ซอมบี้ในองค์กร อะไรคือสาเหตุและทางออก?

0

วิกฤตซอมบี้ในโลกของการทำงาน สำหรับนายจ้างหรือผู้ประกอบการแล้ว น่ากลัวยิ่งกว่าซอมบี้สยองขวัญที่ออกมาไล่ฆ่าคน ใน Walking Dead ซะอีก เพราะลูกจ้างจะทำงานไปวันๆ ไม่มีเป้าหมายผลักดันตัวเองและองค์กร เข้างานออก ตอกบัตรตรงเวลา และอาการเช่นนี้ก็ติดต่อกันเหมือนเชื้อไวรัส ที่มีผลต่อคนหนึ่งจนกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ไปทั่วทั้งองค์กร

โดยจากผลสำรวจของ  Aon Hewitt พบว่าลูกจ้างน้อยกว่า 1/4 ของโลกถูกจัดว่าผูกพันและพอใจในงานที่ทำอย่างมาก ในขณะที่อีก 39 % อยู่ในระดับปานกลาง โดยผลสำรวจพบว่าปัจจัยที่เกี่ยวข้องอาจประกอบด้วย

1.เป้าหมายขององค์กร

พนักงานทุกคนย่อมต้องการเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรที่ประสบความสำเร็จ ถ้าเป้าหมายขององค์กรกับลูกจ้างเป็นไปในทางเดียวกัน ก็จะทำให้พวกเขาเกิดความภูมิใจที่จะทำงานและผูกพันในระยะยาว

2.ผลตอบแทนและสวัสดิการ

องค์กรจะก้าวหน้าได้ต้องอาศัยการวางแผนที่มีระบบและคุณภาพ และให้พนักงานมีความสุขในการทำงาน โดยผลตอบแทนที่ได้รับมีความเหมาะสมกับเนื้องานที่รับผิดชอบ  งานที่หนักและเครียดเกินไปที่ส่งผลต่อชีวิตส่วนตัวของพนักงานก็อาจจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้พนักงานไม่อยู่ต่อแม้จะได้รับผลตอบแทนสูงก็ตาม

3.หัวหน้างานและเพื่อนร่วมงาน

ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานเป็นสิ่งสำคัญเพราะใช้เวลาอยู่ที่ทำงานค่อนข้างมาก ถ้าบรรยากาศกับเพื่อนร่วมงานไม่เอื้อให้มีความสุขกับการทำงาน จะทำให้โอกาสอยู่ในองค์กรต่อลดลง ในขณะที่เพื่อนร่วมงานดี คอยให้กำลังใจและทำงานร่วมกันได้ราบรื่น ก็จะทำให้ผูกพันกับเพื่อนร่วมงานและตัวองค์กรมากขึ้น  อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการทำงาน

Gerry Purcell ผู้ร่วมก่อตั้งที่ปรึกษาภายในองค์กรของ Toronto Hub กล่าวว่า ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในองค์กรไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่มักเกิดจากหัวหน้างาน ดังนั้นหัวหน้างานควรเอาใจใส่และเห็นความสำคัญของลูกน้องพร้อมแนะนำที่ถูกต้องและสม่ำเสมอ ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นวิธีการถอนไวรัสซอมบี้ที่จะสร้างความเสียหายแก่องค์กรได้อย่างรวดเร็ว

4.ตัวงาน

ท้าทายและตอบโจทย์กับเป้าหมายของพนักงานหรือไม่ รวมทั้งเส้นทางที่มีโอกาสเติบโตในสายงาน  โดยได้รับปริมาณงานที่เหมาะสมและได้รับการมอบหมายงานที่มีคุณค่า รวมไปถึงระบบประเมินผลการทำงานที่โปร่งใส

ขณะที่  LinkedIn เผยตัวเลข 100 อันดับบริษัทที่คนต้องการเข้าทำงานมากที่สุดในโลกประจำปี 2017 โดยวิเคราะห์ข้อมูลจากฐานผู้ใช้งาน LinkedIn ทั่วโลกกว่า 500 ล้านคน ด้วยปริมาณข้อมูลที่มากกว่าพันล้านครั้งที่มีการแลกเปลี่ยนกันระหว่างพนักงานและบริษัทที่เปิดรับสมัครงาน โดยใช้ 3 เกณท์พิจารณา คือ

1 ความสนใจในงานของบริษัท

2 ความสนใจในแบรนด์และพนักงานของบริษัท

3. การรักษาพนักงาน

ซึ่งแนวทางของแต่ละบริษัทที่ทำให้องค์กรกลายเป็นบริษัทที่น่าทำงานด้วยมากที่สุดในโลกได้นั้น อาจจะเป็นแนวทางให้ผู้ประกอบการได้แรงบันดาลใจนำมาเป็นวิธีแก้ปัญหาซอมบี้ในองค์กรได้บ้าง

Top 5 บริษัทที่คนอยากทำงานด้วยที่สุดในโลกของปี 2017 ได้แก่

Alphabet

บริษัทแม่ของกูเกิลซึ่งมีพนักงานกว่า 72,000 คน กูเกิลเป็นบริษัทที่ขึ้นชื่อเรื่องความคิดสร้างสรรค์ ได้คิดค้นอะไรใหม่ ๆ แถมยังมีสวัสดิการเยี่ยมยอด  เพราะบริษัทเชื่อว่าสภาพแวดล้อมที่ดีมีผลต่อความคิดสร้างสรรค์ เน้นนโยบายให้ความสำคัญกับพนักงานให้ทำงานได้อย่างมีความสุข เป้าหมายของบริษัทในระยะยาวคือเอาใจใส่สิ่งแวดล้อมมากขึ้นในรูปแบบ Going Green  ลดการใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

Amazon

บริษัทที่ยกร้านค้าทั่วโลกมาไว้บนตลาดออนไลน์  เสนอประสบการณ์ช้อปปิ้งที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคนี้มากที่สุด มีทรัพย์สิน มูลค่ามากถึง 150,000 ล้านเหรียญ  มีพนักงาน 341,400 คน ให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมองค์กรและ ค่านิยมองค์กร ส่งเสริมการใช้ไอเดียและนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างเต็มที่

Facebook

ความโดดเด่นของอาณาจักร ไม่ใช่แค่มีผู้ใช้งานจำนวน 1.9 พันล้านรายต่อเดือน แต่ความใส่ใจต่อพนักงานในองค์กรจำนวน 17,000 คนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งวิสัยทัศน์ของของ Mark Zuckerberg ที่ยอดเยี่ยมทั้งพยายามสื่อสารกับพนักงานเองโดยตรง

Salesforce

เป็นบริษัทที่ให้บริการระบบ CRM อันดับหนึ่งของโลก และมีส่วนแบ่งทางด้านการตลาดมากที่สุดในด้านของระบบสำหรับ การขาย ซัพพอร์ทลูกค้า เน้นการพัฒนาธุรกิจบน Cloud  มีจำนวนพนักงานทั่วโลก 25,000 คน ในส่วนสวัสดิการ พนักงานทุกคนจะได้รับเงินเพิ่มอีกแปดวันเป็นประจำทุกปี    1 ในสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าสูงถึง 69 พันล้านเหรียญจากซิลิคอน วัลเลย์  จำนวนพนักงานทั่วโลก12,000 คน และเปลี่ยนระบบการขนส่งทั่วโลกด้วยการใช้เทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ แม้จะมีปัญหาอยู่บ้างแต่ล่าสุดได้รับการจัดอันดับที่ดีขึ้นเพราะมีรายงานการวิจัยการเป็นพนักงานประจำของ Uber และมีผลทำให้ผู้สมัครงานเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว

ในส่วนประเทศไทยนั้น บริษัทที่ได้รับความนิยมอันดับต้น ๆ มีทั้งบริษัทไทยและต่างชาติ สลับกันขึ้นลงในส่วนของ 5 อันดับแรก ได้แก่ เอสซีจี หรือบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัทโตโยต้า ประเทศไทย จำกัด บริษัท เชฟรอน (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ดีแทค เอไอเอส เป็นต้น

โดยบริษัท จ็อบส์ดีบีดอทคอม กล่าวถึงสาเหตุที่ทำให้ผู้หางานอยากร่วมงานกับองค์กรชั้นนำ ประกอบด้วยปัจจัยต่าง ๆ จากมากไปหาน้อยดังต่อไปนี้  เรื่องของสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เช่น เงินจูงใจ โบนัส ค่ารักษาพยาบาล ฯลฯ ความมั่นคงในอาชีพ เป็นองค์กรที่มีชื่อเสียง มีฐานเงินเดือนที่แข่งขันได้ มีโอกาสได้รับการฝึกอบรมและพัฒนาเพื่อความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน มีคุณค่าองค์กรที่ดี เช่น สภาพแวดล้อม สังคม ฯลฯ มีสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อความคิดสร้างสรรค์ สนุกสนาน มีโอกาศพัฒนาในสายอาชีพ มีการบริหารจัดการที่สร้างแรงบันดาลใจ/ทีมงานมีภาวะผู้นำ และมีโอกาสในการย้ายสถานที่ทำงาน เช่น ย้ายไปต่างจังหวัด ต่างประเทศ ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม แม้บริษัทที่หลายคนทำงานอยู่ อาจจะไม่ได้ติดอันดับบริษัทที่คนอยากทำงานด้วย แต่นายจ้างก็สามารถดูแนวความคิด ศึกษาวิธีการบริหาร รักษา ดูแลพนักงานให้ทำงานอย่างมีความสุขและมีประสิทธิภาพ จากบริษัทชั้นนำดังกล่าว แล้วนำไปปรับใช้กับองค์กรของตัวเองตามความเหมาะสม

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพื่อลดปรากฏการณ์ซอมบี้ที่กำลังเป็นปัญหาในโลกแห่งการทำงานที่มีการแข่งขันทางธุรกิจสูง และเทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว

เพราะอย่าลืมว่าวิกฤตการณ์นี้ ทำให้เกิดความเสียหายเกินกว่าที่ใครจะคาดคิดเพราะเกิดขึ้นกับคนซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่ามากสุดในบริษัท

อ้างอิง: https://www.weforum.org/agenda/2017/10/is-your-colleague-a-zombie-worker/,https://www.linkedin.com/pulse/linkedin-top-companies-2017-where-us-wants-work-now-daniel-roth, https://beta.theglobeandmail.com/report-on-business/careers/career-advice/life-at-work/how-to-bring-workplace-zombies-back-to-life/article28343811/?ref=http://www.theglobeandmail.com&

Share.