ภาพรวมและเคล็ดลับการเจาะตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับทารกในจีน

0

ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก เป็นตลาดที่อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ในจีน  หลังจากรัฐบาลจีนเปลี่ยนกฎหมายจากให้มีบุตรคนเดียวมาใช้นโยบายลูก 2 คน ทำให้พ่อแม่ชาวจีนมีพฤติกรรมการใช้จ่ายเพื่อหาสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูก จนทำให้ตลาดเด็กกลายเป็นหนึ่งในตลาดที่มีมูลค่าสูงที่สุดในเอเชีย

แต่ปัจจุบันจีนยกเลิกนโยบายลูกคนเดียวอย่างเป็นทางการ พร้อมกฎหมายใหม่ที่มีผลตั้งแต่ปี 2016 อนุญาตให้คู่สามีภรรยาสามารถมีลูกคนที่สองได้อย่างอิสระ

นโยบายนี้เกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาคนชราล้นเมือง ซึ่งจากสถิติพบว่า จีนมีประชากรที่มีอายุมากกว่า 65 ปี ถึง 30 % รวมไปถึงความไม่สมดุลทางประชากรระหว่างเพศชายและหญิง ซึ่งมีเพศชายมากกว่าหญิงจำนวนมากจากค่านิยมมีลูกผู้ชายของชาวจีนยุคก่อน และแก้ปัญหาแรงงานหดตัวไปพร้อมกัน    

แต่นโยบายลูกสองคน ยังส่งผลกระทบต่อโครงสร้างทางการตลาดครั้งใหญ่ รวมทั้งเปลี่ยนโครงสร้างประชากรให้เข้าสู่ยุคเบบี้บูม

ผู้บริโภคเหล่านี้ล้วนเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ส่งผลให้ธุรกิจเกี่ยวกับเด็กและทารกทุกด้าน กลายเป็นธุรกิจที่มีโอกาสเติบโต เช่น ธุรกิจเสื้อผ้าเด็ก นมผงสำเร็จรูป ผ้าอ้อมสำเร็จรูป อุปกรณ์หรือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันสำหรับเด็ก ฯลฯ

ตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับทารกในประเทศจีนในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาเติบโตขึ้นกว่า 250%

โดยมียอดขายมากกว่า 75,000 ล้านเหรียญ ในปี 2016  มีทารกแรกเกิด 18.5 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นบุตรคนที่สองของคู่สมรสชาวจีน   ขณะที่อัตราการเพิ่มขึ้นของชนชั้นกลางในสังคม ทำให้พ่อแม่เอาใจบุตรหลานและยอมที่จะจ่ายเงินส่งผลให้ตลาดสินค้าและบริการสำหรับเด็กทารกจึงเป็นตลาดที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน โดยเฉพาะ 3 ตลาดหลักอย่าง ได้แก่

  1. เสื้อผ้าเด็ก
  2. ของเล่นเด็ก และ
  3. นมผง

อีกทั้งพ่อแม่ชาวจีนยังมีความพยายามหาผลิตภัณฑ์ ที่มีคุณภาพและความปลอดภัย เป็นที่ยอมรับจากต่างประเทศเพื่อลูกน้อย เพราะในประเทศจีนกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับทารก มักจะพบปัญหาสินค้าไม่ถูกสุขลักษณะและมีสารปนเปื้อน อย่างเช่น ข่าวเด็กทารกชาวจีนเป็นจำนวนมากป่วยเพราะกินนมที่มีสารปนเปื้อนเมลานีนเมื่อหลายปีก่อน ฯลฯ

ตลาดสินค้าเด็กมีการแข่งขันสูงและจะทวีความดุเดือดมากยิ่งขึ้น Johnson & Johnson เป็นผู้นำตลาดสินค้าสำหรับเด็กในจีนมาหลายปี มีส่วนแบ่ง 12 %

ปัจจบันยังมีผู้เล่นรายใหม่ที่พยายามชิงส่วนแบ่งการตลาดอยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น Bellamy’s Australia ซึ่งมียอดขายเพิ่มขึ้น 250% Danone และ China Mengniu Dairy

อย่างไรก็ตามสภาพตลาดสินค้าสำหรับเด็กในจีนตอนนี้ ก็ยังเปิดโอกาสให้ทำการแข่งขันสูงขึ้น พร้อมคิดค้นนวัตกรรมมาตอบโจทย์และเอาใจผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด

ช่องทางการซื้อขายมีทั้งส่วนออฟไลน์และออนไลน์

แหล่งซื้อหลักๆ ก็มักจะเป็นช่องทางออฟไลน์ เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือร้านเพื่อเด็กโดยเฉพาะ อีกส่วนคือตลาดอีคอมเมิร์ซ ที่ผู้บริโภคปัจจุบัน (ยุคหลัง 1980) มักให้ความสำคัญกับการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อค้นหาข้อมูลสินค้า ชอบซื้อของออนไลน์เพราะสะดวกสบาย และให้ความเชื่อมั่นกับแบรนด์สินค้าจากต่างประเทศเป็นหลัก ซึ่งบางทีมีราคาถูกกว่าซื้อในประเทศด้วยซ้ำ  

ยุคนี้อินเทอร์เนตมีบทบาทสำคัญมาก ดังนั้นแบรนด์ใดที่จะเจาะกลุ่มผู้บริโภคชาวจีนยุคใหม่ ต้องให้ความสำคัญการใช้ช่องทางผ่านมือถือและอินเทอร์เน็ต และพัฒนาสินค้าให้มีจุดเด่น สร้างความน่าเชื่อถือ และมีช่องทางการซื้อที่ง่ายและสะดวกสบาย

เลือกตลาดไม่ออก บอก WeChat

Wechat ยังเป็น ช่องทางที่บริษัทต่างๆ ใช้ในการทำ Online Marketing เพราะสามารถสร้าง Official Account บน Wechat ได้ ซึ่งช่องทางนี้ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ไหนก็สามารถสร้าง Official Account ของตัวเองได้ การมีปฎิสัมพันธ์กับลูกค้าจะทำให้พวกเขากลายเป็นผู้ซื้อที่ลอยัลตี้ต่อตัวแบรนด์ สามารถแจกจ่ายและแบ่งปันเนื้อหาที่มีคุณภาพกับลูกค้าเป้าหมายของคุณ และเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมในการส่งข้อความเพื่อโปรโมทแบรนด์ ผ่าน Official Account ของ WeChat

กลยุทธ์ 3 ประการที่ควรทำใน WeChat

  1. นำโฆษณาไปติดในเว็บไซต์ต่างๆ  โดยคิดค่าใช้จ่ายเป็นแบบ CPC (cost per click) คือ การจ่ายเงินคลิกต่อคลิก
  2. Viral Marketing Campaign ทำการตลาดให้เป็นกระแสและการบอกต่อมากที่สุด
  3. การทำการตลาดโดยร่วมมือกับ KOL (Key Opinion Leader) เพราะกลุ่มคนเหล่านี้มีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก ซึ่งสามารถช่วยในเรื่องยอดขายและอิมเมจแบรนด์ได้

หากสามารถจับจุดและเข้าใจพฤติกรรมการบริโภคของชาวจีนยุคใหม่ที่มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้แล้ว ก็จะช่วยให้แบรนด์นั้นเจาะตลาดจีนได้สำเร็จและสินค้าสามารถอยู่ในตลาดจีนได้อย่างมั่นคงมากขึ้น

 

Share.