เอ็กซ์สปริง ผนึก สยามพิวรรธน์ ขยายธุรกิจไปสู่ Global Citizen

SMmagonline – XSpring ผนึกกำลัง  สยามพิวรรธน์  ร่วมมือเขย่าวงการรีเทลและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทย เพื่อสร้างปรากฎการณ์ระบบนิเวศน์ธุรกิจและมอบประสบการณ์ด้านดิจิทัลครบวงจรในไตรมาสแรกปี 2565 ระเฑียร  ศรีมงคล  ประธานกรรมการ บริษัท เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) (XPG) เผยว่าในปีนี้ เป็นปีที่เอ็กซ์สปริงมีการเปลี่ยนแปลงและเติบโตอย่างก้าวกระโดด การได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มสยามพิวรรธน์แต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาดูแลในด้านสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อมอบสิทธิพิเศษอันคุ้มค่าให้แก่ลูกค้า ผ่านการทำงานโดยเชื่อมต่อกันได้อย่างไร้รอยต่อกับ 20 พาร์ทเนอร์ในรูปแบบการบูรณาการร่วมกัน ไม่เพียงเฉพาะสินทรัพย์ดิจิทัลเท่านั้น แต่ด้วยประสบการณ์และบริการของเอ็กซ์สปริงที่ครอบคลุมไปถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ ทั้งหุ้น หุ้นกู้ และกองทุนต่างๆ เพื่อสร้างอีโคซิสเท็มทางด้านดิจิทัลด้วยการเชื่อมโลกออฟไลน์สู่ออนไลน์ที่ยั่งยืนในระยะยาว ส่วนทางด้านร่วมมือกับสยามพิวรรธน์ ทางด้าน  ชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ หนึ่งในพันธมิตรเจ้าของไอคอนสยาม และสยามพรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ กล่าวว่า “ก้าวใหม่ของสยามพิวรรธน์ในฐานะผู้นำความคิดสร้างสรรค์ในธุรกิจค้าปลีก หรือ ‘The Visionary Icon’ ที่มุ่งเสนอประสบการณ์เหนือความคาดหมายทั้งในศูนย์การค้าและในโลกดิจิทัล มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะผนึกกำลังกับพันธมิตรชั้นนำอย่างเอ็กซ์สปริง เพื่อศึกษาเรื่องสินทรัพย์ดิจิทัลที่จะ เข้ามาเติมเต็มและส่งเสริมระบบ Ecosystem ของกลุ่มสยามพิวรรธน์ให้แข็งแกร่งและสมบูรณ์แบบที่สุด เพื่อมอบประสบการณ์ด้านดิจิทัลแก่ลูกค้าของเราและพันธมิตรทางธุรกิจได้อย่างครบวงจร พร้อมเชื่อมต่อสู่แพลตฟอร์มระดับโลกเสริมฐานลูกค้าสู่ Global Citizen นับเป็นปรากฎการณ์ครั้งแรกในประเทศไทย การร่วมมือกันระหว่างสองผู้นำพันธมิตร “เอ็กซ์สปริง” และ “สยามพิวรรธน์” จะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย เชื่อมโลกธุรกิจการลงทุนกับทั่วโลก เป็นการพลิกโฉม Ecosystem เศรษฐกิจดิจิทัลแห่งศตวรรษที่ 21 อย่างสมบูรณ์ ทั้งนี้ระเฑียร ย้ำ จุดแข็งของเอ็กซ์สปริงที่โดดเด่น เรามีความพร้อมในการสนับสนุนพันธมิตรในทุกด้าน เพื่อมอบประสบการณ์เหนือจินตนาการอย่างไร้ขีดจำกัดแก่ลูกค้าในการเป็นผู้ให้บริการทางการเงินและการลงทุนระบบดิจิทัลแบบ One-stop Service ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน…

วิถีพัฒนาแบรนด์พลังงาน PT สู่ไลฟ์สไตล์แบรนด์

SMmagonline –  แมกซ์ โซลูชัน เซอร์วิส จำกัด บริษัทในเครือพีทีจี จีบมือพันธมิตรแบรนด์โพเอม (POEM) พัฒนาคอลเลคชั่นใหม่ ชูการออกแบบรักษ์สิ่งแวดล้อมและคนไทยอยู่ดีมีสุขไปพร้อมกัน เติมสุขเต็มแมกซ์แก่สมาชิก PT Max Card กว่า 16 ล้าน พร้อมศักดิ์ จรัญญากรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทแมกซ์ โซลูชัน เซอร์วิส จำกัด บริษัทในเครือพีทีจี เปิดเผยมุ่งมั่นนำเสนอความสดใหม่และมอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟผ่านบัตรสมาชิก PT Max Card มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบสิทธิประโยชน์จากตัวแบรนด์เอง รวมถึงร้านค้าพันธมิตรกว่า 200 ราย ที่ล้วนคัดสรรมาเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าในทุกไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างและนำเทรนด์อยู่ตลอดเวลา โดยความภาคภูมิใจ  พร้อมศักดิ์ จรัญญากรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทแมกซ์ โซลูชัน เซอร์วิส จำกัด ล่าสุดเราได้มีโอกาสร่วมมือกับแบรนด์แฟชั่นชั้นนำของประเทศอย่างโพเอม (POEM) เพื่อนำเสนอแฟชั่นไอเท็มที่ผ่านการออกแบบจากคุณชวนล ไคสิริ (ฌอน) ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ POEM ได้แก่ หน้ากากอนามัยชนิดผ้า (Mask) กระเป๋าโท้ทขนาดใหญ่ (Tote) และกระเป๋าเพาช์ (Pouch) ใบเล็กสำหรับใส่ของกระจุกกระจิก ที่สวยงามและมีเอกลักษณ์ เพื่อให้สมาชิก PT Max Card ได้เป็นเจ้าของ “ความร่วมมือของทั้งสองแบรนด์ครั้งนี้มีความสำคัญมาก ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นครั้งแรกของวงการธุรกิจพลังงานที่ได้จับมือกับแบรนด์แฟชั่น แต่ความร่วมมือครั้งนี้ยังสะท้อนภาพลักษณ์พีทีในฐานะแบรนด์พลังงานที่ก้าวสู่ความเป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์ได้อย่างแท้จริงและยังสร้างกระแสการรับรู้ให้แก่คนไทยต่อการสนับสนุนแบรนด์ดีไซเนอร์ฝีมือคนไทยเพื่อเติบโตไปพร้อมกัน”  ด้าน ชวนล ไคสิริ (ฌอน) ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ POEM กล่าวว่าทั้งสองแบรนด์มีความเชื่อเดียวกันว่าจุดมุ่งหมายสูงสุดของความร่วมมือครั้งนี้ นั่นคือการทำให้ผู้บริโภคมีชีวิตที่อยู่ดีมีสุขนั่นเอง สำหรับแรงบันดาลใจการออกแบบคอลเลคชั่น PTxPOEM สิ่งแรกที่เรามองเห็นคือการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดขยะพลาสติกและรักษาสิ่งแวดล้อม จึงเลือกออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันและมีอายุการใช้งานยาวนานส่วนลายพิมพ์เป็นการปรับเอาโลโก้ของแบรนด์พีทีมาใช้เป็นโทนสีหลัก สะท้อนแนวความคิดในการออกแบบของ…

Doolaejai

ใช้หูดูแลใจ กลุ่มโค้ชอาสามืออาชีพพร้อมฟังด้วยหูเพื่อเติมพลังใจ

SMmagonline – เมื่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไม่เพียงส่งผลต่อสุขภาพกายเท่านั้น แต่สุขภาพใจของผู้คนล้วนได้รับผลกระทบอย่างหนักหนาไม่ต่างกัน กลุ่มโค้ชจิตอาสาภายใต้ชื่อกลุ่ม “ดูแลใจ” จึงอยากเป็นส่วนหนึ่งในการ ‘ฟัง’ เพื่อให้ทุกคนที่สูญเสียรู้ว่าพวกเขาไม่ได้อยู่ลำพัง สุขภาพจิตของผู้คนในปัจจุบันถือเป็นความจำเป็นเร่งด่วนไม่แพ้ปัญหาเรื่องสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวิกฤตโรคระบาด โดยกรุงเทพโพลล์ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนจำนวน 1,159 คน จากทั่วประเทศ เรื่อง “สุขภาพจิตคนไทยวันนี้เป็นอย่างไร”  พบว่า เรื่องที่ทำให้สุขภาพจิตแย่มากที่สุดในปีนี้ ส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 51.6 กลัวโควิด-19 ระบาดระลอกใหม่ รองลงมา ร้อยละ 44.9 กลัวติดโควิด-19 ร้อยละ 43.1 รายได้ไม่พอจ่าย เป็นหนี้เป็นสิน และร้อยละ 31.7 ปัญหาการศึกษา นอกจากนี้คำกล่าวที่ว่า ‘ทุกคนล้วนสูญเสีย’ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 คงไม่ใช่คำกล่าวที่เกินเลย หลายคนสูญเสียงานประจำ หลายคนสูญเสียธุรกิจ หลายคนสูญเสียโอกาสในชีวิต และหลายคนสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ทุกความสูญเสียต้องการ ‘การรับฟัง’ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นให้ผู้ที่กำลังประสบกับความสูญเสียได้เข้าใจ เรียนรู้ และเติบโตจากความสูญเสียที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริง กลุ่มโค้ชจิตอาสาที่ผ่านการอบรมจากอาจารย์จิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงได้รวมตัวกันภายใต้ชื่อกลุ่ม “ดูแลใจ” เพื่อเป็นส่วนเล็ก ๆ ในการรับฟังและเติมพลังใจให้ผู้คนได้ลุกขึ้นอีกครั้งจากความสูญเสีย โดยการรวมตัวครั้งนี้เป็นการสร้างพื้นที่รับฟังดูแลใจที่ไม่แสวงหาผลกำไร ด้วยการสนับสนุนจาก Peaceful Death ธนาคารจิตอาสา สมาคมพัฒนาศักยภาพมนุษย์และจิตบำบัดแนวซาเทียร์ ความสุขประเทศไทย และศูนย์จิตตปัญญาศึกษา โดยกลุ่มโค้ชจิตอาสามืออาชีพกว่า 20 คนที่มีทักษะในการดูแลใจผู้สูญเสียจะพร้อมรับฟังทุกเรื่องราว ทุกความผิดหวัง และทุกความเจ็บปวด เพื่อเป็นก้าวแรกในการข้ามผ่านความสูญเสีย พร้อมเป็นพลังที่จะผลักดันให้สังคมก้าวต่อไปข้างหน้าบนพื้นฐานของความเข้าใจและความเห็นใจ หนึ่งในผู้ที่ได้รับการดูแลใจเล่าถึงประสบการณ์ในการพูดคุยกับโค้ชว่า “ในหลายครั้งที่เผชิญปัญหา เราอาจต้องการแค่คนที่จะมารับฟังเราอย่างเข้าใจและไม่ตัดสิน จุดเริ่มต้นของการแก้ปัญคือเมื่อเราได้สื่อสารปัญหานั้นออกมา เพราะการได้บอกเล่าถึงปัญหาทำให้เราได้ขบคิดและได้เห็นมุมมองใหม่ ๆ ของปัญหาที่เราอาจไม่เคยเห็นมาก่อน การพูดคุยกับโค้ชเป็นเหมือนการมีเพื่อนที่เต็มไปด้วยพลังบวกมานั่งรับฟังและจับมือเราให้ก้าวข้ามความสูญเสีย” ถ้าคุณต้องการคนรับฟัง หรือรู้จักคนที่ต้องการคนรับฟัง…

'Shopee x Visa Sellers Grow Beyond'

กูรูอีคอมเมิร์ซ ร่วมแชร์เคล็ดลับโกยยอดออนไลน์

SMmagonline – ช้อปปี้  และ วีซ่า ผู้นำการให้บริการการชำระเงินดิจิทัลระดับโลก สานต่อเจตนารมณ์ของโครงการ ‘Shopee x Visa: Sellers Grow Beyond’ โตไกลไปด้วยกัน เดินหน้าจัดกิจกรรมเวิร์คช็อปให้ความรู้ผู้ประกอบการ พร้อมแชร์เคล็ดลับความสำเร็จให้แก่เอสเอ็มอีไทย ให้สามารถสร้างการเติบโตทางธุรกิจรับกระแสอีคอมเมิร์ซ โค้งสุดท้ายของปี ในช่วงมหกรรม Shopee 12.12 Birthday Sale โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก 2 เซเลบชื่อดังจาก Shopee Celebrity Club ‘รถเมล์ – คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์’ และ ‘ดีเจเพชรจ้า – วิเชียร กุศลมโนมัย’ พร้อมด้วยตัวแทนร้านค้าต้นแบบจากช้อปปี้ และกูรูอีคอมเมิร์ซชื่อดัง ‘โอกาส’ หัวใจสำคัญในการปั้นแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จ รถเมล์ – คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์ เจ้าของแบรนด์ Huga กล่าวว่า “ในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ สำหรับแบรนด์ Huga ในช่วง 2 ปีมานี้ที่เราต่างต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ท้าทายจากการแพร่ระบาด แต่ทีมงานของ Huga เองก็ได้ระดมความคิดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่โดยอาศัยการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคจนได้ออกมาเป็นทิชชู่เปียก สูตรคิดส์ ไฮจีน แอนตี้แบคทีเรีย ซึ่งได้ผลตอบรับที่ดีมาก นอกจากการมีสินค้าที่ดีแล้ว การทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จนั้นจำเป็นต้องขวนขวายโอกาสที่จะพาสินค้าของเราให้ถึงมือผู้บริโภคได้มากที่สุด อย่างที่เราเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าในปีนี้คนไทยมีความตื่นตัวอย่างมากกับเทศกาลช้อปปิ้งที่จัดขึ้นในทุก ๆ เดือน ฉะนั้นแบรนด์จึงได้เข้าร่วมแคมเปญต่างๆ ที่ช้อปปี้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อจับกระแสของอีคอมเมิร์ซ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับช่วงปลายปีนี้ที่กำลังซื้อของผู้บริโภคกำลังฟื้นตัว มหกรรม ‘Shopee 12.12 Birthday Sale’ จึงเป็นโอกาสทองระลอกสุดท้ายของปีที่ไม่อยากให้ผู้ประกอบการร้านค้าตกขบวน เพื่อที่จะใช้โอกาสนี้ในการสร้างตัวตนสร้างรายได้ และขยายฐานลูกค้าได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น” ให้ธุรกิจเป็นเรื่องง่ายกับผู้ขาย-ผู้ซื้อ  ดีเจเพชรจ้า…

วัตสัน ส่งกลยุทธ์ O+O ตอบรับทุกอินไซต์ ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง

SMmagonline –  วัตสัน ตอบรับพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ โดยผสานกลยุทธ์ O+O (Offline + Online) บูรณาการเชื่อมต่อช่องทางออฟไลน์ผ่านหน้าร้านวัตสันและออนไลน์ เพื่อให้ลูกค้าได้รับการบริการที่ดียิ่งขึ้นสะดวกไม่ว่าจะช้อปผ่านช่องทางใดก็ตาม พสิษฐ์ มั่นคงขันติวงศ์ Managing Director วัตสัน ประเทศไทย กล่าวว่า การสร้างรอยยิ้มให้กับลูกค้าของเรา หรือ “Put a smile on Customers’ faces” ถือเป็นพันธกิจหลักที่เรายึดถือในการดำเนินธุรกิจ และเพื่อให้ลูกค้าได้มีประสบการณ์ที่ดีที่สุดกับวัตสันในทุกมิติ เราตั้งใจมุ่งมั่นให้เพื่อลูกค้าของเราได้ “Look Good. Do Good. Feel Great.” คือ ดูดีทั้งด้านสุขภาพและความงาม รู้สึกดีทั้งเพื่อตัวเองและได้มอบสิ่งดีๆ คืนสู่สังคมเพื่อสังคมที่ยั่งยืนต่อไป” พสิษฐ์ มั่นคงขันติวงศ์ Managing Director วัตสัน ประเทศไทย โดยเพื่อตอบรับพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าในยุคนี้ วัตสัน “รับฟัง” “ใส่ใจ” และ “ทำความเข้าใจ” ลูกค้า ผสานกลยุทธ์ O+O (Offline + Online) เพื่อส่งมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งหลากหลายแพลตฟอร์มทั้งออฟไลน์และออนไลน์แบบไร้รอยต่อ โดยมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อให้ลูกค้าได้รับการบริการที่ดียิ่งขึ้นสะดวกและรวดเร็วขึ้นไม่ว่าจะช้อปผ่านช่องทางใดก็ตาม โดยวัตสันได้บูรณาการเชื่อมต่อช่องทางออฟไลน์ผ่านหน้าร้านวัตสันกว่า 600 สาขา และทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน   โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการให้บริการลูกค้าได้อย่างตรงตามความต้องการ เช่น บริการ Click & Collect ที่ช้อปสินค้าผ่านออนไลน์ แต่เลือกรับสินค้าที่สาขาใกล้บ้านหรือที่ทำงานตามที่ลูกค้าสะดวก และ Watsons Chat & Shop ช้อปผ่านการแชทแบบเรียลไทม์กับพนักงานประจำร้านวัตสัน 250 สาขา…

มองธุรกิจในอนาคต เมื่อผู้บริโภคการเงินวิกฤตการใช้ชีวิตไม่เหมือนเดิม

SMmagonline – EIC ทำการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคไทยจำนวน 3,205 คน ในช่วงระหว่างวันที่ 27 สิงหาคม ถึง 27 กันยายน 2021 เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและพฤติกรรมในช่่วง COVID-19 และแนวโน้มหลังวิกฤตคลี่คลาย พบข้อสรุปที่มีนัยที่มีผลต่อธุรกิจ 5 ประเด็นใหญ่ๆ ดังนี้ ในภาพรวม กำลังซื้อของผู้บริโภคจะฟื้นตัวได้อย่างช้า ๆ ผู้บริโภคส่วนใหญ่มองว่ารายได้ของตนเองจะยังคงไม่เพิ่มขึ้นในระยะ 6 เดือนข้างหน้า อีกทั้ง ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยยังต้องเผชิญทั้งปัญหาภาระหนี้้และสภาพคล่อง โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภครายได้น้อย (รายได้้ไม่่เกิน 5 หมื่นบาทต่อเดือน) ที่่มีปัญหาหนักกว่ากลุ่มผู้บริโภค ที่่รายได้สูงกว่า แนวโน้มรายได้ที่ซบเซาประกอบกับปัญหาภาระหนี้ส่งผลให้การใช้จ่ายภาพรวมฟื้นช้าโดยเฉพาะกลุ่มสินค้าคงทน ผู้บริโภคส่วนใหญ่ระบุุว่าไม่มีแผนจะเพิ่มการใช้จ่าย ในระยะ 6 เดือนข้างหน้า โดยมีผู้บริโภคเพียงส่วนน้อยเพียงประมาณ 5% ที่่มีแผนจะซื้อบ้านหรือรถในช่วงดังกล่าว สอดคล้องกับการที่่ผู้บริโภคยังมีความกังวลต่อรายได้ ในอนาคตของตนเองและปัญหาการชำระหนี้้ นอกจากนี้้การใช้จ่ายอีกประเภทที่่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังไม่มีแผนที่่จะใช้จ่าย ก็คือการท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยอาจเป็นผลมาจาก ทั้งสภาวะเศรษฐกิจและมาตรการการจำกัดการบินระหว่างประเทศที่่ยังไม่แน่นอนโดยกลุ่มที่่มีการวางแผนท่องเที่ยวต่างประเทศส่วนมากจะเป็นกลุ่มที่่มีรายได้สูง ในระยะสั้น อุปสงค์คงค้าง (pent-up demand) อาจเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจที่่เกี่ยวข้อง ผู้บริโภคส่วนใหญ่มีแผนจะใช้จ่ายไปกับกิจกรรม การท่องเที่ยวในประเทศและธุรกิจสุขภาพ-ความงาม-ความบันเทิงเมื่อสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย โดยเฉพาะกลุ่มรายได้ปานกลาง-สูง ส่งผลให้การเริ่มทยอย คลายล็อกดาวน์์ในช่วงไตรมาส 4 ที่่เป็นช่วงฤดููกาลท่องเที่ยว อีกทั้ง ยังมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่่สำคัญ อย่าง “เราเที่ยวด้วยกัน” “คนละครึ่ง” “ยิ่งใช้ยิ่งได้” จะเป็นแรงสนับสนุนที่่สำคัญของ pent-up demand ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรม New Normal ของการใช้เวลาที่่บ้านมากขึ้นของผู้บริโภคยังมีแนวโน้มที่่จะไปต่อได้สินค้าและบริการที่่เกี่ยวกับการใช้เวลาที่่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหรือการทำกิจกรรมงานอดิเรก เช่น การทำอาหาร การปลูกต้นไม้ รวมถึงการปรับปรุง-ตกแต่งที่่อยู่อาศัย…

PEOPLE

วัตสัน ส่งกลยุทธ์ O+O ตอบรับทุกอินไซต์ ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง

SMmagonline –  วัตสัน ตอบรับพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ โดยผสานกลยุทธ์ O+O (Offline + Online) บูรณาการเชื่อมต่อช่องทางออฟไลน์ผ่านหน้าร้านวัตสันและออนไลน์ เพื่อให้ลูกค้าได้รับการบริการที่ดียิ่งขึ้นสะดวกไม่ว่าจะช้อปผ่านช่องทางใดก็ตาม พสิษฐ์ มั่นคงขันติวงศ์ Managing Director วัตสัน ประเทศไทย กล่าวว่า การสร้างรอยยิ้มให้กับลูกค้าของเรา หรือ “Put a smile on Customers’ faces” ถือเป็นพันธกิจหลักที่เรายึดถือในการดำเนินธุรกิจ และเพื่อให้ลูกค้าได้มีประสบการณ์ที่ดีที่สุดกับวัตสันในทุกมิติ เราตั้งใจมุ่งมั่นให้เพื่อลูกค้าของเราได้ “Look Good. Do Good. Feel Great.” คือ ดูดีทั้งด้านสุขภาพและความงาม รู้สึกดีทั้งเพื่อตัวเองและได้มอบสิ่งดีๆ คืนสู่สังคมเพื่อสังคมที่ยั่งยืนต่อไป” พสิษฐ์ มั่นคงขันติวงศ์ Managing Director วัตสัน ประเทศไทย โดยเพื่อตอบรับพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าในยุคนี้ วัตสัน “รับฟัง” “ใส่ใจ” และ “ทำความเข้าใจ” ลูกค้า ผสานกลยุทธ์ O+O (Offline + Online) เพื่อส่งมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งหลากหลายแพลตฟอร์มทั้งออฟไลน์และออนไลน์แบบไร้รอยต่อ โดยมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อให้ลูกค้าได้รับการบริการที่ดียิ่งขึ้นสะดวกและรวดเร็วขึ้นไม่ว่าจะช้อปผ่านช่องทางใดก็ตาม โดยวัตสันได้บูรณาการเชื่อมต่อช่องทางออฟไลน์ผ่านหน้าร้านวัตสันกว่า 600 สาขา และทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน   โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการให้บริการลูกค้าได้อย่างตรงตามความต้องการ เช่น บริการ Click & Collect ที่ช้อปสินค้าผ่านออนไลน์ แต่เลือกรับสินค้าที่สาขาใกล้บ้านหรือที่ทำงานตามที่ลูกค้าสะดวก และ Watsons Chat & Shop ช้อปผ่านการแชทแบบเรียลไทม์กับพนักงานประจำร้านวัตสัน 250 สาขา…

LIFESTYLE

เปิดประสบการณ์ไปกับยานยนต์ไฟฟ้ารักษ์โลกของค่าย “BMW” ตระกูล “i” ยลโฉมแบบเอ็กซ์คลูซีฟ !!!

SMmagonline – A New Electric Era งานเปิดตัว The first-ever BMW iX” และ “The first-ever BMW iX3 ยานยนต์ ไฟฟ้าพลังงานสะอาดรุ่นใหม่ล่าสุดของ BMW กลายเป็นงานใหญ่ที่ถูกพูดถึงแห่งปีกันเลยทีเดียว เพราะเป็นงานเปิดตัวรถยนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ แบบ New Normal ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าวีไอพีกลุ่มแรกได้สัมผัส BMW iX xDrive50 Sport และ BMW iX3 M Sport คันจริงเป็นครั้งแรก พร้อมถ่ายทอดสดให้ผู้ที่ได้ร่วมสัมผัสไปพร้อมกันผ่านทางเฟซบุ๊กไลฟ์ ของ BMW Thailand ทั้งนี้ BMW เลือกตอกย้ำการเป็นผู้บุกเบิกการขับเคลื่อนด้วยยานยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มพรีเมียมของไทย ด้วยการจัดงานที่โรงแรม สินธร เคมปินสกี้ โดยภาพรวมของงานตอกย้ำคอนเซ็ปต์ยานยนต์ไฟฟ้ารักษ์โลก ตั้งแต่การตกแต่งเรียบง่าย เน้นใช้ทรัพยากรที่มีอยู่แล้ว ซึ่ง ตรงกับแนวคิดด้านความยั่งยืนที่ BMW ให้ความสำคัญด้วย เช่น ใช้ประโยชน์จากความร่มรื่นของสถานที่ซึ่งมีต้นไม้นับพันต้น ใช้เพดานหลังคาโค้งแทนจอฉายภาพ องค์ประกอบเล็กๆ น้อยๆ ในงานตกแต่งด้วยเส้นสายสีฟ้า สัญลักษณ์ของการเป็นยานยนต์ไฟฟ้าที่ปรากฎในรถยนต์ตระกูล i ของ BMW ยานยนต์ BMW iX พระเอกของงาน ผลิตมาจากโรงงานสีเขียวที่ดำเนินการด้วยพลังงานสะอาด 100 % นอกจากตัวรถและเซลล์แบตเตอรี่จะผลิตด้วยพลังงานสะอาดทุกขั้นตอนแล้ว มีการใช้ทรัพยากรทุกส่วนอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น นำอลูมิเนียมที่ผ่านการหล่อแล้วกลับมาใช้ใหม่  ลดขยะและผลกระทบที่มีต่อธรรมชาติ ด้วยการฟอกหนังด้วยสารสกัดจากมะกอก และออกแบบให้ชิ้นส่วนตกแต่งทั้งหมดสามารถถอดแยกชิ้นเพื่อความสะดวกในการนำไปใช้ซ้ำหรือรีไซเคิลได้ นอกจากการจัดแสดง “The first-ever BMW…

ASEAN+

CRC ปิดดีลใหญ่ ลงทุน 4,500 ล้านบาท เข้าซื้อหุ้น Grab

SMmagonline – เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น  (CRC)  ปิดดีลใหญ่ เข้าซื้อหุ้น Grab ด้วยเงินลงทุน 4,500 ล้านบาท โดยได้เข้าซื้อหุ้น Porto Worldwide Limited (“Porto WW”) ในสัดส่วน 67% ซึ่งลงทุนในแกร็บแท็กซี่ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด การปิดดีลในครั้งนี้ถือเป็นจิ๊กซอว์ตัวสำคัญเพื่อต่อยอดให้ เซ็นทรัล รีเทล เป็น Digital Retail ที่สมบูรณ์แบบที่สุดของประเทศไทย และตอบโจทย์ลูกค้าได้ครบวงจรตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง นอกจากนั้น มีโอกาสที่ เซ็นทรัล รีเทล จะได้ประโยชน์จากการลงทุนเพิ่มจากสิทธิ์ในการแลกหุ้นใน แกร็บแท็กซี่ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) ไปเป็นหุ้นของ Grab Holdings Limited (“GHL”) บริษัทแม่ของ Grab ที่จะทำการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ประเทศสหรัฐอเมริกา ในวันที่ 3 ธันวาคม 2564 (ตามเวลาในประเทศไทย) โดยมูลค่าหุ้น GHL ณ ราคา IPO (10 ดอลลาร์สหรัฐ) ที่ Porto WW จะถือหากใช้สิทธิ์แลกหุ้น คิดเป็นประมาณ 14,000 ล้านบาท* *มูลค่าหุ้นคิดตามอัตราแลกเปลี่ยนที่   1 USD = 33.72 บาท ญนน์ โภคทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล…

CSR

ฟอร์ดจัดกิจกรรม Water Go Green ปีที่ 6 ช่วยจัดการน้ำ ไฟส่องสว่าง เป็นต้นแบบให้แก่ชุมชน

SMmagonline –  ฟอร์ด ประเทศไทย ร่วมมือกับสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน (พีดีเอ) สานต่อโครงการ ‘Water Go Green – การจัดการน้ำพลังงานแสงอาทิตย์’  มุ่งสร้างต้นแบบการจัดสรรทรัพยากรน้ำที่มีประสิทธิภาพเพื่อใช้ในการเกษตร “ฟอร์ดตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการดำรงชีวิตของมนุษย์ เราเล็งเห็นความสำคัญของการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับชุมชนที่ฟอร์ดเข้าไปดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน จึงได้ดำเนินโครงการ Water Go Green มาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 โดยได้เน้นย้ำที่การสร้างต้นแบบเพื่อให้ชุมชนโดยรอบเข้ามาเรียนรู้ และนำไปประยุกต์ใช้เพื่ออนุรักษ์สภาพแวดล้อมและยกระดับคุณภาพชีวิต” กมลชนก ประเสริฐสม ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ฟอร์ด ประเทศไทย และตลาดอาเซียน กล่าว โดยการติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 10 แผงให้แก่โรงเรียนวัดเกาะ (กริ่มกำพล) ต.หนองตะพาน อ.บ้านค่าย จ.ระยอง เพื่อใช้สูบน้ำสำหรับแปลงเกษตรอินทรีย์ เป็นไฟส่องสว่างตามจุดต่างๆ ของโรงเรียนเพื่อลดค่าใช้จ่าย พร้อมทั้งส่งมอบชั้นปลูกผักจำนวน 6 จุด เพื่อเป็นสถานีเรียนรู้การทำเกษตรให้กับนักเรียน ผู้ปกครอง และคนในชุมชนใกล้เคียง การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์จำนวน 10 แผงให้แก่โรงเรียนวัดเกาะ (กริ่มกำพล) จะช่วยให้โรงเรียนสามารถสูบน้ำและจัดการน้ำเพื่อการอุปโภคและการเกษตรในปริมาณมากถึง 4,000 ลิตรต่อชั่วโมง มีเครื่องอินเวอร์เตอร์แปลงไฟขนาด 2,500 วัตต์เพื่อแปลงกระแสไฟฟ้า พร้อมเชื่อมต่อเข้ากับระบบไฟส่องสว่างตามจุดต่างๆ ของโรงเรียนซึ่งจะช่วยลดค่าไฟฟ้า มอบชั้นปลูกผักตามวิถีเกษตรอินทรีย์จำนวน 6 จุด เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้การทำเกษตร เอื้อประโยชน์ให้กับครูและนักเรียนราว 200  คนในโรงเรียน โดยแปลงผักตามวิถีเกษตรอินทรีย์นี้ จะใช้จุนเจือการบริโภคภายในโรงเรียน อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางการฝึกทักษะอาชีพเกษตรให้กับนักเรียน ผู้ปกครอง และคนในชุมชนใกล้เคียง นอกจากนี้ ฟอร์ด และพีดีเอยังได้มอบรถเข็นพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับใช้งานในพื้นที่ห่างไกลและไฟฟ้าเข้าไม่ถึง โดยรถเข็นนี้จะสามารถใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าได้ทุกชนิด เช่น พัดลม หรือหม้อหุงข้าว ทั้งนี้ โรงเรียนวัดเกาะ…