผ่านมาประชากรที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป  และคาดว่าจะมีอัตราส่วนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 19% ในปัจจุบันเป็น 29% ในปี 2060

บริษัท บาร์เคลย์ฟอร์ด และ บริษัท ที่ปรึกษา Booz Allen Hamilton เป็น บริษัท ในสหรัฐฯที่มีโครงการพิเศษสนับสนุนให้คนงานสูงอายุกลับเข้ามาทำงาน  เพราะแรงงานเหล่านี้มีประสบการณ์และทักษะเฉพาะทาง

ในสหราชอาณาจักร ได้เพิ่มอัตราส่วนแรงงานผู้สูงอายุมากถึง 12% ภายในปี 2022 ซึ่งจะส่งผลให้มีวัยทำงานที่มีอายุระหว่าง 50 – 69 เข้าสู่ตลาดแรงงานเกือบล้านคน

Carlos Slim ผู้ให้บริการโทรคมนาคมของเม็กซิโก กล่าวว่า ชีวิตการทำงานสามารถทำได้ถึงอายุ 75 ปี โดยให้ทำงาน 3 วันต่อสัปดาห์ ในขณะที่ญี่ปุ่นซึ่งมีจำนวนประชากรผู้สูงอายุเพิ่มอย่างรวดเร็วที่สุดในโลกนั้นค่อยๆเพิ่มอายุเกษียณมากกว่า 60 ปี ด้วยเหตุต้องการแก้ปัญหา การขาดแรงงานที่ต้องใช้ทักษะและมีอัตราการตกงานต่ำ โดยเฉพาะ อังกฤษ อเมริกาและญี่ปุ่น  แต่อย่างไรก็ยังพบปัญหาการถูกเลือกปฎิบัติจากอายุก็ยังสามารถพบเห็นได้ทั่วไปในบางประเทศอยู่

ดัชนีอายุของผู้สูงอายุ ปี  2018

PricewaterhouseCooper’s Golden Age Index ประเมินผลกระทบของแรงงานที่มีอายุมากกว่าในด้านต่างๆของตลาดแรงงานแต่ละ ประเทศรวมทั้งการจ้างงาน ,รายได้,ช่องว่างระหว่างเพศและการมีส่วนร่วมในการฝึกอบรม

ในรายงานล่าสุดของ PwC คาดว่าจะสามารถเพิ่มเงินได้ถึง 3.5 ล้านล้านเหรียญให้กับเศรษฐกิจของ OECD (องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาของประเทศกลุ่มยุโรป)

สำหรับการสนับสนุนให้คนใกล้อายุเกษียณทำงานได้นานขึ้น ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นในระยะยาวของแรงงานที่มีอายุมากกว่า 55 ขึ้นไปเช่นเดียวกับประเทศนิวซีแลนด์

แต่ว่า ในระดับประเทศ   หากแรงงานของผู้สูงอายุในประเทศนิวซีแลนด์อยู่ในระดับที่เหมาะสม  GDP อาจสูงถึง 23% สำหรับกรีซ 20% สำหรับเบลเยียมและ 9% ในสหราชอาณาจักร

อัตราส่วนของผู้สูงอายุในตลาดแรงงาน

ไอซ์แลนด์มาเป็นอันดับ 1 ในปี 2018 โดย 84% สำหรับ ช่วงอายุ 55-64 ปี มีการจ้างงานเทียบกับค่าเฉลี่ยของ OECD 60% นิวซีแลนด์ตามมาเป็นอันดับ 2  (78%) และอิสราเอล (66.8%) มาเป็นอันดับ 3  ส่วนอีกด้านคือลักเซมเบิร์ก 40% ในกลุ่มอายุเท่ากัน และ กรีซ 37% ตุรกี 34%

แล้วอะไรคือแรงจูงใจในการทำงานต่อของคนทำงานในช่วงวัยเกษียณ?

นโยบายเกี่ยวกับบำเหน็จบำนาญ:  จำนวนเงินที่พวกเขาได้รับและอายุที่ลูกจ้างมีสิทธิ์ได้รับเงินบำนาญนั้นมีผลต่อการตัดสินใจลาออก

การศึกษาในปี 2012 ของ Hurd, Mitchaud และ Rohvedder พบว่า เงินบำนาญของรัฐมีผลกระทบต่อการออมของผู้คนและกระตุ้นให้ตัดสินใจเกษียณอายุก่อนกำหนด การศึกษาสรุปได้ว่าการเพิ่มเงินบำนาญมูลค่า 10,000 ดอลลาร์จะช่วยลดอายุเกษียณโดยเฉลี่ยประมาณหนึ่งเดือน

อายุเฉลี่ย: อายุที่ยาวนานขึ้นก็เท่ากับเวลาที่ใช้ในการทำงานมากขึ้นและมีความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพที่ดีและการมีส่วนร่วมในตลาดแรงงาน นโยบายด้านการดูแลสุขภาพของรัฐบาลและความก้าวหน้าทางการแพทย์สามารถช่วยให้คนสามารถทำงานในวัยสูงอายุได้

ความรับผิดชอบในการดูแล: สถานการณ์ทางการเงินและเรื่องส่วนบุคคลเป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน หากไม่มีการดูแลและสวัสดิการจากรัฐก็จะทำได้ยากขึ้น  ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศอย่างไรก็ตาม การเกษียณอายุของสามีหรือภรรยาอาจเป็นแรงจูงใจให้คู่ของพวกเขาเกษียณเช่นกัน

อ้างอิง 1 , 2

ติดตามข่าวธุรกิจการและกลยุทธ์การตลาดได้ที่ นิตยสารเอสเอ็ม และ www.smmagonline.com 

Share.