CAT-ไทยคม เปิดตัว NAVA by NSAT ยกระดับอุตสาหกรรมการเดินเรือสมุทร ก้าวสู่ Smart Ship เต็มรูปแบบ

SMmagonline : บริษัท เนชั่น สเปซ แอนด์ เทคโนโลยี จำกัด หรือ NSAT เป็นบริษัทร่วมทุนภายใต้ความร่วมมือของ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT และ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) เปิดตัวบริการแรก NAVA by NSAT ด้วยคอนเซ็ปต์ บริการดิจิทัลผ่านดาวเทียมที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับใช้สื่อสารทางทะเลในน่านน้ำประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ช่วยลดช่องว่างและอุปสรรคในการติดต่อสื่อสาร เสริมประสิทธิภาพให้แก่การปฏิบัติงานในอุตสาหกรรมการเดินเรือ สร้าง Connectivity เชื่อมโยงทุกคนให้สื่อสารกันได้ทุกที่ ทุกเวลา สู่การเป็น Smart Ship เต็มรูปแบบ ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานคณะกรรมการ บริษัท เนชั่น สเปซ แอนด์ เทคโนโลยี จำกัด (NSAT) กล่าวว่า เรานำจุดแข็งของสองบริษัทมาผนึกรวมกัน โดย CAT มีศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม และความเชี่ยวชาญในด้านการพัฒนาดิจิทัลโซลูชัน ในขณะที่ไทยคม มีประสบการณ์อันยาวนานในอุตสาหกรรมด้านดาวเทียม จึงนำมาสู่การต่อยอดและพัฒนาขึ้นเป็นบริการ NAVA by NSAT ในรูปแบบ Maritime Digital Solutions โดยเน้นการตอบโจทย์ตามลักษณะและความต้องการของผู้ใช้งาน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและช่วยลดต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการเดินเรือ ด้วยการนำเสนอโมเดลธุรกิจที่หลากหลายในราคาที่สมเหตุสมผล รวมถึงให้ความสำคัญในด้านความปลอดภัยของข้อมูล โดยมีทีมงานที่พร้อมดูแลและให้การสนับสนุนตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน ทั้งนี้เรามีความมุ่งมั่นว่า NAVA by NSAT จะเป็นบริการเรือธง ที่ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมการเดินเรือสู่การเป็น Smart Ship…

พานาโซนิค ส่งเครื่องปรับอากาศ เทคโนโลยี nanoe™ X ลงตลาดสู้โควิด ยืนยันยับยั้งเชื้อที่ติดบนพื้นผิวได้

SMmagonline – พานาโซนิค ปล่อยสินค้าสู้โควิด ส่งเครื่องปรับอากาศเทคโนโลยี nanoe™ X สามารถยับยั้งไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (SARS-CoV-2) ซึ่งเป็นสาเหตของโรคโควิด-19 หลังทดสอบร่วมกับองค์กรวิจัยระดับโลกแล้วยืนยันยับยั้งเชื้อไวรัสได้  มร.ฮิโรยูกิ มุโตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พานาโซนิค เอ.พี. เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยถึงความสำเร็จในการทดสอบเครื่องปรับอากาศพานาโซนิค ที่มีการติดตั้งเทคโนโลยี nanoe™ X สามารถยับยั้งไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (SARS-CoV-2) ซึ่งเป็นสาเหตุของโรค COVID-19 ที่ติดอยู่บนพื้นผิวได้ โดยการทดสอบครั้งนี้เป็นการร่วมมือกับ Texcell*1 องค์กรวิจัยระดับโลก ได้ตรวจสอบและรับรองว่า nanoe™ X สามารถยับยั้งเชื้อไวรัสได้ ด้วยคุณสมบัติของอนุภาคน้ำขนาดเล็กระดับนาโน nanoe™ X คือสิทธิบัตรเฉพาะของพานาโซนิค เป็นการสร้างอนุมูลอิสระไฮดรอกซิลที่มีน้ำห่อหุ้ม ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว อนุมูลอิสระไฮดรอกซิล ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถยับยั้งเชื้อไวรัสได้ แต่อย่างไรก็ตาม อนุมูลอิสระไฮดรอกซิลมีปฏิกิริยาตอบสนองไวต่อสสารในอากาศและมีวงจรชีวิตไม่ถึง 1 วินาที แต่สำหรับ nanoe™ X มีวงจรชีวิตและสามารถกระจายตัวอยู่ในสภาพอากาศได้นานประมาณ 10 นาที เนื่องจากเป็นอนุมูลอิสระไฮดรอกซิลที่มีน้ำห่อหุ้ม ทำให้สามารถยับยั้งไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (SARS-CoV-2) ได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในปีที่ผ่านมา พานาโซนิคประสบความสำเร็จในการทดสอบการใช้อุปกรณ์ที่ติดตั้ง nanoe™ X  เพื่อยับยั้งเชื้อไวรัสในพื้นที่ขนาด 45 ลิตร ได้ถึงสองครั้ง*2 อย่างไรก็ตาม พานาโซนิคไม่ได้หยุดยั้งการทดสอบแต่เพียงเท่านี้ เพราะล่าสุด ได้ทดสอบกับเครื่องปรับอากาศพานาโซนิคที่มีการติดตั้ง nanoe™ X ในพื้นที่ขนาดใหญ่ขึ้น โดย Texcell ทำการทดสอบและรับรองผลแล้วว่า nanoe™ X ที่ติดตั้งในเครื่องปรับอากาศสามารถยับยั้งเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (SARS-CoV-2) ที่ติดอยู่บนพื้นผิวได้ถึง 91.4% ในพื้นที่ขนาด 6.7 ลูกบาศก์เมตร ภายในระยะเวลา 8 ชั่วโมง โดยเป็นการทดสอบในห้องปฏิบัติการแบบปิด และไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อประเมินประสิทธิภาพในพื้นที่อยู่อาศัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจ คือ การทดสอบนี้อยู่ในสภาวะที่ใกล้เคียงกับชีวิตจริงของเรามากขึ้น โดยเป็นการทดสอบผลิตภัณฑ์ในพื้นที่ที่มีขนาดใกล้เคียงกับรถยนต์ 5 ประตู นอกจากนี้ เทคโนโลยี nanoe™ X ยังมีประสิทธิภาพในการยับยั้งแบคทีเรียและไวรัส เชื้อรา สารก่อภูมิแพ้ ละอองเกสรดอกไม้ และสารเคมีที่เป็นอันตราย รวมถึงกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ ปัจจุบันเทคโนโลยี nanoe™ X ได้ถูกติดตั้งในผลิตภัณฑ์เฉพาะรุ่นของพานาโซนิค ทั้งในเครื่องปรับอากาศ เครื่องฟอกอากาศ และผลิตภัณฑ์อื่นๆ  ที่วางจำหน่ายแล้วในประเทศไทย มร.ฮิโรยูกิ มุโตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พานาโซนิค เอ.พี. เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวอีกว่า พานาโซนิคมีพันธกิจหลักที่จะมอบอากาศคุณภาพดีให้แก่ทุกคนด้วยเทคโนโลยี nanoe™ X ซึ่งเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีฟอกอากาศเฉพาะของเรา เรามุ่งหวังที่จะช่วยให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตท่ามกลางบรรยากาศที่ดี จึงได้มอบเครื่องฟอกอากาศระบบ nanoe™ ให้แก่โรงพยาบาลเด็กสมิติเวชศรีนครินทร์และสุขุมวิท รวมทั้งศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ U Well Care อีกด้วย ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมเพื่อสังคมของเราภายใต้คอนเซปต์ “Quality Air for…

boomyarit-lion-smmagonline

โควิด-19 รอบใหม่ทำผู้บริโภคตื่นตัวใส่ใจสุขภาพ ไลอ้อนฯสบโอกาสขนสินค้าอาหารเสริม-ดูแลสุขภาพรุกตลาด

SMmagonline –  ไลอ้อน ประเทศไทย เผยโควิด-19 หนุนผู้บริโภคตื่นตัวดูแลสุขภาพดันยอดขายสินค้ากลุ่มป้องกันไวรัสเพิ่ม ขนทัพผลิตภัณฑ์กลุ่มดูแลสุขอนามัย จัดโปรโมชันรับกระแส พร้อมเปิดตัว ‘แอสคอร์-เท็น’ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารดูแลสุขภาพองค์รวม รุกเจาะช่องทางออนไลน์ตอบโจทย์ความต้องการช่วง เวิร์คฟอร์มโฮม บุญฤทธิ์ มหามนตรี ประธานกรรมการบริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด  กล่าวว่า  นับแต่เกิดการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 หรือ โควิด-19 ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา และเกิดการระบาดระลอกใหม่ในขณะนี้ ได้ส่งผลต่อแนวโน้มยอดขายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการป้องกัน/ฆ่าเชื้อไวรัส(Anti virus) ให้เพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและที่มีคุณสมบัติในการช่วยลดการสะสมเชื้อโรค  เช่น โฟมล้างมือ,  เจลล้างมือ,สเปรย์ฆ่าเชื้อ  คิเรอิ คิเรอิ (KIREI KIREI), ครีมอาบน้ำโชกุบุสซึ โมโนกาตาริ,  ลุค(LOOK) สเปรย์ฆ่าเชื้อโรคสำหรับพื้นผิวอเนกประสงค์, ผลิตภัณฑ์ซักผ้าเปา(PAO) , น้ำยาล้างจาน ไลปอนเอฟ  และรวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ เปิดตัวเมื่อไม่นานมานี้อย่าง  แอสคอร์-เท็น (Ascor-10) ในช่วงที่เกิดกระแสการดูแลสุขภาพของผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้นนี้ ทางไลอ้อน(ประเทศไทย) ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมหลายตัวสู่ตลาด โดยเฉพาะกลุ่มดูแลสุขอนามัยไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แอสคอร์-เท็น (ASCOR-10)ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ด้วยพลังหยินหยางจากสมุนไพรธรรมชาติลํ้าค่า ผสานวิตามินจำเป็น ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ( Holistic Immune Booster )ประกอบด้วยวิตามินซี, D3, E และ โคเอนไซม์ คิวเท็นและสาร Cordycepin จากถั่งเช่าทิเบตช่วยให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า ลุยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเห็ดหลินจือ ช่วยเสริมให้คุณภาพการนอนหลับดีขึ้น สเปรย์ฆ่าเชื้อโรค Look Disinfectant Sprayสำหรับทำความสะอาดพื้นผิวอเนกประสงค์  มีสารฆ่าเชื้อโควิด-19 (มีสารเอทิลแอลกอฮอล์ และอัลคิลไดเมทิลเบนซิลแอมโมเนียมคลอไรด์ ตามที่องค์กรอนามัยโลกแนะนำ)…

LINE MAN เผยสถิติ “ที่สุดแห่งปี 2020” “ไก่ทอด” ยืนหนึ่งเมนูโปรดคนไทยยุคโควิด

SMmagonline – LINE MAN เผยสถิติ “ที่สุดแห่งปี 2020” พบ ไก่ทอด ยืนหนึ่งเมนูโปรดคนไทยยุคโควิด มียอดสั่งเดลิเวอรี่ทั้งปี 5.3 ล้านชิ้น! LINE MAN เผยสถิติ “ที่สุดแห่งปี 2020” รวบรวมพฤติกรรมการกินในยุคโควิดบน LINE MAN ตลอดทั้งปี 2020 ที่ผ่านมา จากผู้ใช้กว่า 3 ล้านคนต่อเดือน ที่สั่งจากร้านอาหารกว่า 250,000 ร้านทั่วประเทศ จนทำให้จำนวนออเดอร์เติบโตสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 5 เท่าในปีที่ผ่านมา เปิดสถิติ “ที่สุดแห่งปี 2020” บน LINE MAN ไก่ทอดขายดีสุด! สั่งเดลิเวอรี่ทั้งปีรวมกัน 5.3 ล้านชิ้น เรียงต่อกันเท่ากับดอยอินทนนท์ 19 ดอย จัดส่งอาหารทั้งปีระยะทางรวมกัน 158 ล้านกิโลเมตร รวมรายได้คนขับ LINE MAN ซื้อทริปชมวิวนอกโลกได้ 374 ที่นั่ง ไก่ทอดขายหมดเร็วสุดภายใน 7 วินาที ในช่วงโปรนาทีทอง Flash Deal LINE MAN Wongnai จับมือร้านอาหาร สู้ไปด้วยกันเราจะรอดกันหมด ล็อคดาวน์ 10 วันแรก LINE MAN ช่วย 15,000 ร้านให้ขายได้ทันที เปิดเฉลี่ย 2,000 ร้านต่อวัน (เดือนมีนาคม 2563) เมนูมาแรงช่วงโควิด…

5 เทรนด์เทคโนโลยีที่จะมาในปี 2564

SMmagonline – แฟรงค์ เฟลด์มันน์ รองประธาน APAC Office of Technology เร้ดแฮทเอเชียแปซิฟิก เปิด 5 เทคโนโลยีเทรนด์ ที่จะมาในปี 2564 เริ่มด้วย 1) 5G, IoT และ Edge computing  2) ความปลอดภัยสำหรับไฮบริดคลาวด์ 3) คลาวด์เนทีฟกับการใช้คอนเทนเนอร์ 4) ระบบอัตโนมัติที่มีบทบาทมากขึ้น และ 5) วัฒนธรรมการทำงานแบบเปิดเป็นสิ่งจำเป็น  การเปลี่่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นนโยบายทำงานจากที่บ้าน ไปจนถึงความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นทั้งด้านการบริการและต้องการประสบการณ์ที่ดีขึ้น ทำให้องค์กรต่าง ๆ จำเป็นที่จะต้องปรับตัวให้เร็วขึ้น เพื่อรับมือกับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19  เร้ดแฮทคาดว่าแนวโน้มทางเทคโนโลยีจะยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพราะการพึ่งพาเทคโนโลยีทวีความสำคัญมากขึ้นในสภาพสังคมและเศรษฐกิจในปัจจุบัน  องค์กรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ที่ต้องการอยู่ให้รอดจากสถานการณ์เช่นนี้ควรทบทวนกลยุทธ์ด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น โดยอ้างอิงจากแนวโน้มที่เร้ดแฮทคาดว่าจะเกิดขึ้นในปีนี้ 5G, IoT และ Edge computing คือ สามเทคโนโลยีแห่งการเชื่อมต่อที่ชาญฉลาด ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะพัฒนาเส้นทาง 5G ของตนอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่บริการ 5G เชิงพาณิชย์ได้เปิดให้บริการแล้วในเก้าประเทศ รวมถึงเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และจีน และยังมีอีก 12 ประเทศที่ได้ประกาศแผนการทำนองเดียวกันนี้อย่างเป็นทางการ  ความพร้อมในการใช้งาน 5G ที่เพิ่มขึ้นจะช่วยขับเคลื่อนอินเทอร์เน็ตออฟธิงค์ (IoT) และเอดจ์คอมพิวติ้ง (Edge computing) ที่ให้ค่าความหน่วงต่ำเป็นพิเศษ  เครือข่ายแบนด์วิธที่สูง และรองรับการเข้าถึงอุปกรณ์ปลายทางของผู้ใช้จำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น 5G, IoT และEdge computing สามารถนำไปใช้เพื่อการบริหารจัดการยานพาหนะในอุตสาหกรรมขนส่งได้อย่างชาญฉลาด อุปกรณ์ประมวลผลแบบ edge จะใช้ตรวจสอบระบบยานพาหนะที่สำคัญ ๆ ได้ และสามารถใช้เครือข่าย 5G เพื่อส่งการแจ้งเตือน และติดตามเส้นทางในการขนส่งสินค้า การวางแผนเส้นทางต่าง ๆ รวมถึงอำนวยความสะดวกในการสื่อสารระหว่างยานพาหนะ และอุปกรณ์ที่ใช้ IoT ที่อาจส่งผลกระทบหรือได้รับผลกระทบจากยานพาหนะนั้น ๆ เร้ดแฮทคาดการณ์ว่าในปี 2564 องค์กรและเมืองต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะมีการใช้ 5G, IoT และ Edge computing เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อและเพิ่มประสิทธิภาพ การใช้งานต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากสามเทคโนโลยีนี้ รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากเซ็นเซอร์เพื่อคาดการณ์การบำรุงรักษาและการควบคุมคุณภาพ การใช้เทคโนโลยีโลกเสมือน (Augmented Reality – AR) ในการควบคุมการทำงานจากระยะไกล และ ‘ประสบการณ์เชื่อมต่อ’ เฉพาะบุคคลเพื่อการมีส่วนร่วมของลูกค้าและซัพพลายเออร์ ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกสำหรับไฮบริดคลาวด์ ลูกค้าและพนักงานต่างคาดหวังให้มีแอปพลิชั่นทางธุรกิจและบริการที่มีความพร้อมสูงและมีความปลอดภัยให้ใช้งานได้ตามที่ต้องการเหมือน ๆ กัน  เพื่อให้ตอบโจทย์ดังกล่าว เร้ดแฮทแนะนำให้องค์กรต่าง ๆ…

LINE MAN เผยสถิติ “ที่สุดแห่งปี 2020” “ไก่ทอด” ยืนหนึ่งเมนูโปรดคนไทยยุคโควิด

SMmagonline – LINE MAN เผยสถิติ “ที่สุดแห่งปี 2020” พบ ไก่ทอด ยืนหนึ่งเมนูโปรดคนไทยยุคโควิด มียอดสั่งเดลิเวอรี่ทั้งปี 5.3 ล้านชิ้น! LINE MAN เผยสถิติ “ที่สุดแห่งปี 2020” รวบรวมพฤติกรรมการกินในยุคโควิดบน LINE MAN ตลอดทั้งปี 2020 ที่ผ่านมา จากผู้ใช้กว่า 3 ล้านคนต่อเดือน ที่สั่งจากร้านอาหารกว่า 250,000 ร้านทั่วประเทศ จนทำให้จำนวนออเดอร์เติบโตสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 5 เท่าในปีที่ผ่านมา เปิดสถิติ “ที่สุดแห่งปี 2020” บน LINE MAN ไก่ทอดขายดีสุด! สั่งเดลิเวอรี่ทั้งปีรวมกัน 5.3 ล้านชิ้น เรียงต่อกันเท่ากับดอยอินทนนท์ 19 ดอย จัดส่งอาหารทั้งปีระยะทางรวมกัน 158 ล้านกิโลเมตร รวมรายได้คนขับ LINE MAN ซื้อทริปชมวิวนอกโลกได้ 374 ที่นั่ง ไก่ทอดขายหมดเร็วสุดภายใน 7 วินาที ในช่วงโปรนาทีทอง Flash Deal LINE MAN Wongnai จับมือร้านอาหาร สู้ไปด้วยกันเราจะรอดกันหมด ล็อคดาวน์ 10 วันแรก LINE MAN ช่วย 15,000 ร้านให้ขายได้ทันที เปิดเฉลี่ย 2,000 ร้านต่อวัน (เดือนมีนาคม 2563) เมนูมาแรงช่วงโควิด…

PEOPLE
doikham-smmagonline-04

Social adaptation ฝ่าวิกฤตแบบดอยคำ

SMmagonline – แบรนด์ดอยคำ (Doi Kham) เป็นแบรนด์ที่เกิดจากถิ่นถุรกันดาร เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ของชาวบ้านและเกษตรกรบนพื้นที่สูงให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ปัจจุบัน จัดเป็นแบรนด์ที่มีภาพลักษณ์ทันสมัย ปรับตัวเข้ากันได้ดีกับสังคมและไลฟ์สไตล์ของวิถีของคนเมือง หรือแม้กระทั่งใช้จุดยืนของแบรนด์ปรับตัวรับมือกับผลกระทบจากความขัดแย้งทางสังคมได้ดี ไปจนถึงการฝ่าด่านอุปสรรคชิ้นโตของงานวิจัยที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมน้ำผลไม้รวมทั้งตลาด ซึ่งแทบจะทำให้ผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ในปี 2563 กลายเป็นปัญหาเล็กไปเลย ซึ่งแม้ปีนี้ยอดขายดอยคำจะลดลง แต่ความแข็งแกร่งและองค์ความรู้ที่พัฒนามาอย่างยาวนาน ยังคงทำให้ดอยคำมีแผนเดินหน้าเติบโตต่ออย่างมั่นคงภายใต้พื้นฐานองค์ความรู้ของแบรนด์ที่สะสมและพร้อมจะนำมาต่อยอดในหลายมิติอย่างไม่หวั่นไหวเบอร์หนึ่งที่จะบอกเล่าเรื่องราวของดอยคำ ได้ครบทุกมิติ ต้องยกให้ พิพัฒน์พงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ที่จะมาบอกเล่ากลยุทธ์องค์กรกับ SM Magazine ในครั้งนี้ ภาพรวมสถานการณ์ปีนี้ที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ดอยคำได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง เรื่องโควิด-19 ไม่มีใครไม่โดน แต่โควิด-19 ไม่ค่อยน่ากลัวมาแล้วก็ไป แต่ Threat (อุปสรรค) ที่น่ากลัวกว่า คือ การที่มีงานวิจัยบอกว่า ฟรุตโตสเป็นน้ำตาลที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งส่งผลต่ออุตสาหกรรมน้ำผลไม้ทั้งตลาดลดลงเมื่อหลายปีก่อน แล้วรัฐบาลก็เทคแอคชั่นแรงไปแล้ว แต่ผมยังคงอยากให้คุณหมอหรือนักวิจัยพิสูจน์ให้ชัดเจนกว่านี้ เพราะผมตั้งข้อสังเกตว่า ชาติพันธุ์ของเราอยู่ในเขตร้อน คุ้นเคยกับผลไม้เขตร้อนที่มีรสหวานทุกชนิดมายาวนาน เป็นไปได้ไหมที่ร่างกายมนุษย์ที่อาศัยในเขตร้อนจะดูแลเรื่องน้ำตาลในร่างกายได้ดีโดยธรรมชาติ ต่างจากชาติตะวันตกส่วนใหญ่ในเขตหนาวที่ผลไม้ส่วนใหญ่จะมีรสเปรี้ยว ก่อนจะเหมารวมว่าน้ำตาลเลวหมด ก็ควรมีข้อมูลที่จะทำให้คนไทยเข้าใจเรื่องพวกนี้ให้ถ่องแท้ อย่างไรก็ดี ดอยคำก็พยายามที่จะทำตามข้อกำหนดต่างๆ ของภาครัฐ น้ำสมุนไพรตัวใหม่ๆ ของเราก็จะมาความหวานน้อยลง เอาเป็นว่าถ้าย้อนที่เรากินกันมาในอดีต ก็ไม่เห็นจะเป็นโรคเท่ากับยุคนี้ที่เรากินอาหารสารพัดชาติ ฟิวชั่นผสมปนกันไปหมด แถมอาหารคาวก็หวาน ถ้าเรากินให้ถูกตามรสอาหารก็อาจจะไม่มีปัญหาก็ได้ ผลกระทบจากประเด็นนี้แรงแค่ไหน ตัวอย่างก็จากที่ ดอยคำเคยใช้ลิ้นจี่ เฉพาะเนื้อนะ ปีละ 100 ตัน ซึ่งลิ้นจี้ 1 กิโลแยกเปลือก กิ่ง เมล็ดออกแล้วเหลือเนื้อ 350 กรัม…

LIFESTYLE
the-living-art-festival-2020-smmagonline

The Living Art Gallery โต้คลื่นโควิด-19 ดันท่องเที่ยวภูเก็ตด้วยเทศกาลศิลปะ

SMmagonline – เมื่อกลางเดือนธันวาคม 2563 ที่ผ่านมาช่วงวันที่ 17-19 ธันวาคม 2563 The Living Art Gallery โดย สรณ์ฉัตร ไกรนรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และเจ้าของผู้จัดงาน  The Living Art Festival & Blue Tree Reopening ในช่วงดังกล่าว ณ โครงการ บลูทรี ภูเก็ต เป็นช่วงเวลาที่เกิดขึ้นเฉียดฉิวก่อนหน้าจะเริ่มต้นเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ในประเทศไทยเพียงแค่ไม่กี่วัน แต่อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากโควิด-19 ไม่ใช่เรื่องที่เกิดคาดเดา หลังจากที่ภูเก็ตได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกแรกมาแล้วก่อนหน้านั้นตั้งแต่ต้นปี 2563 ทำให้เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวภูเก็ตที่หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีภูมิคุ้มกัน และตั้งเป้าที่จะขับเคลื่อนให้ภูเก็ตเดินหน้าต่อไปด้วยการประสานพลังจากหลายภาคส่วน ใครทำอะไรได้ดี ก็ลงมือลงแรงกันตามถนัด ฉะนั้นหาเป็นเรื่องศิลปะและไลฟ์สไตล์ The Living Art Gallery จึงเป็นเจ้าภาพที่ลงตัว ในการเลือกผลักดันการท่องเที่ยวภูเก็ตอีกครั้งจากงานดังกล่าว ซึ่งต้องยอมรับว่า ช่วงการจัดงานนั้นสร้างความคึกคักให้กับภูเก็ตได้ดีทีเดียว ยกตัวอย่างง่าย ๆ พนักงานต้อนรับบนสายการบินแอร์เอเชีย ที่กับอดไม่ไหวที่จะต้องประกาศให้ผู้โดยสารที่เดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปภูเก็ตได้ร่วมยินดีกับสายการบินอย่างตื่นเต้นว่า ไม่ได้เห็นเที่ยวบินไปภูเก็ตที่มีผู้โดยสารเต็มลำซึ่งมากกว่าช่วงที่ผ่านมาก่อนหน้านั้นที่จะมีเพียงเที่ยวละไม่ถึง 100 คน มานานแล้ว ทำให้ผู้โดยสารทั้งลำได้สัมผัสกับบรรยากาศเชิงบวกของการท่องเที่ยวตั้งอยู่บนน่านฟ้า เรียกรอยยิ้มได้ถ้วนหน้าจากความรู้สึกถึงบรรยากาศดีๆ ของการท่องเที่ยวที่ค่อย ๆ ปรับตัวดีขึ้นมา The Living Art Gallery นอกจากเป็นแกลอรี่จำหน่ายสินค้าและงานศิลป์ที่จัดร้านในรูปแกลอรี่ ประหนึ่งแทบจะเป็นสถานที่จัดแสดงงานศิลปะมากกว่าร้านจำหน่ายสินค้า ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของโครงการบลูทรี ภูเก็ต เมื่อซีอีโออย่าง สรณ์ฉัตร ผู้มีประสบการณ์ด้านการจัดงานเฟสติวัลระดับนานาชาติ คิดจะจัดงาน The Living Art Festival…

ASEAN+
health-prudential-smmagonline

เทรนด์ดิจิทัลเฮลธ์มาแรงในเอเชีย คนไทยใช้งานสูงสุดในอาเซียน

SMmagonline –  ผลวิจัยล่าสุดโดยพรูเด็นเชียล และ EIU เผยเทรนด์ดิจิทัลเฮลธ์มาแรงในเอเชีย เฉพาะในไทย 88% ของผู้ตอบแบบสอบถามใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลช่วยดูแลการจัดการสุขภาพส่วนตัวสูงเป็นอันดับหนึ่งของอาเซียน แนะเพิ่มความร่วมมือรัฐ-เอกชนเพื่อศักยภาพที่เหนือกว่า บริษัท พรูเด็นเชียล คอร์ปอเรชั่น เอเชีย (พรูเด็นเชียล) เผยผลการศึกษาล่าสุดในหัวข้อ “The Pulse of Asia – The Health of Asia Barometer” ซึ่งจัดทำโดย The Economist Intelligence Unit (EIU) หน่วยงานวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจของนิตยสาร “The Economist” โดยเป็นงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่าเทคโนโลยีดิจิทัลเฮลธ์ได้มอบโอกาสให้คนในเอเชียสามารถเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขเพิ่มมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน งานวิจัยฉบับนี้ ทำการศึกษาด้านทัศนคติของคนที่มีต่อการสาธารณสุขในเอเชีย โดยให้ความสำคัญเรื่องความต้องการด้านเครื่องมือและบริการที่จะช่วยนำทางให้ผู้คนในภูมิภาคนี้สามารถเข้าถึงระบบบริการสาธารณสุขได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ งานวิจัยยังให้ความสำคัญในการศึกษาถึงโอกาสสำหรับภาครัฐในด้านความร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อพัฒนาศักยภาพของดิจิทัล เฮลธ์แคร์ (Digital Healthcare) อีกด้วย การยอมรับเทคโนโลยีด้านสุขภาพเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด การศึกษาฉบับนี้ได้ทำการสำรวจประชากรในวัยที่บรรลุนิติภาวะจำนวน 5,000 รายในตลาดเป้าหมาย 13 แห่งทั่วทั้งทวีปเอเชีย โดยพบว่ามากกว่าครึ่งของผู้ทำแบบสอบถาม (54 เปอร์เซ็นต์) เชื่อว่าพวกเขาสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์และสามารถชำระค่าใช้จ่ายนั้นได้ และที่น่าสนใจกว่าคือ น้อยกว่าหนึ่งในสี่ (22 เปอร์เซ็นต์) สามารถเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกในการออกกำลังกายและฟิตเนสได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งช่วยให้พวกเขาสามารถดูแลสุขภาพให้ดียิ่งขึ้นได้ในปีใหม่นี้ อย่างไรก็ตาม การวิจัยของทั่วภูมิภาคเอเซียนี้ยังเน้นย้ำถึงศักยภาพของเทคโนโลยีที่จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการรับมือกับความท้าทายที่ว่านี้  โดยสี่ในห้า (81 เปอร์เซ็นต์) ของผู้ทำแบบสำรวจ กล่าวว่า เทคโนโลยีได้ช่วยทำให้การเข้าถึงบริการด้านสุขภาพดียิ่งขึ้น และสองในสาม (60 เปอร์เซ็นต์) เชื่อว่าเทคโนโลยียังช่วยเพิ่มความสามารถในการชำระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพได้อีกด้วย และนับจากนี้ไปอีกสามปีก็ยังไม่มีสัญญาณใด ๆ ที่แสดงให้เห็นว่าความต้องการของผู้บริโภคที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลด้านสุขภาพจะลดน้อยลงแต่อย่างใด โดย 71 เปอร์เซ็นต์ของผู้ทำแบบสอบถามกล่าวว่าพวกเขาจะยิ่งให้ความไว้วางใจกับเทคโนโลยีมากขึ้นเพื่อจะได้มีสุขภาพร่างกายและความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้นต่อไป จากการสำรวจพบว่า 88 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามในประเทศไทย มีการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลเฮลธ์เข้ามาช่วยเหลือในการดูแลจัดการสุขภาพส่วนตัว รวมไปถึงอุปกรณ์วัดความดันเลือด สมาร์ทวอทช์ อุปกรณ์ตรวจจับการเคลื่อนไหวแบบสวมใส่ ผลสำรวจนี้แสดงนัยยะว่าประชากรชาวไทยมีความตระหนักด้านสุขภาพ และเทคโนโลยีด้านดิจิทัลได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของพวกเขา อย่างไรก็ตาม ราคาของอุปกรณ์ และเรื่องของเวลาในการใช้งาน อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจในการเลือกใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ ความร่วมมือของรัฐและเอกชน หนทางสู่ความก้าวหน้าในด้านการสาธารณสุข เพื่อให้การพัฒนาศักยภาพของดิจิทัล เฮลธ์แคร์ไปได้ถึงขีดสุด รายงานของ EIU ฉบับนี้ยังเสนอแนะเกี่ยวกับการเพิ่มความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนให้มากขึ้น โดยแนะนำว่ารัฐบาลควรร่วมมือกับผู้ประกอบการภาคเอกชนในการนำเสนอวิถีทางที่เป็นนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อส่งเสริมและจัดการในด้านสุขภาพที่ดี ในรายงานได้เน้นให้เห็นถึงโอกาสสำหรับรัฐบาลในการปรับปรุงข้อมูลด้านการสาธารณสุขผ่านช่องทางดิจิทัล  โดยจากผลสำรวจพบว่า โซเชียลมีเดียได้กลายเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงด้านสุขภาพส่วนบุคคลและข้อมูลในการดูแลสุขภาพที่ดีที่คนเข้าถึงบ่อยที่สุด…

CSR
suntory-ReFun-Machine-smmagonline

ไม่รับถุงแล้ว ช่วยกันรีไซเคิลขวดด้วยนะ!!

SMmagonline – ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จับมือ ซีพี ออลล์ เปิดตัวโครงการ ข.ขวด ไปรีไซเคิล ประเดินติดเครื่องรีไซเคิลขวด PET หน้าเซเว่น อีเลฟเว่น ที่ซีพี ทาเวอร์ สีลม และจะขยายเพิ่มเป็น 10 สาขาในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์สินค้าซันโทรี่และเป๊ปซี่โคในประเทศไทย นำโดย อชิต โจชิ (กลางขวา) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ร่วมกับ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) นำโดย  ยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล (กลางซ้าย) กรรมการผู้จัดการ (ร่วม) เปิดตัวเครื่องรีไซเคิลขวด PET (ReFun Machine) ภายใต้โครงการ ข.ขวด ไปรีไซเคิล บริเวณหน้าร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ณ ซีพี ทาวเวอร์ สีลม เพื่อมุ่งมั่นผลักดันการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกอย่างยั่งยืน สร้างความตระหนักรู้ถึงคุณค่าของวัสดุรีไซเคิล และส่งเสริมให้ผู้บริโภคคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี โดยเฉพาะอย่างยิ่งขวด PET ทั้งนี้ เพื่อช่วยลดปริมาณและเพิ่มมูลค่าของขยะพลาสติก โดยในระยะแรกจะติดตั้งเครื่องรีไซเคิลขวด PET ที่ร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น 10 สาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ผู้บริโภคสามารถนำขวด PET ที่ใช้แล้ว ใส่ในเครื่องรีไซเคิลเพื่อสแกนบาร์โค้ดและกดปุ่ม “REFUN” ก็จะได้รับคูปองส่วนลดเพื่อแลกซื้อเครื่องดื่มของ ซันโทรี่…