rakxa-smmagonline

บำรุงราษฎร์-มั่นคงเคหะการ-ไมเนอร์ รวมตัวสร้าง “รักษ” มุ่งดันเป็นศูนย์บูรณาการสุขภาพเบอร์หนึ่งของเอเชีย

SMmagonline – เมื่อปัจจัย 4 กลายเป็นเทรนด์ธุรกิจมาแรงที่โลกเริ่มตระหนักถึงความสำคัญที่แท้จริงเพราะเป็นรากฐานของ Wellness เทรนด์ธุรกิจมาแรงของโลก 3 ธุรกิจที่อยู่ในขอบข่ายอย่างบำรุงราษฎร์ที่เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ มั่นคงเคหะการจากภาคที่อยู่อาศัย และไมเนอร์ฯจาก Hospitality รวมถึงธุรกิจอาหาร จึงผนึกกำลังสร้างธุรกิจรับโลกยุคใหม่ เปิดตัวโครงการรักษ พุ่งเป้าเป็นศูนย์บูรณาการสุขภาพและการแพทย์แบบองค์รวมแห่งแรกในเอเชีย โครงการรักษ (รัก-ษะ) เป็นความร่วมมือระหว่าง 3 องค์กรธุรกิจจาก 3  ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับปัจจัย 4 ได้แก่ ธุรกิจการแพทย์และสุขภาพจากโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จากบริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) และธุรกิจอาหารและไลฟ์สไตล์จาก บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากทั้ง 3 องค์กรเข้าร่วมเปิดตัวโครงการพร้อมกันเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา การรวมตัวครั้งนี้ถือเป็นการนำจุดแข็งของแต่ละฝ่ายมารวมกัน โครงการรักษ เกิดมาเพื่อเป็น World-Class Medical Wellness Destination แห่งแรกในเอเชีย รักษ เป็นศูนย์บูรณาการสุขภาพและการแพทย์แบบองค์รวม​แห่งแรกในเอเชีย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Fully Integrative Wellness & Medical Retreat” มูลค่ารวมกว่า 2,000 ล้านบาท เน้นให้บริการภายใต้การผสมผสานเทคโนโลยีและศาสตร์การดูสุขภาพแบบองค์รวมที่ทันสมัย เพื่อพัฒนาไปสู่ระดับ World-Class Medical Wellness Destination มีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ไตรมาส 4/2563 พัฒนาภายใต้บริษัท มั่นคงไลฟ์ จำกัด  โครงการตั้งอยู่ในพื้นที่คุ้งบางกระเจ้า จ.สมุทรปราการ ซึ่งมีความโดดเด่นในเรื่องของการยกระดับการให้บริการทางการแพทย์เชิงป้องกันแบบองค์รวม เป็นศูนย์สุขภาพที่ให้บริการครอบคลุมทุกศาสตร์แบบผสมผสานระหว่างการนำเอาวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์สมัยใหม่มาใช้ร่วมกับศาสตร์การแพทย์ แบบองค์รวม…

Star Stealer - horizantal[1]

Viu ได้ฤกษ์ปล่อยผลงานออริจินัลเรื่องใหม่ “Star Stealer”

SMmagonline – Viu (วิว) ผู้ให้บริการระดับแนวหน้าด้านวิดีโอสตรีมมิ่งแบบ OTT (Over-the-top) ยักษ์ใหญ์ระดับภูมิภาคจากกลุ่ม บริษัท พีซีซีดับเบิลยู มีเดีย เตรียมปล่อย Star Stealer ซีรีส์แนวคอมเมดีเรื่องล่าสุดจาก วิว ออริจินัล โครงเรื่องจากผลงานสุดบรรเจิดของผู้ชนะเลิศในเวทีประกวด Viu Pitching Forum 2019 โดยผู้ชมสามารถรับชม Star Stealer ได้ในวันที่ 30 กันยายน 2563 พร้อมกันทั้ง 16 ประเทศที่เปิดให้บริการ โครงเรื่องของ Star Stealer มาจาก 2 ผู้กำกับดาวรุ่งชาวอินโดนีเซีย อารอน ทิมโมธี ซูฮาร์โต และ ออดราย ดาเยส วังโก เจ้าของผู้ชนะจากการประกวด Viu Pitching Forum 2019 ซึ่งได้รับโอกาสให้เป็นทีมสร้างออรินัลซีรีส์เรื่องนี้ โดยมีความยาวทั้งหมด 10 ตอน สำหรับ Viu Pitching Forum ได้จัดขึ้นมาต่อเนื่องเป็นปีที่สองแล้ว โดยถือเป็นเวทีประกวดประจำปีที่จะสร้างกลุ่มคนทำงานหน้าใหม่ที่มีความสามารถในตลาดอินโดนีเซีย รวมถึงมอบโอกาสให้ผู้เข้าแข่งขันได้นำเสนอผลงานผ่านไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ที่เปี่ยมล้นด้วยแรงบันดาลใจผ่านแพลตฟอร์มระดับโลก ปีที่ผ่านมา Star Stealer ได้รับคำชมจากคณะกรรมการเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะมีเค้าโครงเรื่องที่แหวกแนวและแตกต่างแล้ว ยังเต็มไปด้วยกลิ่นอายของพลังคนวัยหนุ่มสาว ซึ่งตัวละครหลักเป็นหญิงสาวที่ครอบครัวเพิ่งจะล้มละลาย สูญเสียสถานะของการเป็นลูกสาวเจ้าของห้างสรรพสินค้าไป จึงผันตัวเองมาเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ร้านชานมไข่มุกเพื่อบังหน้า เพราะเบื้องหลังของเขาได้รวบรวมบรรดาลูกจ้างห้างร้านที่มีพรสวรรค์มาทำภารกิจลับใต้ดินด้วยกัน แม้สมาชิกแก๊งค์ดูไม่น่าจะมารวมตัวกันได้ แต่พวกเขาก็ร่วมมือกันวางแผนโจรกรรมสุดท้าทาย เพื่อขโมยของจากเหล่าคนดังและนำไปประมูลขายหลายครั้งหลายหน นักแสดงนำในเรื่อง Star Stealer เป็นดาวรุ่งมาแรงชาวอินโดนีเซียทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ซียาฟิรา…

TOSTEM Flagship Showroom 01

ทอสเท็ม เปิดแฟลกชิปโชว์รูมแห่งใหม่ ชูนวัตกรรม Total Housing Solution ครบวงจร

SMmagonline – ทอสเท็ม (TOSTEM) ในเครือลิกซิล แบรนด์ผลิตภัณฑ์ประตูหน้าต่างอะลูมิเนียม ประตูหน้าบ้าน และผลิตภัณฑ์นอกตัวบ้านระดับแนวหน้าในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ สำหรับอาคารที่อยู่อาศัยทั้งแนวราบ และอาคารสูงจากประเทศญี่ปุ่นที่มีความเชี่ยวชาญและสั่งสมประสบการณ์มากว่า 50 ปี ทุ่มกว่า 20 ล้านบาท เพื่อสร้าง ทอสเท็มแฟลกชิปโชว์รูม (TOSTEM Flagship Showroom) แห่งใหม่ บนพื้นที่ 425 ตารางเมตรในคริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ ชูแนวคิด Total Housing Solution แบบครบวงจร เพื่อเป็นพื้นที่เชื่อมต่อจินตนาการกับโลกแห่งความเป็นจริง มุ่งตอบโจทย์ด้าน Universal Design ที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครอบคลุม และรองรับความต้องการของทุกกลุ่มลูกค้า พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์เพื่อขยายตลาดและเพิ่มส่วนแบ่งตลาดกลุ่ม End user ในประเทศให้ครอบคลุมทุกช่องทางผ่านการตลาดดิจิทัลและการเพิ่มไลน์สินค้าวัสดุตกแต่ง และเปิดตัวสินค้าใหม่จับกระแสนิวนอร์มอลเพื่อบ้านและที่อยู่อาศัย ตั้งเป้ารุกหนักทุกเซกเมนต์หวังดันยอดขายครึ่งปีหลังกระเตื้องขึ้น วิชา วรสายัณห์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท ลิกซิล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กลุ่มธุรกิจ Total Housing Solution กล่าวถึง ผลการดำเนินงานของทอสเท็ม ประเทศไทยในปี 2563 ว่า “ในช่วงครึ่งปีแรก ทอสเท็มมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานให้สอดรับกับสถานการณ์และทิศทางของตลาดอุตสาหกรรมก่อสร้างและภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ทรงตัว หากแต่ยังคงมีความต้องการและกำลังซื้อของกลุ่มเป้าหมายหลักอยู่ ส่งผลให้ยอดผลประกอบการของทอสเท็มในปีนี้ยังคงมีการเติบโตตามเกณฑ์ที่วางไว้ ส่วนในช่วงครึ่งปีหลังคาดการณ์ว่าปัจจัยกระตุ้นทางอ้อมจากผลกระทบของโควิด-19 ปัญหาฝุ่นละออง และปัญหาอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น จะเอื้อให้ผู้บริโภคหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพ และเกิดการปรับปรุง ต่อเติมและซ่อมแซมที่อยู่อาศัยกันมากขึ้นอีกทั้งในปีนี้เราทำการปรับแผนธุรกิจเพื่อรุกตลาดกลุ่มเจ้าของบ้านและผู้อยู่อาศัยในประเทศ แทนการออกบูธแสดงสินค้าในงานนิทรรศการและแสดงสินค้าที่เกี่ยวกับบ้านซึ่งถูกเลื่อนออกไป โดยทำการเปิดตัวทอสเท็มแฟลกชิปโชว์รูมแห่งใหม่อย่างเป็นทางการ เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้า อาทิ เจ้าของบ้าน สถาปนิก มัณฑนากร ผู้บริหารโครงการอสังหาฯ นักเรียน นักศึกษาสาขาวิชาด้านการออกแบบ…

Mitsubishi Electric ผนึกภาครัฐ ทุ่มกว่า 50 ล้าน สร้าง EEC Automation Park รองรับพัฒนากำลังคนและถ่ายทอดเทคโนโลยี

SMmagonline – มิตซูบิชิ อีเล็คทริค ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และมหาวิทยาลัยบูรพา แถลงความคืบหน้าความร่วมมือพัฒนากำลังคนและถ่ายทอดเทคโนโลยีอุตสาหกรรม 4.0 ผ่านเครือข่าย “EEC Automation Park” สร้างความพร้อมด้าน Factory Automation ติดตั้งโมเดลไลน์ e-F@ctory เร่งส่งมอบความรู้สู่ภาคแรงงาน ร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Thailand 4.0 วิเชียร งามสุขเกษมศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค แฟคทอรี่ ออโตเมชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (Mitsubishi Electric) กล่าวว่า นับจากจุดตั้งต้นในวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562 ที่ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค แฟคทอรี่ ออโตเมชั่น (ประเทศไทย) จำกัด โดยความเห็นชอบจากบริษัท Mitsubishi Electric Corporation ประเทศญี่ปุ่น และมหาวิทยาลัยบูรพา ในการเข้ามาสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ด้านเทคโนโลยีการผลิตโดยใช้หุ่นยนต์ และระบบออโตเมชั่นผ่านเครือข่าย “EEC Automation Park” เพื่อให้พร้อมรองรับการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศไทย เพราะบริษัทมีความเห็นตรงกันว่า พื้นที่อาเซียน คือฐานการผลิตและเป็นแหล่งสร้างรายได้ที่สำคัญของประเทศ ขณะเดียวกัน ปัจจุบันหลาย ๆ พื้นที่ในอาเซียนมีการปฏิรูปอุตสาหกรรม ดังนั้นเพื่อความอยู่รอดของอุตสาหกรรมไทย อีกทั้งยังเป็นการยกระดับการผลิตให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาประเทศตามนโยบาย Thailand 4.0 เจากการที่มิตซูบิชิ อีเล็คทริค เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้าน Factory Automation…

ผสาน 5 ขอบข่ายเทคโนโลยี กลยุทธ์สร้างคุณค่าใหม่ในแบบฉบับหัวเว่ย

SMmagonline  – หัวเว่ยจัดงานประชุมสุดยอดประจำปี “Huawei Connect 2020” ณ มหานคร เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน  งานสำคัญที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีของอุตสาหกรรมไอซีทีในระดับโลก และเป็นแพลตฟอร์มที่เผยกลยุทธ์สำคัญของหัวเว่ย ในการผสาน 5 เทคโนโลยี  เพื่อสร้างคุณค่าในอุตสาหกรรมไอซีที   กัว ผิง ประธานกรรมการบริหารแบบหมุนเวียนตามวาระของหัวเว่ย กล่าวเปิดงานในหัวข้อ “สร้างคุณค่าใหม่ จากการผสานการทำงานระหว่าง 5 ขอบข่ายสำคัญในแวดวงเทคโนโลยี” ว่า “ในขณะที่องค์กรและรัฐบาลกำลังก้าวสู่การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้น เราจะเห็นศักยภาพการเติบโตในภาคอุตสาหกรรมไอซีทีมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และเราตั้งเป้าที่จะเปิดฉากเข้าสู่ยุคใหม่ของการพัฒนาไปพร้อมกับพาร์ทเนอร์ของเรา” กัว ผิง ยังยกตัวอย่างถึงต้นแบบในการสร้างองค์กรอัจฉริยะ มหาวิทยาลัยอัจฉริยะ และเมืองอัจฉริยะของหัวเว่ย โดยการผสานรวมเทคโนโลยีไอซีทีเข้ากับองค์ความรู้ของภาคอุตสาหกรรม และสร้างโซลูชันสำหรับสถานการณ์การใช้งานเฉพาะ สร้างมูลค่าให้แก่รัฐบาลหรือองค์กรที่มีระบบธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งในขั้นถัดไป หัวเว่ยจะร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ในการนำเทคโนโลยีไอซีทีมาประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรม ช่วยให้ธุรกิจองค์กรเกิดการเติบโต และช่วยให้รัฐบาลสามารถดำเนินกลยุทธ์กระตุ้นอุตสาหกรรมภายในประเทศได้สำเร็จ สร้างประโยชน์ให้กับประชาชน และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานของรัฐบาลไปพร้อมกัน ทั้งนี้ หัวเว่ยจะเดินหน้าลงทุนในขอบข่ายของธุรกิจหลักๆ ดังต่อไปนี้ ในขอบข่ายด้านโครงข่าย หัวเว่ยเสนอแนวคิดด้วยการเชื่อมต่ออัจฉริยะ ซึ่งมีเป้าหมายที่จะนำเสนอโครงข่ายอัตโนมัติที่มีการผสมผสานหลายระบบเข้าไว้ด้วยกัน (hyper-automated network) เพื่อให้เข้าถึงโครงข่ายความเร็วสูงที่ครอบคลุมทุกหนแห่ง (ubiquitous gigabit) มอบประสบการณ์การใช้งานได้ตามเป้าหมายที่กำหนด รวมถึงทำให้สามารถยกระดับเทคโนโลยีอัจฉริยะในระบบธุรกิจขนาดใหญ่ทั้งของภาครัฐและเอกชน ในขอบข่ายด้านเทคโนโลยีการประมวลผลคอมพิวเตอร์ หัวเว่ยมุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสิทธิภาพการประมวลผลที่หลากหลายให้แก่ลูกค้า แยกซอฟต์แวร์ออกจากฮาร์ดแวร์เพื่อปรับเทคโนโลยีประมวลผลให้ตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกัน ซึ่งรวมถึงหน่วยประมวลผลแบบ x86 และคุนเผิง (Kunpeng) ในขอบข่ายด้านบริการ Cloud หัวเว่ยได้ให้บริการครอบคลุมกว่า 23 ภูมิภาคทั่วโลก ดึงดูดนักพัฒนากว่า 1.5 ล้านคน ในขอบข่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) หัวเว่ยมุ่งที่จะผสานเทคโนโลยี AI ให้เข้าไปอยู่ในระบบธุรกิจขนาดใหญ่ทั้งในภาครัฐและเอกชนได้ดียิ่งขึ้น โดยใช้องค์ความรู้และข้อมูลในการสร้างศักยภาพหลักของระบบ AI เทคโนโลยีการเชื่อมต่อ การประมวลผลคอมพิวเตอร์ Cloud และ AI คล้ายกับการมาถึงของไฟฟ้าเมื่อร้อยปีก่อน ในขณะที่แอปพลิเคชันในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ก็เหมือนกับเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนและเครื่องมือในโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานไฟฟ้านั้นนั่นเอง หัวเว่ยเชื่อว่าการทำงานผสานกันระหว่าง 5 ขอบข่ายสำคัญในแวดวงเทคโนโลยีจะไม่เพียงนำมาซึ่งโอกาสมาให้แก่หัวเว่ยเท่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือนำมาซึ่งโอกาสอีกมากมายให้กับทั้งภาคอุตสาหกรรมไอซีที ในงานดังกล่าว หัวเว่ยยังได้ประกาศสโลแกนสำหรับการพัฒนาร่วมกับพันธมิตรในอีโคซิสเต็ม พร้อมกับพาร์ทเนอร์รายใหญ่ต่างๆ จากทั่วโลกว่า “สร้างสรรค์นวัตกรรม…

dunnhumby-rpi-7-11-smmagonline

เปิดรายงานดันน์ฮัมบี้ ผู้บริโภคไทยเลือกเซเว่นฯ เป็นแห่งแรก เพื่อความสวย ไม่ใช่แค่เวลาหิว

SMmagonline – ดันน์ฮัมบี้เผยผลรายงานดัชนีวัดความพึงพอใจในกลุ่มห้างค้าปลีกไทย (RPI) ที่จัดทำขึ้นเป็นครั้งแรก เซเว่นอีเลฟเว่น ติดอันดับผู้นำตลาดสินค้าเพื่อความงามและผลิตภัณฑ์การดูแลตนเองในประเทศไทย เพราะปัจจัยด้านความสะดวกและสะอาด แต่ผู้ค้าปลีกรายอื่น เช่น เทสโก้และวัตสันก็ไม่ได้ทิ้งห่างและพร้อมที่จะเลื่อนอันดับได้ทุกเมื่อ เพราะความภักดีของผู้ซื้อไทยต่อห้างค้าปลีกอยู่ในระดับต่ำ โอกาสชิงส่วนแบ่งจึงอยู่ที่การสร้างกลยุทธ์เพื่อให้ได้ใจลูกค้าเป็นหลัก ทิพวัลย์ วงศ์ธรรมชาติ ผู้จัดการประจำประเทศไทย ดันน์ฮัมบี้ เปิดเผยว่า ในรายงานดัชนีวัดความพึงพอใจในกลุ่มห้างค้าปลีก (RPI) ประเทศไทยที่จัดทำขึ้นเป็นครั้งแรกโดยดันน์ฮัมบี้ผู้นำระดับโลกในด้านวิทยาการข้อมูลลูกค้าพบบทสรุปที่น่าสนใจโดยมี เซเว่นอีเลฟเว่นรั้งอันดับผู้นำตลาดสินค้าเพื่อความงามและการดูแลตนเอง– ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่มีอัตราการเติบโตโดดเด่น ประกอบด้วยสินค้าประเภท ชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น ยาแก้ปวด วิตามิน ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัยสำหรับผู้หญิง และผ้าอ้อมสำหรับเด็ก/ผู้ใหญ่ รายงานผลการศึกษานี้ได้มาจากการตอบแบบสอบถามเพื่อสำรวจความคิดเห็นของผู้ซื้อชาวไทยจำนวนกว่า 2,000 คนที่มีต่อผู้ค้าปลีกชั้นนำเจ็ดรายในหมวดหมู่สินค้าเพื่อความงามและการดูแลตนเอง โดยให้น้ำหนักและความสำคัญในเรื่องของความสะดวกสบายและความสะอาด และความคุ้มค่าของเงินที่จ่ายไป อย่างไรก็ดีในช่วงเวลาที่ โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อสาธารณสุขและสภาพเศรษฐกิจไปทั่วโลกกลุ่มสินค้านี้มีเทรนการขยายตัวสูงตอบรับต่อสถานการณ์โควิด จึงเป็นตลาดที่น่าสนใจและเป็นโอกาสให้ผู้เล่นทุกรายทุ่มสรรพกำลังเพื่อช่วงชิงความเป็นผู้นำตลาด “ณ วันนี้เราทุกคนต่างตกอยู่ในช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนอย่างยิ่งทั้งในสภาพเศรษฐกิจและอนาคตของธุรกิจ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ใช่เวลาที่ผู้ค้าปลีกจะมานั่งถอดใจเพื่อรอคอยให้สถานการณ์คลี่คลายลง”คุณทิพวัลย์ วงศ์ธรรมชาติ ผู้จัดการประจำประเทศไทยของดันน์ฮัมบี้กล่าว “ในรายงาน RPI สำหรับประเทศไทยฉบับปฐมฤกษ์นี้ เผยให้เห็นถึงภาพรวมได้ชัดเจนว่าผู้ค้าปลีกของไทยดำเนินธุรกิจอยู่ตรงจุดไหนในปัจจุบัน ใครคือผู้นำตลาดและมีกลยุทธ์ใดบ้างที่ควรนำไปพิจารณาปรับใช้เพื่อช่วงชิงตำแหน่งทางการตลาดที่สำคัญนี้” บทเรียนสำคัญที่ได้จากการศึกษาดัชนีวัดความพึงพอใจในกลุ่มห้างค้าปลีก (RPI) ของไทย ความสะดวกสบายและความสะอาด คือปัจจัยที่สำคัญที่สุดและเป็นตัวกระตุ้นความพึงพอใจในผู้ค้าปลีกสำหรับสินค้าหมวดหมู่ความงามและการดูแลตนเอง ปัจจัยข้อนี้ส่งผลให้เซเว่นอีเลฟเว่นได้คะแนนสูงสุดใน RPIตามมาด้วยวัตสันและเทสโก้ เซเว่นอีเลฟเว่นได้คะแนนนำจากการได้รับการจัดอันดับสูงสุดโดยผู้บริโภคชาวไทย เนื่องเพราะประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเรื่องความสะดวกสบายและความสะอาดสำหรับสินค้าในหมวดหมู่ความงามและการดูแลตนเอง ทว่า ผู้ค้าปลีกรายอื่นๆ ก็ยังมีโอกาสที่จะแข่งขันและปรับกลยุทธ์ทางด้านการจัดการความสะดวกสบายและความสะอาดเพื่อดึงคะแนนรวมให้ดียิ่งขึ้น ปัจจัยขับเคลื่อนความพึงพอใจที่สำคัญที่สุดเป็นอันดับสองสำหรับตลาดคือ ความคุ้มค่าของเงินที่จ่ายไป ในส่วนนี้ผู้ค้าปลีกที่ได้คะแนนอันดับต้นๆ ได้แก่ เทสโก้และบิ๊กซี ปัจจัยขับเคลื่อนความพึงพอใจที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ ความหลากหลายของสินค้า ประสบการณ์ในการซื้อสินค้าภายในห้าง/ร้านค้า และสินค้าแบรนด์ของผู้ค้าปลีกตามลำดับ ความหลากหลายของสินค้าคือปัจจัยหลักของตลาดขายสินค้าทางออนไลน์ (เช่น Shopee, Lazada) ขณะเดียวกันความหลากหลายก็ยังมีความสำคัญต่อผู้ซื้อสินค้าในเซเว่นอีเลฟเว่นเช่นกัน โดยเซเว่นอีเลฟเว่นยังต้องพยายามให้มากขึ้นที่จะตอบสนองตามความคาดหวังของลูกค้าในจุดนี้…

PEOPLE
Dr.John Millar

ศศินทร์ แต่งตั้ง Chief Commercial Activities Officer

SMmagonline – Sasin School of Management (สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) หรือศศินทร์ ประกาศแต่งตั้ง ดร.จอห์น มิลลาร์ (Dr. John Millar) ให้ดำรงตำแหน่ง Chief Commercial Activities Officer เพื่อทำหน้าที่สนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมพาณิชย์ที่นอกเหนือไปจากหลักสูตรหลักของสถาบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการเรียนการสอนออนไลน์ ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ของศศินทร์ที่กำลังเดินหน้ากระชับความสัมพันธ์กับมืออาชีพในแวดวงธุรกิจตลอดจนการพัฒนาหลักสูตรและแพลตฟอร์มใหม่ๆ ดร.จอห์น มิลลาร์ Chief Commercial Activities Officer ศศินทร์ กล่าวว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับโอกาสให้มาร่วมงาน กับศศินทร์การเข้ามารับตำแหน่งในศศินทร์ถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ และถือเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ด้วยเช่นกัน เมื่อพิจารณาถึงความเปลี่ยนแปลงหลายประการที่กำลังเกิดขึ้นในวงการการศึกษาโดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ธุรกิจการศึกษาเริ่มก้าวจากโลกออฟไลน์ไปสู่โลกออนไลน์ เรียกได้ว่าสิ่งที่ศศินทร์ทำอยู่ตอนนี้จะมีผลกระทบสำคัญต่อทั้งประเทศไทยและภูมิภาคอย่างแน่นอน” ศาสตราจารย์เอียน เฟนวิค ผู้อำนวยการสถาบันบัณฑิตฯ ศศินทร์ กล่าวว่า “ศศินทร์มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง และขอต้อนรับดร.มิลลาร์มาร่วมทีมศศินทร์เพราะเป็นบุคลากรที่มีประสบการณ์สูงในด้านการพัฒนาเชิงกลยุทธ์และนวัตกรรมซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้ศศินทร์ได้เติบโตขึ้น” ชมวีดีโอสัมภาษณ์ ดร.จอห์น มิลลาร์ ก่อนหน้าที่จะมาร่วมงานกับศศินทร์ ดร.จอห์น มิลลาร์ ดำรงตำแหน่ง Chief Strategic Development Officer ที่ Ananda Development รับผิดชอบสายงานธุรกิจใหม่ ๆ ที่นอกเหนือไปจากธุรกิจหลักของบริษัท ตลอดจนขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์เพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจหลักเดินหน้าไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ในช่วงที่ทำงานที่ Ananda Development นั้น ดร.มิลลาร์ ได้พัฒนากลยุทธ์ด้านนวัตกรรมของบริษัท และดำเนินงานตามกลยุทธ์ โดย ดร.มิลลาร์ และทีมงานเข้าไปมีบทบาทในการจัดงานและสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ กว่า 70 งานต่อปี รวมถึงงาน Singularity University Summit…

LIFESTYLE
BMW-Web0

BMW Driving Experience สอนทักษะให้ “ขับรถเป็น” ไม่ใช่แค่ “ขับรถได้”

SMmagonline – “ขับรถได้แล้วทำไมยังต้องเรียนขับรถ” อยากรู้คำตอบชัด ๆ ต้องมาทำความรู้จักกับ คอร์ส อบรมการขับขี่ BMW Driving Experience กิจกรรมที่เกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์ของบีเอ็มดับเบิลยู ที่ไม่เพียงตั้งใจผลิตรถสมรรถนะสูง แต่ยังต้องการให้ผู้ขับขี่ใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเพื่อให้เกิดสุนทรียภาพแห่งการขับขี่ไป พร้อมกัน แถมยังเกิดผลพลอยได้ในการช่วยลดปัญหาการขับขี่บนท้องถนนที่พบเห็นกันบ่อยในประเทศไทย และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้ขับขี่ทุกคนควร “ขับรถเป็น” มากกว่าแค่ “ขับรถได้” หากใครไม่เห็นด้วย ก็ลองนึกดูไม่ต้องจินตนาการไปไหนไกล แค่เมืองไทย หากทุกคน “ขับรถเป็น” เราคงไม่เห็นปัญหาบนท้องถนนเกิดขึ้นมากมายดังที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ หรือแม้แต่ปัญหาการขับขี่ส่วนตัว ก็อาจจะทำให้เราสามารถลดข้อจำกัดในการขับรถในสภาพถนนที่แปลกใหม่ต่างจากที่คุ้นเคย เพราะนั่นเท่ากับปิดโอกาสหาประสบการณ์และความสนุกใหม่ ๆ ให้กับตัวเองไปแล้วเช่นกัน จุดเริ่มต้นของ BMW Driving Experience ย้อนกลับไปในปี 1976 กรรมการบริหารของ BMW ตัดสินใจที่จะให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการควบคุมและขับขี่รถอย่างถูกต้องเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่คับขันบนท้องถนนสำหรับนักขับทุกคน พร้อมกับสอนให้คนขับรู้ถึงวิธีสังเกตอันตรายบนท้องถนนในช่วงเวลาที่เหมาะสม และในวันที่ 22 เมษายน 1977 ได้เริ่มมีการจัดคอร์สอบรมจากทาง BMW ขึ้นอย่างเป็นทางการครั้งแรกที่เมือง Manching โดยมี BMW Motorsport GmbH เป็นผู้ดำเนินงานและบริหารจัดการ โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมที่มีอายุระหว่าง 22-45 ปี คอร์สนี้เป็นโปรแกรมฝึกอบรมคนขับ ที่จัดขึ้นโดยผู้ผลิตรถยนต์เป็นครั้งแรก โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความสมดุลระหว่างรถที่สมบูรณ์แบบกับความชำนาญในการขับขี่ให้เท่าเทียมกัน และให้สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของบีเอ็มดับเบิลยูในการผสานความเชี่ยวชำนาญด้านมอเตอร์สปอร์ตที่สั่งสมมา ให้เข้ากับความสนุกเร้าใจในการขับขี่ได้อย่างลงตัว จากนั้น บีเอ็มดับเบิลยู ได้พัฒนาคอร์สการฝึกอบรมการขับขี่เรื่อยมา จนถึงวันนี้มีผู้ที่มีโอกาสผ่านคอร์ส BMW Driving Experience มาแล้วจำนวนมาก และเป็นกลุ่มนักขับที่สามารถเพิ่มทักษะจนเห็นความแตกต่างชัดเจนว่า การพัฒนาทักษะให้อยู่ในระดับการ “ขับรถเป็น” นั้น ช่วยสร้างประสบการณ์การขับขี่รถที่ให้ความรู้สนุก ท้าทาย และปลอดภัยกว่าเพียงแค่การ “ขับรถได้” เพียงใด เพราะเพียงการรู้จักรถที่ขับ…

ASEAN+
Mr. Cho K.Fish-smmagonline

K-FISH อาหารทะเลพรีเมียมของรัฐบาลเกาหลีใต้ ชี้ “ปลาทูน่า” และ “สาหร่ายทะเล” มาแรง ปรับใช้กลยุทธ์ออนไลน์ขยายตลาดสู้โควิด-19

SMmagonline – K-FISH อาหารทะเลพรีเมียมของรัฐบาลเกาหลีใต้ ชี้ “ปลาทูน่า” และ “สาหร่ายทะเล” มาแรง ปีนี้ปรับกลยุทธ์รับโควิด-19 เน้นทำบิสซิเนสแมทชิ่งให้ผู้นำเข้าสินค้าอาหารทะเลจากไทยดีลผู้ผลิตตรงในเกาหลีผ่านออนไลน์ ยังเชื่อมั่นร่วมโปรโมตสินค้าผ่านงาน THAIFEX- ANUGA 2020 เชื่อแนวโน้มยอดขายเติบโตต่อเนื่องหลังโควิด-19 แบรนด์สินค้าประมงระดับชาติ ภายใต้กระทรวงมหาสมุทรและการประมงของเกาหลีใต้ ซึ่งนำเข้าอาหารทะเลเกาหลี กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ หอการค้าไทย และ Koelnmesse ประเทศเยอรมนี (โคโลญเมสเซ่เป็นผู้นำการจัดงานแฟร์ด้านอาหารและกิจกรรมต่างๆ) ร่วมจัดงานแสดงสินค้าอาหาร ภายใต้ชื่อ “THAIFEX – ANUGA ASIA 2020” ยกระดับความร่วมมือกับนานาประเทศส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม ภายในงานมีบริษัทที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ จำนวน 777 บริษัท ประกอบด้วยผู้ประกอบการไทย 527 บริษัท ต่างชาติ 15 ประเทศ 270 บริษัท อาทิ เอเชียตะวันออก อาเซียน ยุโรป สหรัฐอเมริกา ลาตินอเมริกา แอฟริกา นับเป็นงานแสดงสินค้าที่มีจุดเด่นและเป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับในวงการอุตสาหกรรมอาหารของโลก ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ในเอเชีย โจ แมงกึน (Mr. Cho Maengkeun) หัวหน้าศูนย์ส่งเสริมการส่งออกประจำกรุงเทพฯ  ผู้บริหาร K•FISH  แบรนด์สินค้าประมงระดับชาติของเกาหลีใต้ หนึ่งในผู้เข้าร่วมงานในครั้งนี้ เปิดเผยว่า วัตถุดิบที่ถูกนำมาแปรรูปมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ สาหร่ายทะเลเกาหลี 114 ผลิตภัณฑ์ รองลงมาคือ ออมุก หรือโอเด้งปลา 26 ผลิตภัณฑ์ และสุดท้าย…

CSR
boonrawd 01

“สิงห์อาสา” ผนึกกำลัง “หน่วยซีล” จัดหลักสูตรเข้มข้น “กู้ภัยทางน้ำ” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

SMmagonline – สิงห์อาสา โดย มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี และ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ร่วมกับ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ กองเรือยุทธการ จัดอบรม “หลักสูตรกู้ภัยทางน้ำ ทางทะเลและการดำน้ำกู้ภัย” โดยในปีนี้จัดอบรมให้แก่กู้ภัย 11 จังหวัด จากภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ 18-22 ก.ย. 63 ที่หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ กองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยในงานมี พลตรี ศุภชัย ธนสารสาคร ผู้บัญชาการ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ และ อรรถสิทธิ์ พรหมสุข ผู้จัดการส่วนงานกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ให้เกียรติเป็นประธานเปิดและมอบประกาศนียบัตรให้กับผู้เข้าอบรมทุกท่าน โครงการอบรม “หลักสูตรกู้ภัยทางน้ำ ทางทะเลและการดำน้ำกู้ภัย” เป็นโครงการที่สิงห์อาสา ได้ผนึกกำลังร่วมกับหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ หรือ “หน่วยซีล” หน่วยรบพิเศษจู่โจมใต้น้ำ ที่มีทักษะในการปฏิบัติการได้ทั้งบนผิวน้ำ ใต้น้ำ บนบกและทางอากาศ และเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นในภารกิจระดับโลกในการช่วยเหลือ 13 หมูป่าติดถ้ำหลวง ที่จังหวัดเชียงรายเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา อันเป็นที่ประจักษ์ว่าทักษะการกู้ภัยทางน้ำมีความจำเป็นอย่างยิ่ง โดยในโครงการได้จัดหลักสูตรการอบรมที่มีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มทักษะความรู้ความสามารถของบรรดาเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยทั่วประเทศ รวมถึงเตรียมพร้อมรับมือกับอุบัติเหตุทางน้ำ ไม่ว่าจะเป็นที่เกิดจากภัยพิบัติธรรมชาติ เช่น น้ำท่วมรุนแรง หรือน้ำป่าไหลหลากอันเกิดจากฝนตกอย่างหนักจากพายุ หรืออุบัติเหตุทางน้ำ เช่น เรือล่มในแม่น้ำหรือในทะเล ที่มักเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิดเสมอ ทั้งนี้ ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้ทักษะที่จำเป็น อาทิ หลักความปลอดภัยในน้ำ สาเหตุและอันตรายในน้ำ การใช้อุปกรณ์ในการกู้ภัยทางน้ำ หลักสูตรดำน้ำเบื้องต้น…