brand-love-thailand-post-smmagonline

5 แนวคิดสร้างแบรนด์เลิฟ ไปรษณีย์ไทย

SMmagonline-แง้ม 5 แนวคิดสร้างแบรนด์เลิฟ ไปรษณีย์ไทย ผู้อยู่เคียงข้างคนไทยท่ามกลางโควิด-19 เบื้องหลังการรู้อินไซต์ผู้ใช้บริการ และการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าองค์กรเก่าแก่ แต่เก๋าเกมแม้โควิด-19 ในช่วงที่ยังมีการระบาดของโรคโควิด – 19 ผลกระทบต่างๆ แพร่กระจายไปในหลายภาคส่วน แต่ในแวดวงหนึ่งที่อาจไม่ได้รับผลกระทบมากนักนั่นก็คือ ธุรกิจขนส่ง ที่ปัจจุบันมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด เนื่องจากการเติบโตของอีคอมเมิร์ซ และเป็นฟันเฟืองหลักในการเชื่อมโยงภาคส่วนต่างๆ ให้เข้าถึงกันในช่วงที่ประเทศไทยต้องดำเนินตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม หรือ Social Distancing ทั้งนี้ แบรนด์หนึ่งที่เป็นที่พูดถึงและยังคงรักษามาตรฐานของตัวเองได้อย่างต่อเนื่องก็คือ “ไปรษณีย์ไทย” แบรนด์ที่อยู่เคียงข้างคนไทยในทุกวิกฤติและทุกสถานการณ์ ผ่านร้อนผ่านหนาวมานับครั้งไม่ถ้วน ซึ่งวิกฤตินี้ก็เป็นอีกครั้งที่ทำให้เห็นถึงความเป็น “มืออาชีพ” และการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง และคงจะไม่ผิดนักหากกล่าวว่า “ไปรษณีย์ไทย” เป็นส่วนสำคัญที่ยังทำให้เศรษฐกิจและสังคมเดินหน้าต่อได้แม้สถานการณ์นี้จะรุนแรงแค่ไหนก็ตาม เพื่อถอดรหัสความสำเร็จของไปรษณีย์ไทยในช่วงภาวะวิกฤติโควิด – 19 วันนี้จะพาไปพบกับแนวทางการดำเนินงานของแบรนด์ขนส่งสีแดง พร้อมเหตุผลที่ว่าทำไมยังเป็นแบรนด์นัมเบอร์วันแบบไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งไปรษณีย์มี 5 กลยุทธ์ที่สำคัญดังนี้ 1.ห่างกันต้องไม่ห่างไกล ความใกล้ชิดและจริงใจกับผู้ใช้บริการ ถูกถ่ายทอดเป็นดีเอ็นเอของคนไปรษณีย์จากรุ่นสู่รุ่น และเป็นจุดแข็งที่สร้างความแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ในสายโลจิสติกส์และการสื่อสารด้วยการสั่งสมประสบการณ์เคียงคู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนานและหยั่งรากลึก ทั้งบุรุษไปรษณีย์ หรือเจ้าหน้าที่ทุกคน มีบุคลิกลักษณะของการเป็นเพื่อน เป็นครอบครัวกับผู้ใช้บริการ เคารพและอ่อนน้อมเสมอ เมื่ออยู่ในภาวะวิกฤติคนไปรษณีย์จึงพร้อมจะช่วยเหลือและเคียงข้างประชาชนอย่างสุดความสามารถ 2.การทำงานมาตรฐานต้องไม่มีตก การเตรียมพร้อมวางแผน และพัฒนาตัวเองอยู่ตลอด เป็นสาเหตุสำคัญที่แบรนด์กว่า 137 ปี ยังยืนหนึ่งท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด จุดแข็งของระบบการฝากส่ง – ส่งต่อ ของไปรษณีย์ไทยคือ “ความปลอดภัยที่รวดเร็ว”ผนวกกับการปรับตัวในเข้ากับสถานการณ์ เช่น การรับพัสดุนอกสถานที่ การฝากส่งแบบ Drive thru ถูกออกแบบให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้ใช้บริการ รู้อินไซต์เข้าใจลูกค้ายังเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ผู้ใช้บริการเลือกใช้ และการพัฒนาตัวเองเหล่านี้เป็นเครื่องพิสูจน์สำคัญว่าองค์กรเก่าแก่แต่เก๋าประสบการณ์ จึงทำให้แบรนด์ไปรษณีย์ไทยเป็นแบรนด์เลิฟครองใจผู้ใช้บริการจวบจนวันนี้ 3.คนไปรษณีย์ไทยทำด้วยใจ ความเชื่อมั่นในบุคลากรถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเชื่อมั่นและสนับสนุนแบรนด์นั้นๆ หลายยุคแห่งความเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาต่างๆ ของไปรษณีย์ไทย ได้ปรับโฉมและลูกเล่นแบรนด์ไปต่างๆ นานา…

Bumrungrad-WBC-smmagonline (5)

แพทย์บำรุงราษฎร์ รับรางวัล “Heroes of Humanity” ในฐานะตัวแทนสู้โควิด-19

SMmagonline – แพทย์ในนามโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ รับรางวัลเกียรติยศ Heroes of Humanity จากสภามวยแห่งเอเชีย ในฐานะนักรบชุดขาวสู้โควิด-19 ผู้ดูแลกรักษา แมทธิว ดีน และ ลิเดีย ศรัณย์รัชต์ รวมทั้งผู้ป่วยโควิด-19 จากหลายเชื้อชาติ ผศ. นพ. วิชัย เตชะสาธิต แพทย์ผู้ชำนาญการด้านอายุรศาสตร์โรคติดเชื้อ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ในนามโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้รับรางวัล ‘Heroes of Humanity’ จากสภาพมวยโลก (WBC) โดยโรงพยาบาลถือว่ารางวัลนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามตลอดกว่า 40 ปี ในการยึดหลักความปลดภัยของผู้ป่วยเป็นหัวใจสำคัญ แม้การมอบรางวัลครั้งนี้จะเกี่ยวพันกับวงการมวยจากจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งคุณหมอในฐานะนักรบชุขาว เป็นผู้ดูแลรักษาอาการของ แมทธิว ดีน และ ลิเดีย ศรัณย์รัชต์ และผู้ป่วยโควิด-19 จากหลายเชื้อชาติตามหลักมาตรฐานสากล รวมทั้งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างการตระหนักรู้ในการป้องกันตนเองเพื่อหลีกเลี่ยงการรับเชื้อโควิด-19 โดยการมอบรางวัลครั้งนี้มี พล.ต.อ. โกวิท ภักดีภูมิ ประธานสภามวยแห่งเอเชีย (WBC Asia) และรองประธานสภามวยโลก (WBC) เป็นผู้มอบ จากสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 บำรุงราษฎร์ได้มีการปรับแผนการทำงานตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 โดยเริ่มจากจัดตั้งศูนย์บัญชาการ COVID-19 เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาที่เกิดขึ้นทั่วโลก และออกมาตรการการควบคุมการติดเชื้อออกมาเป็นระยะ ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ การนำร่องติดตั้งเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิ (Thermal Imaging Cameras) มาใช้ในมาตรการคัดกรองทุกทางเข้าอาคาร (point of entry) มีการเตรียมพร้อมด้านห้องปฏิบัติการ (LAB) โดยได้รับการรับรองให้เป็นเครือข่ายของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ในการตรวจเชื้อไวรัส SARS CoV-2 ด้วยวิธี Real…

02 Haagen-Dazs

ฮาเก้น-ดาส เปิดตัวแคมเปญ Don’t Hold Back #ไปให้สุด พร้อมเติมความสดชื่นด้วยไอศกรีมรสผลไม้ 2 รสชาติใหม่

SMmagonline – ฮาเก้น-ดาส (Häagen-Dazs) ชวนคุณเติมความสดชื่น คลายความเหนื่อยล้าในช่วงซัมเมอร์ ด้วยไอศกรีมรสผลไม้ระดับพรีเมียม 2 รสชาติใหม่ล่าสุดกับ ไอศกรีมรสแคนตาลูปเมล่อน และ ไอศกรีมรสราสพ์เบอร์รีสติ๊กบาร์ ที่ทำให้คุณต้องหลงใหลไปกับรสชาติเยี่ยมยอดและรสสัมผัสนุ่มละมุนเกินห้ามใจ ตามแบบฉบับความอร่อยด้วยสูตรเฉพาะของฮาเก้น-ดาส พร้อมจัด แคมเปญ Don’t Hold Back #ไปให้สุด ชวนแฟนคลับร่วมฟินไปกับ เจมส์ – ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ แบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกขอ งฮาเก้น-ดาส ที่จะมาไลฟ์สดทำ Challenge แบบไปให้สุด ในแบบฉบับของฮาเก้น-ดาส พร้อมโชว์สกิลเต้นเพลง Don’t Hold Back ที่กำลังโด่งดังแบบเอ็กซ์คลูซีฟได้จากบ้านคุณ ไอศกรีมรสแคนตาลูปเมล่อน ด้วยการคัดสรรอย่างพิถีพิถันจากแคนตาลูปเมล่อนหลายร้อยสายพันธุ์ในแถบยุโรปและประเทศริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ที่ถูกเก็บเกี่ยวมาในช่วงที่สุกเต็มที่ พร้อมคัดสรรเฉพาะชิ้นเมล่อนที่มีเนื้อชุ่มฉ่ำ น้ำเมล่อนทุกหยดถูกนำมาผสมผสานเข้ากันได้เป็นอย่างดีกับเนื้อครีมซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของฮาเก้น-ดาสทำให้ได้ไอศกรีมรสชาติหอมหวานพร้อมชิ้นเนื้อเมล่อนนุ่มละมุนเกินห้ามใจ ไอศกรีมรสราสพ์เบอร์รีสติ๊กบาร์ ผลิตจากส่วนผสมคลาสิกของฮาเก้น-ดาส ด้วยครีมแท้ 100% นมจากฟาร์มในประเทศฝรั่งเศสและเบลเยียม ไข่ไก่จากแม่ไก่ที่เลี้ยงตามธรรมชาติ นำมาผสมผสานกับที่สุดของราสพ์เบอร์รีรสเปรี้ยวที่เก็บเกี่ยวอย่างทะนุถนอม จนกลายมาเป็นไอศกรีมราสพ์เบอร์รีสติ๊กบาร์รสชาติเยี่ยมในแต่ละคำที่ทานจะสัมผัสได้ถึงความเข้มข้นของไวท์ช็อคโกแลตที่เคลือบพร้อมกับเนื้อราสพ์เบอร์รีและความละมุนของเนื้อไอศกรีมผสมผสานกับตัวซอสราสพ์เบอร์รีได้อย่างลงตัว สัมผัสความอร่อยสดชื่นคลายร้อนของไอศกรีมฮาเก้น-ดาส 2 รสชาติใหม่ได้แล้ววันนี้ กับไอศกรีมไพน์ราคา 359 บาท ไอศกรีมมินิคัพราคา 109 บาท และไอศกรีมสติ๊กบาร์ราคา 99 บาท หาซื้อได้ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำและร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศและร้านฮาเก้น-ดาส สำหรับไอศกรีมราสพ์เบอร์รีรีสติ๊กบาร์ วางจำหน่ายภายในระยะเวลาที่กำหนดหรือจนกว่าสินค้าจะหมดติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook และ Instagram หรือ Line@: HaagendazsTH #DontHoldBack#ไปให้สุดxHaagenDazs #HaagenDazsTH #HDandme ติดตามข่าวการตลาดและข่าวธุรกิจเพิ่มเติม คลิก Website SMmagonline Facebook SM Magazine…

Huawei partner with car makers to cultivate 5G_1

หัวเว่ยจับมือ 18 ผู้ผลิตรถยนต์จีน พัฒนาระบบนิเวศขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ด้วย 5G

SMmagonline-หัวเว่ย ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) จับมือร่วมพันธมิตรกับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์กว่า 18 บริษัทเพื่อสร้างระบบนิเวศสำหรับธุรกิจยานยนต์ที่ขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยี 5G เพื่อเร่งผลักดันการนำเทคโนโลยี 5G ไปใช้ในเชิงพาณิชย์สำหรับภาคอุตสาหกรรม บริษัทผู้ผลิตรถยนต์กลุ่มแรกจากทั้ง 18 บริษัทในกลุ่มพันธมิตรนั้นประกอบด้วยกลุ่มธุรกิจ First Automobile Group, บริษัท Chang’an Automobile, บริษัท Dongfeng Motor Corporation, บริษัท SAIC Motor Corporation, กลุ่มธุรกิจ Guangzhou Automobile Group, บริษัท BYD Auto, บริษัท Great Wall Motors, บริษัท Chery Holdings และบริษัท JAC Motors อีริค สวี ประธานกรรมการบริหารแบบหมุนเวียนตามวาระของหัวเว่ย กล่าวว่า “ด้วยการผสานเป็นหนึ่งเดียวกันในเชิงลึกระหว่างยานยนต์และไอซีทียานพาหนะที่ชาญฉลาดนี้จึงถือกำเนิดขึ้นในฐานะเครื่องจักรกลที่จะปฏิวัติและขับเคลื่อนการพัฒนาทางสังคมซึ่งจะส่งอิทธิพลไปไกลมากกว่าสองอุตสาหกรรมนอกเหนือไปจากอุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมไอซีที” ด้วยข้อได้เปรียบด้านการส่งข้อมูลที่รวดเร็วความเสถียรและความหน่วงต่ำเทคโนโลยี 5G จึงนับเป็นเทคโนโลยีที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาศักยภาพของยานพาหนะไร้คนขับรวมไปถึงการเพิ่มความบันเทิงอีกด้วย จากข้อมูลของ GlobalData ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะเป็นผู้นำด้านการใช้งานเทคโนโลยี 5G ภายในปีพ.ศ. 2567 ที่จะถึงนี้ด้วยจำนวนผู้ใช้งาน 5G กว่า 1,140 ล้านคนซึ่งคิดเป็น 65% ของการใช้ 5G ทั่วโลกโดยการใช้งานเทคโนโลยี 5G จะมีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญต่อหลายภาคส่วนทั้งในด้านIoT (Internet of Things) และยานยนต์ นับตั้งแต่การเปิดตัว “MH5000” ซึ่งเป็นฮาร์ดแวร์แรกของการสื่อสาร 5G เมื่อเดือนเมษายนพ.ศ. 2563 หัวเว่ยได้ส่งมอบผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีต่างๆเช่นแพลตฟอร์มT-Box…

KSC_Shopping-Online-smmagonline

กรุงศรี คอนซูมเมอร์ เผย 5 เทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ GEN ไหนก็จ่ายออนไลน์

SMmagonline- กรุงศรี คอนซูมเมอร์ เผยพฤติกรรมการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตชี้ ผลกระทบจาก COVID-19 ทำพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน ชีวิตวิถีใหม่เร่งสังคมไทยก้าวสู่ยุคสังคมไร้เงินสด เผยผู้บริโภคทุกวัยหันมาใช้จ่ายออนไลน์เพิ่มขึ้น แม้ภาพรวมยอดใช้จ่ายผ่านบัตรลด แต่ความต้องการซื้อของผู้บริโภคยังคงอยู่ หมวดบริการส่งอาหาร ช้อปปิ้งออนไลน์ สินค้าไอที ซุปเปอร์มาร์เก็ต ยังโตพุ่ง พร้อมเปิด 5 เทรนด์ใหม่ครองใจลูกค้า แนะธุรกิจเร่งปรับกลยุทธ์คว้าโอกาส เน้นการวิเคราะห์ข้อมูล พร้อมรุกทำการตลาดในหมวดที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตรูปแบบใหม่ ฐากร ปิยะพันธ์ ประธานกรรมการ กรุงศรี คอนซูมเมอร์  กล่าวว่า “วิกฤติ COVID-19 ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจในวงกว้าง แต่ยังส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภค ข้อมูลจากฝ่าย Data Intelligence & Customer Insights (DICI) ของกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ซึ่งวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตและบัตรสินเชื่อในเครือของบริษัท ตั้งแต่ต้นปีถึงเดือนเมษายน 2563 ชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ชีวิตวิถีใหม่ (The New Normal) ที่คนไม่ค่อยเดินทางออกนอกบ้าน เร่งให้สังคมไทยก้าวสู่สังคมไร้เงินสด โดยคนทุกวัยเริ่มคุ้นชินกับการใช้จ่ายออนไลน์และไลฟ์สไตล์ดิจิทัล เช่น สั่งอาหาร ช้อปปิ้ง รับชมความบันเทิงต่างๆ ผ่านทางออนไลน์ แม้ในภาพรวม ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของบริษัทจะลดลง (ลดลง 37% ในเดือนเมษายน เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน) “แต่จากข้อมูลชี้ให้เห็นว่า ยังคงมีความต้องการซื้อในตลาด เพียงแต่เปลี่ยนหมวดการใช้จ่าย ไปตามพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ธุรกิจต่างๆ จึงควรเร่งปรับกลยุทธ์ โดยหันมาให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และมุ่งเจาะตลาดที่ยังคงมีศักยภาพสูง เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ หรือโปรโมชั่นที่เหมาะกับชีวิตวิถีใหม่ของลูกค้า เช่น โปรโมชั่นที่เกี่ยวกับการช้อปปิ้งออนไลน์ บริการส่งอาหาร สินค้าไอที ความบันเทิงออนไลน์ ฯลฯ…

NocNoc-shop-online-smmagonline

NocNoc.com เปิดสถิติช่วง WFH คนไทยช้อปของแต่งบ้านออนไลน์ เพิ่มกว่า 3.3 เท่า ยอดซื้อต่อครั้งสูงสุด 5 แสนบาท

SMmagonline-ในช่วง Social Distancing ทำให้คนส่วนใหญ่อยู่บ้าน และ Work from Home (WFH) กันมากขึ้น ส่งผลให้ NocNoc.com เว็บไซต์ที่รวบรวมสินค้า-บริการด้านวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งบ้านออนไลน์ได้รับผลดี เติบโตถึง 3.3 เท่า พร้อมเปิดพฤติกรรมนักช้อปสินค้าแต่งบ้านออนไลน์ NocNoc.com เติบโต 3.3 เท่าช่วงคน WFH NocNoc.com เป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับผลกระทบในเชิงบวกช่วงโควิด-19 ส่งผลให้ตลอด 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีผู้เข้าใช้งานสูงขึ้น คิดเป็น 4.7 เท่า ดันยอดขายสูงขึ้น 3.3 เท่า (เมื่อเทียบยอดขายเดือนม.ค. กับ เม.ย. 63) โดยมีการสั่งซื้อต่อครั้งสูงสุดที่ 500,000 บาท ทั้งยังพบว่า ด้านพฤติกรรมนักช้อปในกลุ่มของตกแต่งบ้าน และวัสดุก่อสร้าง ในช่วงนี้ คนส่วนใหญ่เริ่มหันมาสนใจการตกแต่งบ้านมากขึ้น โดยไม่ใช่แค่เพื่ออยู่อาศัย แต่เป็นเรื่องไลฟ์สไตล์ด้วย เช่น มุมอ่านหนังสือ มุมทำอาหาร หรือสินค้าเพื่อการทำครัว ปลูกต้นไม้ รวมถึง อำนวยความสะดวกด้านสันทนาการ อย่างกิจกรรมดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ สถิติที่น่าสนใจของ NocNoc.com ประเภทสินค้าที่ขายดีสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ โซฟา เติบโต 410% ที่นอน360% ชั้นวางทีวี 228% กลุ่มสินค้าที่มีอัตราเติบโตสูงสุด 3 ลำดับ ได้แก่ อุปกรณ์บนโต๊ะอาหาร เช่น แก้วน้ำ ชุดจานชาม พื้นไม้ภายนอก เช่น…

PEOPLE

SVOA ประกาศทีมผู้บริหารใหม่ ขับเคลื่อนบริษัทสู่ New normal และ Digital Age

SMmagonline-ภาพรวมการแข่งขันทางการค้าในโลกของธุรกิจไอทีภายหลังสถานการณ์วิกฤต COVID-19 ผ่านไป หลายองค์กรต้องประเมินความพร้อมด้านธุรกิจและด้านนโยบายต่าง ๆ ทั้งเงื่อนไขขีดความสามารถในการแข่งขัน การรองรับตลาดในยุคดิจิทัล กฎระเบียบด้านดิจิทัลของประเทศ กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความเป็นส่วนตัว รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมของผู้บริโภคหลังจากนี้ เพื่อการขับเคลื่อนองค์กรสู่ New Normal และ Digital Age เต็มตัว ทีมผู้บริหาร SVOA หรือ บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน)  ประกาศโครงสร้างคณะผู้บริหารใหม่ ประกอบด้วย กุลภา อิงค์ธเนศ ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ อนันต์พล นนทพันธุ์ ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการบริหารกลุ่มธุรกิจช่องทางการจำหน่าย กฤช กุลทรัพย์ไพศาล ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการบริหารกลุ่มธุรกิจโครงการไอที อดิศร แก้วบูชา ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการบริหารกลุ่มธุรกิจที่ปรึกษาและวางระบบคอมพิวเตอร์ ดร.วิวสัน เตียว ยอง เพ็ง ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายการเงินและบัญชี และ พิรดา อิงค์ธเนศ ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิจิเทค วัน จำกัด กุลภา อิงค์ธเนศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สถานการณ์วิกฤต COVID-19 เริ่มผ่านพ้นช่วงเวลาที่หนักไปแล้ว แต่แน่นอนว่าภาครัฐและภาคเอกชนยังต้องเฝ้ารอจังหวะที่เหมาะสมในการผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์เพื่อให้ประชาชนได้กลับมาใช้ชีวิตปกติ รวมถึงการฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนัก จะเห็นว่าช่วงแรกของวิกฤตหน่วยงานภาครัฐและองค์กรธุรกิจมีการปรับตัวโดยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและอี-คอมเมิร์ซเข้ามาช่วย ไม่ว่าจะเป็นในด้านการประชุมในรูปแบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ การเว้นระยะห่างทางสังคมโดยทำงานที่บ้าน (Work From Home) เพื่อให้ธุรกิจและวิถีชีวิตยังสามารถดำเนินต่อไปได้ สำหรับการปรับตัวดังกล่าวขององค์กรและพฤติกรรมของผู้บริโภคยังก่อให้เกิดตลาดใหม่ หรือ Next…

LIFESTYLE
Work from Home SM

ส่องห้องทำงานของดีไซน์เนอร์ เมื่อต้อง Work From Home

SMmagonline- ช่วงนี้หลายคนต้องทำงานที่บ้านหรือ Work From Home เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรน่า แต่ Social Distancing หรือการเว้นระยะห่างทางสังคม ซึ่งเป็นวิธีสร้างระยะห่างระหว่างตัวเราเองกับคนอื่นๆ รวมถึงการลดการออกไปนอกบ้านโดยไม่จำเป็นนั้นก็ใช่ว่าจะทำให้ชีวิตการทำงานน่าเบื่อ ลองมาดูห้องทำงานของดีไซน์เนอร์ชื่อดังเผื่อใช้เป็นไอเดียแต่งโฮมออฟฟิศของเราให้น่าทำงานได้เช่นกัน   “เราโชคดีมากที่มีห้องอาบแดดเล็ก ๆ ที่พอจะมีแสงส่องเสมอแม้ในวันที่มีเมฆมาก ฉันจะไม่พูดว่าห้องนี้มันเต็มไปด้วยสุนทรียภาพ แต่ความภาคภูมิใจและความสุขของฉันคือโต๊ะแบบ Danish ปี 1950 ที่ออกแบบโดย Svend Madsen ที่เจอขณะทำงานที่ถนน 5th Avenue (ในนิวยอร์ก) และยังใช้เป็นโต๊ะทำงานตลอด 10 ปีเต็ม ส่วนหน้าของโต๊ะก็ใช้เป็นชั้นหนังสือ สักวันฉันจะตั้งไว้ที่กลางห้องเป็นสไตล์ Don Draper” Hamish Smyth, Founder, Order & Standards Manual “เป็นห้องอ่านหนังสือ ห้องงีบหลับพักผ่อน และเป็นพื้นที่เก็บของ ตัวห้องค่อนข้างเล็กกะทัดรัด แต่เต็มไปด้วยหนังสือ งานศิลปะ เฟอร์นิเจอร์ของเล่นและสิ่งของที่ไร้ประโยชน์จากทั่วโลกที่ฉันเก็บรวบรวมมาตลอดชีวิตการเดินทางของฉัน ” Natasha Jen, Partner, Pentagram “ฉันย้ายจาก Oakland มาที่ Bed-Stuy เมื่อหนึ่งปีก่อน แล้วก็พยายามที่จะรักษาสไตล์แต่งห้องให้เป็นแบบเดียวกับแคลิฟอร์เนีย ตกแต่งห้องด้วยพืชจำนวนมาก และต้องให้แสงส่องถึงด้วยเพื่อช่วยให้ฉันปรับตัวเข้ากับฤดูหนาวได้อย่างง่ายดาย   ในส่วนพื้นที่นั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร และห้องครัว ทั้งหมดรวมกันอยู่ในห้องขนาดใหญ่ แต่มีการสร้างสเปซแต่ละพื้นที่ให้เป็นสัดเป็นส่วน และทำให้ทุกอย่างเป็นแบบเปิดโล่งทั้งหมด   ฉันตั้งใจจัดโซนทำงาน ให้หันหน้าออกจากทีวีเพื่อรักษาสมาธิและจดจ่ออยู่กับงานได้อย่างเต็มที่ ที่โต๊ะทำงานมีจอมอนิเตอร์และปากกา Wacomพร้อมกับระบบเสียงที่สามารถฟังเพลงหรือพอดคาสต์โดยไม่ต้องใช้หูฟังในเวลาทำงาน และยังมีพริ้นเตอร์และสแกนเนอร์ด้วย ปกติแล้วมักจะกลิ้งไปมาบนโซฟาที่ไว้วางแล็ปท็อปในเวลาที่ต้องออกแบบ แต่ฉันไม่เคยนำงานเข้าไปทำในห้องนอนเลย” Katrinna Whiting, Design Lead, Work…

ASEAN+
Huawei partner with car makers to cultivate 5G_1

หัวเว่ยจับมือ 18 ผู้ผลิตรถยนต์จีน พัฒนาระบบนิเวศขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ด้วย 5G

SMmagonline-หัวเว่ย ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) จับมือร่วมพันธมิตรกับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์กว่า 18 บริษัทเพื่อสร้างระบบนิเวศสำหรับธุรกิจยานยนต์ที่ขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยี 5G เพื่อเร่งผลักดันการนำเทคโนโลยี 5G ไปใช้ในเชิงพาณิชย์สำหรับภาคอุตสาหกรรม บริษัทผู้ผลิตรถยนต์กลุ่มแรกจากทั้ง 18 บริษัทในกลุ่มพันธมิตรนั้นประกอบด้วยกลุ่มธุรกิจ First Automobile Group, บริษัท Chang’an Automobile, บริษัท Dongfeng Motor Corporation, บริษัท SAIC Motor Corporation, กลุ่มธุรกิจ Guangzhou Automobile Group, บริษัท BYD Auto, บริษัท Great Wall Motors, บริษัท Chery Holdings และบริษัท JAC Motors อีริค สวี ประธานกรรมการบริหารแบบหมุนเวียนตามวาระของหัวเว่ย กล่าวว่า “ด้วยการผสานเป็นหนึ่งเดียวกันในเชิงลึกระหว่างยานยนต์และไอซีทียานพาหนะที่ชาญฉลาดนี้จึงถือกำเนิดขึ้นในฐานะเครื่องจักรกลที่จะปฏิวัติและขับเคลื่อนการพัฒนาทางสังคมซึ่งจะส่งอิทธิพลไปไกลมากกว่าสองอุตสาหกรรมนอกเหนือไปจากอุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมไอซีที” ด้วยข้อได้เปรียบด้านการส่งข้อมูลที่รวดเร็วความเสถียรและความหน่วงต่ำเทคโนโลยี 5G จึงนับเป็นเทคโนโลยีที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาศักยภาพของยานพาหนะไร้คนขับรวมไปถึงการเพิ่มความบันเทิงอีกด้วย จากข้อมูลของ GlobalData ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะเป็นผู้นำด้านการใช้งานเทคโนโลยี 5G ภายในปีพ.ศ. 2567 ที่จะถึงนี้ด้วยจำนวนผู้ใช้งาน 5G กว่า 1,140 ล้านคนซึ่งคิดเป็น 65% ของการใช้ 5G ทั่วโลกโดยการใช้งานเทคโนโลยี 5G จะมีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญต่อหลายภาคส่วนทั้งในด้านIoT (Internet of Things) และยานยนต์ นับตั้งแต่การเปิดตัว “MH5000” ซึ่งเป็นฮาร์ดแวร์แรกของการสื่อสาร 5G เมื่อเดือนเมษายนพ.ศ. 2563 หัวเว่ยได้ส่งมอบผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีต่างๆเช่นแพลตฟอร์มT-Box…

CSR
doikham-covid-19-smmagonline2

ดอยคำ เอาด้วยส่งตู้ปันสุขแจมช่วยโควิด-19 เน้นให้สุขภาพดีตามคอนเซ็ปต์แบรนด์

SMmagonline – ดอยคำ เปิด ตู้ปันสุข ใช้ชื่อ ตู้ปันน้ำใจ บรรเทาความเดือดร้อน สำหรับผู้ที่เผชิญวิกฤตโควิด-19 พร้อมร่วม “โครงการตู้กับข้าวคนไทย” มอบผลิตภัณฑ์ส่งต่อความสุขครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วไทย ตู้ปันน้ำใจ หรือ ตู้ปันสุข เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสการระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจและสังคม และกลายเป็นพฤติกรรมเลียนแบบในด้านดีที่เกิดขึ้นหลายพื้นที่ในสังคมไทย รวมทั้งหลายหน่วยงาน หลายองค์กรที่มีกำลังจึงพร้อมกันร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมรูปแบบนี้จำนวนมาก เช่นเดียวกับดอยคำ พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด กล่าวถึง “ตู้ปันน้ำใจ” หรือตู้ปันสุข ในรูปแบบของดอยคำที่บริษัทร่วมจัดทำขึ้นเช่นกันว่า “เป็นแนวคิดที่บริษัทฯได้แรงบันดาลใจมาจากโครงการ Free Pantry / Food Sharing / Sharing Cupboard รวมไปถึงนโยบาย Food Bank (ธนาคารอาหาร) ในต่างประเทศ จนเกิดเป็น New Normal การแบ่งปัน ที่สร้างรอยยิ้มขึ้นในหลายพื้นที่” โดยดอยคำ ได้นำผลิตภัณฑ์ น้ำเห็ดหลินจือผสมน้ำผึ้ง น้ำนมถั่วเหลืองผสมวุ้นมะพร้าว น้ำมัลเบอร์รี๕๐% น้ำชาเขียวรสต้นตำรับ น้ำกระเจี๊ยบ น้ำมะขามผสมน้ำผึ้ง ฝรั่งชมพูอบแห้ง ผลไม้สด อาหารแห้ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มาแบ่งปันใส่ “ตู้ปันน้ำใจ” เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน สำหรับผู้ที่เผชิญวิกฤตโควิด-19 บริเวณหน้าร้านดอยคำ สาขาราชเทวี นอกจากนี้ ได้มอบผลิตภัณฑ์น้ำมะขามผสมน้ำผึ้ง ร่วมกับมูลนิธิเวิร์คพอยท์ “โครงการตู้กับข้าวคนไทย” แบ่งปัน ยิ้มสู้ด้วยกัน ช่วยส่งต่อกระจายความสุขครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ในการจัดทำตู้ปันน้ำใจครั้งนี้ “ดอยคำ” ตระหนักถึงการใส่ใจสุขภาพเป็นสำคัญ…