ศิริราช: องค์กรสัญลักษณ์แห่งการให้สู่สังคม

0

โรงพยาบาลศิริราช ที่ประทับสุดท้ายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เป็นสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งมีความผูกพันต่อคนไทย เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่นึกถึงหรือผ่านไปคราใด ทำให้คนไทยระลึกถึงพระองค์ท่าน  เหนือกว่านั้นคือทำให้คนไทยน้อมระลึกถึงสิ่งที่ที่พระองค์ทรงให้ต่อสังคมไทยในหลาย ๆ ด้าน รวมทั้งเป็นการสะท้อนภาพลักษณ์องค์กรด้านบริการทางการแพทย์และโรงเรียนแพทย์ของไทยที่อยู่มานานกว่า 129 ปี ที่เป็นที่พึ่งพิงศรัทธาของประชาชน ในฐานะ “ผู้ให้” ในด้านต่าง ๆ มายาวนานแม้ในยามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ประทับรักษาพระวรกายอยู่ ณ ที่แห่งนี้ ภาพของการทรงงานเพื่อคลายทุกข์ให้กับประชาชนไทย ก็ยังปรากฏให้ประจักษ์อยู่เสมอ ไม่เว้นแม้ขณะทรงพักผ่อนอิริยบท ทอดพระเนตรสายน้ำเจ้าพระยาด้านหน้าโรงพยาบาล ความเป็นห่วงเป็นใยพสกนิกรก็ไม่เคยคลายไปจากพระราชดำริของพระองค์ท่าน

คณะแพทย์ศาสตรศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ตระหนักในความรู้สึกของคนไทยที่มีต่อองค์กรในด้านต่างๆ เหล่านี้เป็นอย่างดี นอกเหนือจากความทรงจำที่ชาวศิริราชจะไม่ลืมไปตลอดชีวิต จากการที่คณะแพทย์ของโรงพยาบาลได้มีโอกาสถวายการดูแลรักษาพระองค์ท่าน ชาวศิริราชยังเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในองค์กร และมุ่งมั่นที่จะร่วมกันสร้างองค์กรคุณภาพนี้ให้คงอยู่อย่างมั่นคง ด้วยเป้าหมายของการเป็นที่พึ่งพิงศรัทธาของคนไทยต่อไป

เป็นการให้ด้วยรูปแบบต่าง ๆ ที่สืบทอดและสานต่อพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่องค์กรศิริราชแห่งนี้มุ่งมั่นที่จะทำให้เกิดประโยชน์สุขต่อสังคมไทย พร้อมกับเป็นองค์กรที่สร้างเสริม ส่งต่อ การให้ ที่แพร่ขยายออกไปในรูปแบบต่าง ๆ จากการดำเนินงาน จนเป็นที่มาของความเชื่อมั่นศรัทธาของคนไทยที่มีต่อศิริราช

พร้อมกับคำมั่น ดังที่ ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดี คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล เคยเอ่ยไว้ตอนหนึ่งว่า “ตราบใดที่ศิริราชยังอยู่คู่กับประเทศไทย คนไทยจะไม่ลืมรัชกาลที่ 9”

ก้าวด้วยความอดทน มีวิสัยทัศน์ สู่ความเป็นเลิศแบบศิริราช

“ก้าวด้วยความอดทน มีวิสัยทัศน์ สู่ความเป็นเลิศแบบศิริราช” คำพูดของ ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

เป็นคำพูดที่แสดงออกถึงความมุ่งมั่นที่จะไม่หยุดพัฒนาให้ศิริราชก้าวไปข้างหน้าต่อไป ภายใต้ความเป็นองค์กรที่คนไทยให้ความศรัทธา ด้วยผลการดำเนินงานที่ได้มาตรฐานในทุก ๆ ด้าน ซึ่งไม่จำกัดแค่พื้นที่ 110 ไร่ ในขอบเขตโรงพยาบาลศิริราชที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตกนี้เท่านั้น แต่มุ่งหวังที่จะแพร่ขยายไปยังเครือข่ายต่าง ๆ ของศิริราช และการดำเนินงานผ่านความร่วมมือ ภายใต้ยุทธศาสตร์และพันธกิจต่าง ๆ ที่กำหนดไว้

ขณะที่เป้าหมายหนึ่งมุ่งพัฒนาองค์กรสู่มาตรฐานระดับโลกในด้านต่าง ๆ เพิ่มขึ้น แต่ศิริราช ก็ไม่เคยลืมที่รักษาดีเอ็นเอที่ดีของคนไทย ให้คงอยู่เติบโตไปกับองค์กรพร้อมกันด้วย

โดยเฉพาะบทบาทของการให้ แม้ปัจจุบันนี้โรงพยาบาลศิริราชยังอยู่ในภาวะขาดทุนจากการดำเนินงาน แต่ก็ไม่ได้สร้างความย่อท้อให้กับบุคลากรทุกฝ่ายในการทำให้ดีขึ้น เพื่อลดปัญหาที่มีอยู่ โดยไม่นำปัญหามาเป็นเงื่อนไขลดทอนกำลังใจในการทำ และยังแสดงบทบาทขององค์กรที่พร้อมจะให้ ไปจนถึงเป็นองค์กรที่เชื่อมโยงการให้จากบุคคล หน่วยงานต่าง ๆ ไปถึงสังคมไทยผ่าบริการของศิริราช

ดังตัวอย่างผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ เงินค่ารักษาพยาบาลที่จ่ายออกไป ก็จะเป็นการให้คืนกลับมาช่วยผู้ป่วยด้อยโอกาสที่ศิริราชดังที่สังคมไทยรับรู้ และกลายเป็นต้นแบบของโรงพยาบาลแห่งการให้ในอีกรูปแบบ ที่ถือกำเนิดขึ้นในประเทศไทย

ขณะเดียวกันด้วยความเป็นโรงเรียนแพทย์ ศิริราช ยังคงรักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมที่จะสืบต่อกันในการผลิตแพทย์ของศิริราชรุ่น ๆ ต่อไปอย่างเหนียวแน่น นอกเหนือจากการเป็นโรงเรียนแพทย์แห่งเดียวในประเทศไทยที่มีตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนแพทย์

“การเป็นสถาบันการแพทย์ของแผ่นดิน มุ่งสู่ความเป็นเลิศระดับสากล เป็นเป้าหมายสูงสุด ซึ่งจะตั้งอยู่บนฐานของสมเด็จพระมหิตราธิเบศอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ซึ่งเป็นบุคคลต้นแบบ (Role Model) ของพวกเราชาวศิริราช และบุคคลทางด้านการแพทย์ของประเทศไทย อาจารย์ใหม่ทุกคนที่จะเข้ามาที่ศิริราช เมื่อมารายงานตัวในกรรมการประจำคณะ ว่าเป็นใครมาจากไหน จบรุ่นไหนจะไปเรียนอะไร ทุกคนจะได้รับหนังสือหนึ่งเล่ม คณบดีจะมอบให้เอง หนังสือรวบรวมคำสอนของสมเด็จพระบรมราชชนก และขอให้ทุกคนกลับไปอ่าน เพราะการได้มีโอกาสมาอ่านคำสอนของสมเด็จพระบรมราชชนกทั้งหมด จะได้เข้าใจบริบทที่เราอยากให้เกิดขึ้น” ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์กล่าว

รูปแบบเช่นนี้เป็นการสื่อสารภายในของศิริราช ซึ่งโดยส่วนใหญ่ ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาศิริราชสื่อสารแบบตั้งรับอยู่ในองค์กร แต่ปัจจุบันเริ่มที่จะสื่อสารออกไปภายนอกมากขึ้น เพราะต้องการให้ทั้งประเทศไทยรู้ว่า ศิริราชอยากจะทำอะไร ฝันของศิริราชคืออะไร แล้วศิริราชจะทำให้เกิดขึ้นได้อย่างไร

เพราะนั่นคือบทบาทของความรับผิดชอบต่อสังคม ขององค์กรแห่งนี้ ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในวิชาชีพด้านการแพทย์ ซึ่งด้วยความเป็นคณะแพทย์ศิริราชมีโอกาสช่วยสังคมอยู่แล้วก็ตาม แต่ความหมายของความรับผิดชอบต่อสังคมในที่นี้ กินพื้นที่เกินขอบเขตของด้านการแพทย์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของจรรโลงและนำพาประเทศไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น โดยเริ่มจากภายในองค์กรศิริราช ขยายสู่ชุมชนแวดล้อมโดยรอบ สิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัว ไปจนถึงสังคมไทยทั้งประเทศนั่นเอง

ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวว่า สื่อที่ถือเป็นคำมั่นสัญญาของศิริราช ที่ถูกส่งออกไปสู่การรับรู้ของคนไทยส่วนใหญ่ ถูกจัดทำในรูปแบบของคลิปวิดิโอความยาว 2 นาที ในชื่อ ความฝันอันสูงสุด ที่เริ่มเผยแพร่ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา

“เราทำคลิปนี้ขึ้น เพราะคิดว่า ถึงเวลาแล้วที่เราจะสื่อกับสังคมในสิ่งที่เราอยากทำ แล้วจะได้ชวนสังคมเข้ามาร่วมกับเรา ทำให้สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นได้จริง ไม่ใช่คลิปที่เน้นเรื่องการบริจาค แม้ข้างหลังจะมีเขียน แต่ประเด็นสำคัญคือบอกให้รู้ว่า ศิริราชประกาศแล้วนะว่า เราจะทำงานเพื่อแผ่นดิน แล้วสิ่งเหล่านี้ยังเป็นสิ่งหนึ่งที่จะทำให้คนทั้งศิริราชไปในทิศทางเดียวกัน เราแปลงสิ่งที่เป็นเกณฑ์ สิ่งที่เป็นข้อ ๆ ออกมาเป็นสิ่งที่มีชีวิต สิ่งที่สัมผัสได้ รู้สึกได้ ผมย้ำ เราสื่อสารกันด้วยทั้งคอนเทนต์ ฟิลลิ่ง และโกลด์ แล้วนี่คือสิ่งที่เห็นโกลด์กับฟิลลิ่งชัดเจนที่สุด” ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวทิ้งท้าย ดังความหมายที่ปรากฏในคลิป ที่ถูกคลอไปกับเพลงความฝันอันสูงสุด ว่า

ศิริราช เป็นโรงพยาบาลของแผ่นดิน  

ความฝันเป็นสิ่งสำคัญ แต่ที่สำคัญกว่า เราจะพาความฝันนั้นไปไกลได้แค่ไหน

ศิริราชจะสืบสานพระราชปณิธาน ทำงานเพื่อแผ่นดิน

คลิปประชาสัมพันธ์ที่โรงพยาบาลศิริราชจัดทำขึ้นเพื่อแสดงความมุ่งมั่นทำงานเพื่อแผ่นดิน

SiPH ต่อยอดการให้ขั้นกว่า

SiPH หรือ โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาชการุณย์ ซึ่งเปรียบเป็นบริการเฟิร์สต์คลาสของโรงพยาบาลศิริราช ถูกริเริ่มขึ้นในปี 2548 เมื่อ รัฐมีนโยบายประกาศให้มหาวิทยาลัยเตรียมตัวออกนอกระดับ โดยจะลดงบประมาณที่สนับสนุนมหาวิทยาลัยลงเรื่อย ๆ โรงพยาบาลศิริราช

ชื่อของโรงพยาบาล ได้รับพระราชนามจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระปรมินทรมหาภูมิพลอดลยเดช รัชการที่ 9 อีกทั้งพระองค์เสด็จพระราชดำเนินมาทรงพักผ่อนอิริยบทที่โรงพยาบาลแห่งนี้นับ 10 ครั้ง เมื่อครั้งที่ประทับรักษาพระวรกายอยู่ที่ศิริราช ซึ่งมีภาพที่หากยังจำกัดได้ บุคคลผู้ถวายงานเข็นรถพระที่นั่งให้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ก็คือ ศ.คลินิก นพ.ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ หนึ่งในคณะแพทย์ที่ถวายรักษาพระองค์ท่านมาตั้งแต่ปี 2538

เพราะฉะนั้นกลุ่มเป้าหมายของ SiPH ถ้าไม่นับว่าเป็นโรงพยาบาลภายใต้การดำเนินงานคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ก็จะมีสภาพไม่ต่างจากโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ ที่ตั้งขึ้นเพื่อรองรับกลุ่มผู้ป่วยที่พร้อมจะจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลด้วยตนเอง แต่อยากได้บริการแบบศิริราช และที่พิเศษกว่าการเลือกใช้บริการที่อื่น ๆ ก็คือ เป็นกลุ่มที่มีจิตใจพร้อมที่จะอยากจะให้ เพราะกำไรจากการดำเนินจะถูกส่งกลับไปที่ศิริราช

“ในด้านการรักษาศิริราช กับที่นี่ไม่ต่างกันเลย มาตรฐานการรักษาเหมือนกัน ต่างกันตรงที่ที่นี่บริการเร็วกว่าเท่านั้น เหมือนเครื่องบินศิริราชเดิมเป็นอีโคโนมี่ มีคลินิกนอกเวลาที่เหมือนบิสซิเนสคลาส แล้วก็มีที่นี่เป็นเฟิร์สต์คลาส ไปที่ไหนก็รักษาแบบเดียวกัน แต่รักษาที่นี่ต้องจ่ายส่วนต่าง โดยค่าบริการเราจะอยู่ที่ประมาณ 80% เมื่อเทียบกับโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ ไม่ได้แพงที่สุด เพราะไม่ได้ต้องการกำไรขนาดนั้น” ศ.คลินิก นพ.ประดิษฐ์ กล่าว

แต่ ณ วันนี้ ถ้าจะถามตรง ๆ ว่าคนไข้ที่มารักษาที่ SiPH มาเพื่อใจที่อยากจะให้เหมือนแนวคิดในการก่อสร้างโรงพยาบาลแห่งนี้หรือไม่ ศ.คลินิก นพ.ประดิษฐ์ ไม่กล้าตอบโดยตรงเพราะที่ผ่านมาไม่เคยทำการสำรวจความคิดเห็นของกลุ่มผู้บริโภค โดยกล่าวว่า เพราะนับตั้งแต่เปิดให้บริการมา SiPH ตั้งเป้าหมายแค่เพียง จะเป็น หนึ่งในโรงพยาบาลที่คนศรัทธามากที่สุดภายในปี 2559 (One of the most admired hospital in Thailand 2016) ซึ่งเปิดมาเพียง 4 ปีแรกเมื่อทำสำรวจก็พบว่าบรรลุเป้าหมาย เพราะ SiPH ติด 1 ใน 3 โรงพยาบาลที่คนศรัทธามากที่สุด

แน่นอนว่าด้วยสไตล์คนศิริราชที่ไม่หยุดพัฒนา SiPH กำหนดเป้าหมายใหม่ต่อไปทันทีจากนั้นว่า จะต้องยกระดับเป็น โรงพยาบาลที่คนศรัทธามากที่สุดภายในปี 2563 (The most admired hospital in Thailand 2020)

“เพราะฉะนั้นถ้าตอบคำถามโดยอ้อมจากผลสำรวจนี้ ซึ่งเราจ้างบริษัทข้างนอกทำเซอร์เวย์ ถึงแม้ไม่ได้ถามตรงๆ ว่ามาที่นี่เพราะอยากให้ตามแนวทางที่เราสร้างที่นี่ขึ้นหรือไม่ ก็อาจจะพูดได้ว่า เป็นเพราะความศรัทธาเลย ซึ่งผมเชื่อนะครับว่า การที่ SiPH โตเร็วขนาดนี้ไม่ได้ ถ้าไม่ใช่ศิริราช เป็นเรื่องของการรักษาเป็นประเด็นแรกที่คนไข้มา กับประเด็นที่สองที่มารักษาที่นี่ เงินคุณไม่ไปไหนเลยกลับไปที่ศิริราชทั้งหมด”

จากการเปิดดำเนินงาน SiPH มาถึงปี 2560 นี้รวม 5 ปี SiPH ซึ่งถือเป็นโรงพยาบาลขนาดไหนที่มีจำนวนเตียงทั้งสิ้น 275 เตียง และสามารถขยายได้เต็มที่ 350 เตียงในอีก 2 ปีข้างหน้า และคาดว่าโรงพยาบาลจะถึงจุดคุ้มทุน แต่ตลอดการดำเนินงาน 5 ปีที่ผ่านมามีการส่งกำไรต่อปีให้ศิริราชไปได้แล้วทั้งสิ้นประมาณ 800 ล้านบาท โดยเป็นยอดรายได้ที่เพิ่มขึ้นทุกปี โดยปีล่าสุดให้ไป 250 ล้าน แต่ก็ยังถือว่าช่วยศิริราชได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น

เพราะตัวเลขการขาดทุนของศิริราชในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 700 ล้านบาทต่อปี ตกอยู่ในสถานะเดียวกับโรงพยาบาลรัฐบาลอีกหลาย ๆ แห่ง และศิริราชเองก็มีค่าใช้จ่ายที่สูงถึง 18,000 ล้านบาท จากผู้มาใช้บริการผู้ป่วยนอกนับหมื่นรายต่อวัน หรือเฉลี่ยปีละกว่า 3.4 ล้านคน ขณะเดียวกันศิริราชมีหน่วยงานสำคัญอย่างโรงเรียนแพทย์ และส่วนของการทำวิจัย ที่ไม่มีส่วนในการหารายได้ใด ๆ

“ถ้าเราขยายเต็มพื้นที่ในอีก 2 ปีข้างหนา แล้วมีผลประกอบการที่สามารถช่วยให้ศิริราชอยู่ได้ เราก็คงพอ เพราะมันไม่ใช่ธุรกิจของเราโดยตรง” ศ.คลินิก นพ.ประดิษฐ์ กล่าว

จัดกิจกรรม “ออมเพื่อให้” สืบสานพระราชจริยวัตรพระมหากษัตริย์ที่ดีที่สุดในโลก   

“เลือกการออมเงิน เพราะเราอยากให้คนรุ่นใหม่เห็นวิธีปฏิบัติที่ดีในการออมว่าทำอย่างไร อยากให้เป็นการฝึก โดยเรียนรู้ผ่านสิ่งที่พระองค์ทรงทำส่งทอดถึงลูกหลานไทย พระองค์ท่านเป็นกษัตริย์ที่รู้จักการใช้เงิน รู้จักการให้ รู้จักการบริหารเงิน อยากทำตรงนี้เป็นการออมเพื่อให้ เพราะท่านไม่ได้ทรงออมอย่างเดียว แต่ท่านทรงทำประโยชน์เพื่อสังคมด้วย ถ้าเคยอ่านพระราชประวัติสมเด็จย่าทรงสอนพระโอรสธิดาทั้ง 3 พระองค์ อยากได้อะไรต้องเก็บเงิน ถ้าทำงานได้เงินก็ต้องแบ่ง 10% ใส่กระปุกคนจนเพื่อเอาไปช่วยสังคม เป็นพระราชประวัติที่ดีมีที่มาที่ไป เพื่อให้เราระลึกถึงพระมหากษัตริย์ที่ดีที่สุดในโลก”

ศ.คลินิก นพ.ประดิษฐ์ กล่าวถึงกิจกรรมการออมเพื่อให้ ซึ่งเชิญชวนให้ผู้มีจิตศรัทธา นำกระปุกออมสินที่มีมาแลกรับกระปุกที่ระลึกทรงงาน 3 แบบที่เป็นสัญลักษณ์แทนการน้อมรำลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 พร้อม ๆ ไปกับปลูกฝังแนวคิดออมเพื่อให้ โดยนำเงินจากกระปุกที่นำมาแลก สมทุนสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา อาคารที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานนามไว้เป็นอาคารสุดท้ายของโรงพยาบาลศิริราช

กิจกรรมนี้จัดให้มีการโรดโชว์ไปยังที่ต่าง ๆ ในช่วงเวลาประมาณ 3 เดือน เพื่อกระจายแนวคิดนี้ออกไป ภายใต้วัตถุประสงค์ 3 ข้อจากที่ผู้อำนวยการ SiPH อธิบายมา นั่นคือ หนึ่ง-เพื่อรำลึกถึงพระจริยวัตรที่ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงรู้จักการออมตั้งแต่ทรงพระเยาว์และทรงใช้มาตลอด สอง-ให้นึกถึงการให้เหมือนที่พระองค์ทรงให้มาตลอด และสาม-เพื่อระลึกถึงพระองค์ท่านผู้พระราชทานนาให้กับ SiPH โรงพยาบาลแห่งแรกที่มีบริหารการจัดการแบบใหม่ เพื่อนำเงินจากผู้ที่มีพอจะกิน ไปช่วยคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล เพื่อจะช่วยเหลือสังคมต่อไป

โดย ศ.คลิกนิก นพ.ประดิษฐ์ ให้ความเห็นทิ้งท้ายไว้ว่า

“สำหรับโครงการนี้ การได้รับการตอบรับที่ดีก็เป็นการฉุดรั้งสังคมบางอย่างให้ระลึกถึงบางอย่างที่เป็นสิ่งที่ดี แม้จะทำยาก ดังที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเคยรับสั่งไว้ว่า เวลาเราทำอะไรสักอย่าง ถ้าทำดีจะฝืนความรู้สึกความพึงพอใจของมนุษย์ ทำให้ทำยากและเห็นผลได้ลำบาก แต่เราก็ต้องทำ ไม่อย่างนั้นความไม่ดีจะพอกพูนและเกิดขึ้นเร็วมาก”

Share.