MUJI กับแนวคิดเรียบง่ายแต่ยิ่งใหญ่ในทางปฏิบัติ 

0

ถ้าเป้าหมายแรกของ MUJI (มูจิ) ที่ไม่ต้องการให้ลูกค้าจ่ายสินค้าเกินราคาในส่วนที่ไม่ได้ใช้งานยังคงอยู่ บ้านสำเร็จรูปของมูจิก็น่าสนใจมากขึ้นว่า นี่อาจจะเป็นรูปแบบบ้านที่พอเพียงที่สุดสำหรับความจำเป็นที่มนุษย์ใช้งานได้ทุกส่วนในฐานะ 1 ในปัจจัย 4 ที่แท้จริง ขณะเดียวกันภายใต้ความเป็นแบรนด์มูจิ การออกผลิตภัณฑ์บ้านสำเร็จรูป น่าจะเรียกได้ว่าเป็นจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายที่ทำให้มูจิ เป็นแบรนด์ที่มีธุรกิจยึดโยงครอบคลุมปัจจัย 4 ได้ด้วยแนวคิดเรียบง่ายแต่ยิ่งใหญ่ในทางปฏิบัติ

ใครที่เป็นสาวกมูจิ และหลงใหลความเป็น “มูจิ”

ถึงตอนนี้หลายคนคงตั้งเป้าหมาย อยากไปนอนโรงแรมมูจิ อยากได้บ้านมูจิสักหลัง เมื่อมูจิขยายธุรกิจเปิดโรงแรมใจกลางเมือง แถมในระยะเวลาไม่นานก็พัฒนาบ้านสำเร็จรูปแบบญี่ปุ๊น..ญี่ปุ่น ออกมาจำหน่าย อีกทั้งก่อนหน้านี้ก็เคยขายไอเดียใหญ่ ด้วยการทำคลิปการสร้างเมืองโตเกียวจำลอง จากผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในร้านมูจิกว่าหมื่นรายการออกมาด้วย


ไปดูกันดีกว่าด้วยคอนเซปต์เรียบง่ายของมูจิแล้วจะดีไซน์ตัวบ้านและอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ในรูปแบบไหนยังไงสามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ยุคใหม่และตรงกับนโยบายของตัวแบรนด์ได้มากน้อยเพียงใด

มาเริ่มที่มูจิฮัท (Muji Hut)

มูจิฮัทเป็นบ้านสำเร็จรูปสไตล์มินิมอล ขนาด 9.1 ตารางเมตร (98 ตารางฟุต และระเบียงด้านหน้า 3.1 ตร.ม.) ที่ยังคงคอนเซปต์เรียบง่ายตามอัตลักษณ์ของแบรนด์ พร้อมเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ตกแต่งในบ้านก็ยังเป็นผลิตภัณฑ์ของมูจิทั้งหมดด้วย โดยตัวบ้านจะเน้นฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครอบคลุมการใช้ชีวิตปกติ และตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป

มูจิฮัท เป็นโครงการที่เริ่มพัฒนามาตั้งแต่ปี 2015 และในช่วงฤดูใบไม้ผลิปีนี้ก็เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพิเศษที่ทำร่วมกับบริษัท บริษัท ญี่ปุ่น WOULD และพร้อมออกสู่ตลาดปลายปี 2017 นี้ เฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น โดยเน้นทำตลาดในเมืองโตเกียว ชิบะ คานากาว่า ไซตามะ กุนมะ โทะชิกิ อิบารากิ ยะมะงะตะและชิสุโอกะ

ตัวบ้านทำจากไม้ในญี่ปุ่น ผิวไม้ด้านนอกใช้เทคนิคการเผาผิวไม้ตามแบบวิธีโบราณของญี่ปุ่น มีบานกระจกสามารถเลื่อนได้ และฉนวนกันความร้อนซึ่งจะต้องจ่ายเพิ่มเติม ราคาค่าก่อสร้างโดยรวม ประมาณ 3 ล้านเยน (ประมาณ 27,000 เหรียญสหรัฐ)

มาต่อกันที่ โรงแรมมูจิ

เป็นที่รู้กันดีว่า มูจิ คือบริษัทค้าปลีกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นซึ่งขายสินค้าเครื่องใช้ในบ้านและอื่นๆ อีกมากมาย ที่เน้นของดี มีคุณภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์เครื่องนอนผ้าม่านและเครื่องใช้ ที่ผู้เข้าพักสามารถจัดหาของใช้ในบ้านที่ชอบ ได้ทุกชิ้นจากมูจิ

การตกแต่งที่จำเป็นสำหรับบ้าน ไม่แตกต่างจากของที่จำเป็นสำหรับโรงแรม ด้วยเหตุนี้ มูจิ ซึ่งมีสาขามากมายทั้งในและต่างประเทศ จึงตัดสินใจขยายสู่ธุรกิจโรงแรม โดยเลือกเปิดที่เมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษของจีนในมณฑลกวางตุ้ง ที่อยู่ติดกับเกาะฮ่องกง จากนั้นจึงค่อยกลับมาเปิดโรงแรมมูจิแห่งแรกในญี่ปุ่น โดยเลือกทำเลย่านหรูอย่างกินซ่า (Ginza) กลางกรุงโตเกียว โดยกำหนดเปิดให้บริการในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2019

แน่นอนว่า โรงแรมมูจิ ก็จะใช้ผลิตภัณท์ของแบรนด์มูจิเอง และไม่ใช่แค่ของใช้ แต่รวมถึงขนมดังอย่างสตรอเบอรี่เคลืบชอคโกแลตก็จะมีบริการเป็นกิมมิคไว้ให้แขกในห้องพักด้วย

เหตุผลที่มูจิเลือกทำเลย่านกินซ่าเพราะเป็นแหล่งที่ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยว และเป็นย่านที่มีการใช้จ่ายสูง โดย “Muji Hotel” จะอยู่ในอาคารความสูง10 ชั้นของมูจิ โดยชั้นที่ 1 – 5 และบางส่วนของชั้น 6 เป็นร้าน “MUJI” ซึ่งถือเป็นแฟล็กชิฟ สโตร์ของมูจิที่ใหญ่ที่สุดในโลก ขณะที่ชั้นที่ 7 – 10 เละอีกส่วนของชั้น 6 จะเป็นพื้นที่โรงแรม

และเพื่อตอบสนองให้ครบทุกด้าน แบบครบทุกปัจจัย 4 ของมนุษย์ นอกจากที่อยู่อาศัย เสื้อผ้าและธุรกิจของมูจิยังครอบคลุมไปถึงด้านอาหาร อีกด้วยนั่นก็คือ มูจิ สาขายูระคุโช (YURAKUCHO) ซึ่งเป็น “Global Flagship Store” ต้นแบบร้านมูจิที่จำหน่ายสินค้าแบบครบวงจร ที่ล่าสุดสาขานี้เพิ่งเปิดตัว “ซูเปอร์มาร์เก็ต” บริเวณชั้นล่างของร้าน วางจำหน่ายอาหารสด อาหารแห้ง เครื่องปรุง ขนมปัง ผัก ผลไม้ และสินค้าสไตล์ร้านชำรวมกว่า 300 รายการ

ผลผลิตที่จำหน่ายในร้าน ต้องผ่านการคัดเลือกมาจากฟาร์มที่ไม่ใช้ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลง และเน้นพืชผักหมุนเวียนตามฤดูกาล ไม่ได้เน้นที่ความหลากหลายเหมือนซุปเปอร์มารเก็ตทั่วไป และมีพื้นที่ส่วนหนึ่งจัดเป็น MUJI Café & Meal ร้านอาหารที่มีแนวคิดเกิดมาเพื่อเป็นร้านอาหารสำหรับทุกวัน ที่เรียบง่าย มีประโยชน์ และเน้นจำหน่ายอาหารออร์แกนิค

แม้ทุกธุรกิจของมูจิ จะเน้นความเรียบง่ายเป็นพื้นฐาน แต่หากมองให้ลึกลงไป จะพบว่า ภายใต้ความเรียบง่ายนั้น เกิดขึ้นอย่างลึกซึ้งเพราะเกิดขึ้นจากการนำแนวคิดและปรัชญาการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขระหว่างคนกับสิ่งแวดล้อมในระบบนิเวศเดียวกัน ขณะที่ในเชิงธุรกิจที่แตกขยายเพิ่มขึ้น ก็ยังยึดโยงอยู่กับการออกแบบผลิตภัณฑ์ด้านต่าง ๆ ให้ครอบคลุมในเรื่องของปัจจัย 4 แม้หลายคนอาจจะมองว่าอาจจะขาดเรื่องยารักษาโรค แต่ถ้ามองอาหารเป็นยา การคัดสรรอาหารคุณภาพและปลอดภัย มูจิก็เป็นนักโภชนาการที่เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องยาด้วยเช่นกัน

แต่ความสำเร็จเหนืออื่นใดที่นำมาซึ่งความสำเร็จของมูจิที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือ การเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคและสามารถตอบสนองความต้องการเหล่านั้นได้อย่างกลมกลืนเข้ากับไลฟ์สไตล์ภายใต้ความเป็นมูจิ ที่ผู้บริโภคมองเห็นได้ชัดเจนไม่ว่าถูกนำเสนอผ่านธุรกิจอะไร

4 คุณสมบัติที่เห็นแล้วรู้เลยว่าเป็น MUJI จาก MUJI Brand Strategy

1. มี Style การดีไซน์โปรดักส์ที่เป็นจุดแข็ง
2. มี Value ของสินค้าที่มั่นใจได้ภายใต้ต้นทุนต่ำ
3. มี Simplicity ของสินค้านอกจากดูเรียบง่ายแล้วยังใช้งานง่าย
4. มี Uniformity ที่แสดงถึงอัตลักษณ์องค์กรที่โดดเด่น

MUJI Timeline
ปี 1980 ธันวาคม ถือกำเนิดขึ้นในฐานะแบรนด์สินค้าในเซยูซูเปอร์มาร์เก็ต (Seiyu)
ปี 1983 เปิดร้านแห่งแรก ใช้สโลแกนว่า “lower price for a reason”
ปี 1985 เริ่มมีการผลิตสินค้าในต่างประเทศ
ปี 1986 เริ่มสั่งซื้อสินค้าจากโรงงานโดยตรง
ปี 1987 เริ่มพัฒนาวัตถุดิบจากทั่วโลก
ปี 1989 บริษัท เรียวฮิน เคคาคุ จำกัด (Ryohin Keikaku Ltd.) กลายเป็นบริษัทผู้ผลิต ค้าปลีก และบริหารจัดการสินค้าของมูจิ(Mujirushi Ryohin-มูจิรุชิ เรียวฮิน) ทั้งหมด
ปี 1991 เปิดร้านแห่งแรกในต่างประเทศที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร
ปี 1999 เริ่มใช้แบรนด์ “Muji”
ปี 2000 เปิด Online Shop

Share.