“เอสซีจี” เดินหน้าขยายฐานลูกค้ากลุ่มอาเซียน ดันโซลูชั่นสินค้าและบริการครบวงจร ตอบโจทย์ความต้องการเชิงลึก

0

smmagonline-เอสซีจี ยังคงเดินหน้าพัฒนาโซลูชั่นสินค้าและบริการครบวงจร ตอบโจทย์ลูกค้าทั่วอาเซียน หวังเติบโตยิ่งขึ้นอย่างยั่งยืน

รุ่งโรจน์  รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปิดเผยว่า ในไตรมาสที่ 1/2561มีรายได้จากการขาย 118,250 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่มีกำไร 12,406 ล้านบาท ลดลง 1%จากไตรมาสก่อน และลดลง 29% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากผลการดำเนินงานที่ลดลงของบริษัทย่อยและบริษัทร่วมของธุรกิจเคมิคอล ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัจจัยเงินบาทแข็งค่าและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นประกอบกับปีที่ผ่านมามีกำไรจากการขายเงินลงทุน

ส่วนผลการดำเนินงานของเอสซีจีในภูมิภาคอาเซียนมีการขายอยู่ที่ 27,014 ล้านบาท คิดเป็น 23% จากยอดขายรวม โดยเพิ่มขึ้น 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีรายได้จากการขายในภูมิภาคอื่นๆ 20,075 ล้านบาท หรือ 17% จากยอดขายรวม

รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส

แม้จะได้รับผลกระทบจากสภาพการแข่งขันที่รุนแรงทั้งในไทยและในภูมิภาค ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น และเงินบาทแข็งค่า แต่ผลประกอบการไตรมาสนี้ยังคงใกล้เคียงกับไตรมาสที่ผ่านมา จากความมุ่งมั่นสร้างสรรค์สิ่งที่ดีกว่าสู่ลูกค้า

โดยเร่งผลักดันการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อพัฒนานวัตกรรม พร้อมนำเสนอโซลูชั่นครบวงจร เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการเชิงลึกของลูกค้าทั่วอาเซียน

เทคโนโลยีดิจิทัลของเอสซีจี

สำหรับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของเอสซีจีในช่วงที่ผ่านมา ได้แก่ การเปิดตัว แอปพลิเคชัน HOME BUDDY” ที่เป็นช่องทางออนไลน์สำหรับปรึกษาปัญหา ค้นหาช่างหรือวัสดุเพื่อสร้างหรือซ่อมบ้าน ซึ่งเชื่อมต่อกับ SCG Online Store และ Digital Payment Solution เช่น SCG Wallet เพื่อเพิ่มความสะดวกในการซื้อและชำระค่าสินค้าหรือ“การนำเทคโนโลยีดาวเทียมมาใช้สำหรับการออกแบบติดตั้งหลังคาให้ลูกค้า

การเปิดตัว“หุ่นยนต์ดูแลผู้สูงอายุ” โดย SCG Eldercare Solution ซึ่งผู้สนใจสามารถเข้าชมพร้อมนวัตกรรมอื่นๆ เกี่ยวกับบ้านได้ใน “งานสถาปนิก’61” วันที่ 1-6 พ.ค.2561นี้ ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ส่วนโซลูชั่นใหม่ๆ ที่เอสซีจีส่งมอบให้ลูกค้า เช่น โซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ” (Floating Solar Solution) รายแรกของไทย หรือ “Total Packaging Solutions Provider” ที่ให้บริการครบวงจรตั้งแต่การออกแบบ การผลิต และการจัดเก็บบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ใช้แล้วมา Recycle

รวมทั้ง “SCG Express” ที่เตรียมขยายจุดบริการรับส่งพัสดุให้ลูกค้ารายย่อยแบบ One-Stop Service ในสถานีบริการน้ำมันกว่า 100 แห่ง โดยตั้งเป้าขยายจุดบริการครอบคลุมทั่วประเทศภายในกลางปีนี้

นอกจากนี้ เอสซีจี ยังมุ่งพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม โดยเน้นร่วมมือกับลูกค้าหรือสถาบันชั้นนำต่างๆ มากขึ้น โดยใช้งบประมาณการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมกว่า 1,206ล้านบาท

เดินหน้าขยายงานใน AEC

ส่วนการขยายธุรกิจสู่ภูมิภาคอาเซียนนั้น  ล่าสุดได้เข้าถือหุ้นเพิ่มเติมเป็น 50.9% ในบริษัท Binh Minh Plastics Joint Stock Company ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายท่อและข้อต่อ PVC ชั้นนำทางตอนใต้ของเวียดนามและจัดตั้งTrading Company

โดยเข้าถือหุ้น 50% ในบริษัท PT Nusantara Polymer Solutionsในอินโดนีเซีย เพื่อจัดจำหน่ายเม็ดพลาสติกที่มีมูลค่าเพิ่มสูงซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายฐานสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงให้เจริญเติบโตได้ในอาเซียน

รวมทั้งจัดตั้ง SCG Roofing Centerที่นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาวซึ่งเป็นศูนย์บริการหลังคา ฝ้า ผนังครบวงจรแห่งแรกในต่างประเทศ เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของตลาดและเปิดโอกาสทางธุรกิจในกลุ่มประเทศ AEC อีกด้วย

Share.