มาดามแป้ง – นวลพรรณ ล่ำซำ เป็นทุกอย่างให้เมืองไทยประกันภัย

0

smmagonline“แป้งจับธุรกิจประกัน ปีนี้น่าจะเป็นปีที่ 17 ได้แล้ว ต้องบอกเลยนะคะว่า ธุรกิจประกันภัยเป็นธุรกิจปราบเซียน จะยืนอยู่ได้อย่างมั่นคงและสง่างามไม่ใช่สิ่งที่ง่ายเลย” นวลพรรณ ล่ำซำ หรือที่คนเรียกขานทั่วไปว่า คุณแป้ง หรือ มาดามแป้ง กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าว

โดย นวลพรรณ บอกด้วยว่า ปีนี้จะเป็นปีที่เธอกลับมามีบทบาทให้เห็นในธุรกิจประกันภัยมากขึ้น ทั้งจากกิจกรรมของบริษัทตั้งแต่งานประกันภัยไปจนถึงงานด้านซีเอสอาร์ที่บริษัทฯเข้าไปสนับสนุน รวมถึงจะได้เห็นเมืองไทยประกันภัยผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น บิลล์บอร์ด ฯลฯ จากที่ก่อนหน้านี้บทบาทในด้านอื่น โดยเฉพาะสายกีฬาดังกลบสายประภันภัยไปบ้าง

มาดามแป้ง – นวลพรรณ ล่ำซำ กับท่าแอคชั่นที่ใช้ประจำกับทุกวงการจนเป็นหนึ่งในภาพจำติดตา

ทั้งนี้เพราะ ปีนี้เป็นปีที่เมืองไทยประกันภัย ตั้งเป้าเติบโตไว้สูงถึง 10% หรือคาดว่าจะมีเบี้ยรับรวมถึง 13,500 ล้านบาท หลังจากที่ในปี 2560 ถือเป็นปีพักฐานที่บริษัทไม่มีอัตราเติบโตเลย รวมทั้งวางแผนที่จะให้การดำเนินงานทุก ๆ ด้านโตได้วยกัน ทั้งการให้ความสำคัญกับลูกค้าและการเสริมบริการด้านเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใหม่

เรียกได้ว่า ปีนี้จะเป็นปีที่เมืองไทยประกันภัยปรับรูปลักษณ์ ที่ นวลพรรณ บอกว่าจะเริ่มเห็นชัดขึ้นเรื่อย ๆ ในเดือนมีนาคม

วาสิต ล่ำซำ และ นวลพรรณ ล่ำซำ

ในทีมผู้บริหารเมืองไทยประกันภัย วาสิต ล่ำซำ รองกรรมการผู้จัดการ ซึ่งรับผิดชอบตลาดประภันภัยในส่วนของ Non-Motor เป็นบุคคลที่ นวลพรรณ บอกว่าคอยช่วยงานจิปาถะทุกอย่างให้เธอ SM Magazine จึงเลือกเขาเป็นตัวแนเล่าถึงภาพความเชื่อมโยงระหว่าง นวลพรรณ กับแบรนด์เมืองไทยประภันภัย ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การสื่อสารแบรนด์ที่เพิ่มน้ำหนักมากขึ้นในปีนี้ให้ฟัง

ย้ำภาพลักษณ์ “แป้ง” คือแบรนด์ “เมืองไทยประกันภัย”

“โดยภาพลักษณ์ มาดามแป้ง กับ เมืองไทยประกันภัย ลิงค์กันอยู่แล้ว ทุกคนไม่ใช่เฉพาะวงการกีฬา ในมุมธุรกิจเมืองไทยประกันภัยคือคุณแป้ง เราก็พยายามส่งเสริม สร้างภาพลักษณ์นี้ให้แน่นขึ้น ลูกค้าหลายรายที่เป็นบริษัท Conglomerate ซึ่งเป็นลูกค้าขนาดใหญ่ เวลาที่ต้องไปพบปะเจรจาเบื้องต้น ไม่ว่าจะกับคู่ค้า เจ้าของ ผมว่าชื่อคุณแป้งทำให้เข้าถึงง่ายกว่า” วาสิต กล่าว

จากการให้สัมภาษณ์ของ นวลพรรณ เอง ก็ยืนยันว่า การรับประกันภัยโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) และสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) ของภาครัฐที่บริษัทรับประกันบางส่วน ทั้งที่มีศักยภาพสามารถรับได้ทั้ง 100% ก็เป็นผลงานที่เธอเวิร์กด้วยตัวเองคนเดียว

“ขณะเดียวกันเราก็ยังบริการเสริมทุกด้าน แม้กระทั่งเรื่องซีเอสอาร์ก็ไม่เป็นรองใคร ช่องทางขายต่าง ๆ โบรกเกอร์ เอเยนต์ เราก็ยังเน้นที่จะบริหารงานให้ดี ไม่ใช่เน้นจ่ายค่าคอมฯสูงสุด แต่เราต้องการนายหน้าที่เข้าใจการทำงานของเราและอยู่กับเรามานาน ทำงานด้วยกันอย่างสบายใจเพื่อที่จะโตไปด้วยกัน” นวลพรรณ กล่าว

ตามตารางงานที่เมืองไทยประกันภัย วาสิต กล่าวว่า นวลพรรณมีแผนไปพบปะลูกค้าเป็นประจำอยู่แล้ว ตามที่กำหนดไว้คร่าว ๆ ในปีนี้ก็ตกเดือนหนึ่งประมาณ 10 ราย ซึ่งเขามั่นใจว่า ในการบริหารที่ทำกันอยู่ในธุรกิจประกันภัย น้อยมากที่จะเห็นเจ้าของหรือซีอีโอออกไปหาลูกค้าเอง จึงอาจจะถือว่านี่เป็นสไตล์ของเมืองไทยประกันภัยโดยเฉพาะ

“เวลาเบอร์หนึ่งออกไปหาลูกค้าเป็นเรื่องสำคัญ นั่นคือคอมมิทเมนท์ บริษัททั่วไปคงไม่ทำหรอก ยกเว้นนาน ๆ ทีกับลูกค้าขนาดใหญ่ ส่วนหนึ่งไปพบเพื่อสร้างความมั่นใจว่า ถ้ามีปัญหาเรื่องบริการ วิธีการรับประกัน เรื่องสินไหม ไม่ต้องกังวลว่า เมืองไทยประกันภัยทำตามสัญญาได้หมด คือไปเพื่อต้องการสร้างความมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบริการหรือทุก ๆ เรื่อง”

รูปแบบนี้แม้จะพูดแซวกันเล่น ๆ ว่าเป็นการใช้งานซีอีโอหนักไปไหม แต่ความจริงแล้วเป็นสิ่งที่ นวลพรรณ ต้องการและคิดขึ้นเอง อีกทั้งตลอด 17 ปีที่เข้ามาอยู่ในแวดวงประกันภัย แม้บทบาทด้านอื่นจะทำให้เธอเป็นที่รู้จักมากกว่า แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา นวลพรรณเติบโตมาจากงานขายในธุรกิจประกันภัย และมีพัฒนาการแตกต่างกันในแต่ละช่วง

เมื่อขึ้นมาเป็นซีอีโอ การพบปะพูดคุยกับลูกค้าจึงไม่ได้ลงรายละเอียดเรื่องงานขายเท่ากับทำหน้าที่แบ็กอัพทีมผู้บริหารระดับสูงที่จะเข้าไปเซอร์วิสลูกค้า อาจจะพูดได้ว่าทำหน้าที่เป็นผู้เปิดประตูหรือเริ่มเปิดการขายก็ไม่ผิดนัก

“คุณแป้งทำได้หมด บางรายเป็นลูกค้าอยู่แล้ว การเข้าไปพูดคุยก็เพื่อเสริมสร้างเรื่องความแข็งแรงในการบริการมากขึ้น เพิ่มทุนประกัน ทำอะไรเพิ่มเติมหรือดูกิจการลูกค้ามีอะไรที่จะขยายไปกับโปรดักส์ใหม่ ๆ ไหม การที่ซีอีโอไปเองเป็นอะไรที่เราได้ใจลูกค้า ยืนยันว่าคุณแป้งไปหาลูกค้าตลอด เพียงแต่ไม่ได้ออกสื่อและแม้จะมีภารกิจด้านอื่นที่เห็นในสื่อมากกว่า”

ดังนั้น โดยคอนเซ็ปต์ของการสื่อสารแบรนด์เมืองไทยประกันภัย ไม่ว่าซีอีโอจะไปปรากฏตัวในธุรกิจอะไร สื่อไหน ภารกิจของทีมคือ ต้องการให้ภาพลักษณ์นั้นตอกย้ำกลับมาที่เมืองไทยประกันภัยให้มากขึ้น เพราะภาพลักษณ์ของซีอีโอรายนี้ ไม่ว่าจะปรากฏในสื่อใดก็มีแต่แง่บวก ซึ่งจะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ให้แข็งแกร่งขึ้น

“หลายวงการเวลาเอ่ยมา นึกถึงคุณแป้งอยู่แล้ว อย่างแอร์เมส (Hermes) ทีมฟุตบอลหญิง ทีมสโมสรการท่าเรือ สิ่งที่เราจะทำ พูดได้ว่าเป็นการรีเฟรชให้คนรีมายด์ถึงเมืองไทยประกันภัยมากขึ้น”

ด้วยเหตุนี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ถ้าไม่เคยเห็นเมืองไทยประกันภัยจ้างแบรนด์แอมบาสเดอร์ที่ไหนมาก่อน ก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะมีซีอีโอเป็นเหมือนแบรนด์แอมบาสเดอร์ที่ทรงอิทธิพลต่อแบรนด์ในองค์กรเองมาตลอดอยู่แล้วนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม วาสิต เสริมว่า

“คุณแป้งไม่ใช่ภาพเดียวที่เราจะผูกกับแบรนด์ แต่เป็นภาพที่เราใช้ในเชิงบวก และจะให้น้ำหนักในช่วงปีสองปีนี้เพื่อเพิ่ม Public Awareness และจะมีภาพอื่นที่เพิ่มเข้าไปด้วย และมีภาพอื่นที่ต้องอินเซิร์ทเข้ามาด้วย เช่นเราเคยทำสำรวจแล้วพบว่า หลายคนไม่รู้ว่าบริษัทฯทำประกันภัยรถยนต์ก็อาจจะต้องเพิ่มการรับรู้ในส่วนนี้เพื่อให้การขายง่ายขึ้น”

สำหรับเป้าหมายปีนี้ ที่ซีอีโอและแบรนด์แอมบาสเดอร์คนสำคัญตั้งเป้าไว้ว่า จะกลับมามีบทบาทกับธุรกิจประกันภัยมากขึ้น ก็เพราะในช่วงปี 2560 ที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงพักฐานของเมืองไทยประกันภัย ที่ไม่มีการเติบโตเลย หลังจากเติบโตมาก่อนหน้านั้นพอสมควร ขณะที่อุตสาหกรรมประกันภัยยังเติบโตปีละ 4-5% ต่อปี

แต่ปี 2561 นี้ เมืองไทยประกันภัยมั่นใจว่า จะกลับมาเติบโตได้ถึง 10% หรือมีเบี้ยรวม 13,500 ล้านบาท หลังจากจัดระเบียบและจัดโครงการสร้างทีมบริหารในองค์กรที่จะลุยไปพร้อม ๆ กันทุก ๆ ส่วนทั้งออฟไลน์ผ่านตัวแทน โบรกเกอร์ ช่องทางธนาคาร รวมทั้งงานโปรเจ็คขนาดใหญ่ของภาครัฐ และเพิ่มศักยภาพการขาย สื่อสาร และบริการออนไลน์ผ่านช่องทางดิจิทัล พร้อมกับบุกทั้งตลาดประภันภัยทั่วไปและประกันภัยรถยนต์ครบทุกมิติ โดยตั้งเป้าให้มีสัดส่วนรายได้จากประกันภัยรถยนต์ 52% และประภัยทั่วไป 48% เพื่อสร้างความสมดุลของพอร์ต

ถ้าปิดชื่อบริษัทเมืองไทยประกันภัยบนป้าย หลายคนคงนึกว่าเป็นสื่อโฆษณาทีมฟุตบอลหญิงแน่นอน

ความหมายระหว่าง แป้ง กับ แบรนด์เมืองไทยประกันภัย

  • สโลแกนของเมืองไทยประภัยภัยคือ ยิ้มได้เมื่อภัยมา เพราะด้วยลักษณะธุรกิจไม่ใช่แบรนด์แห่งการสร้างความสุข คนจะนึกถึงแบรนด์เมื่อมีปัญหา ดังนั้นต้องทำให้ผู้ประสบภัยยิ้มได้เมื่อมีทุกข์เพราะมั่นใจว่าจะได้รับการเยียวยาตามสัญญาประกันภัย สร้างความเชื่อมั่นต่อแบรนด์ว่าจะช่วยบรรเทาทุกข์ได้ เพราะฉะนั้น การจะทำให้สดใส ยิ้มได้ หรือว่าเป็นลักษณะของการสร้างภาพลักษณ์ในเชิงที่เกี่ยวข้องกับ เป็นภาพลักษณ์เชิงบวก ขณะมีทุกข์ เมืองไทยประภันภัยเชื่อว่า อิมเมจของซีอีโออย่าง แป้ง หรือ นวลพรรณ ล่ำซำ สามารถสร้างความสดใส รวมทั้งความเชื่อมั่นได้ จากความสำเร็จในการทำธุรกิจและกิจกรรมต่าง ๆ ที่ผ่านมือมาแล้ว ทำให้นวลพรรณ จึงเป็นซีอีโอ ที่สามารถเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ได้อย่างเหมาะสม

 

 

 

 

 

 

Share.