ส่อง แผน กรุงไทย ขับเคลื่อนธุรกิจ Invisible Banking อย่างแตกต่าง

0

smmagonline – ในยุคดิจิทัล หรือ Thailand 4.0 ที่เทคโนโลยีเข้ามาทีบทบาทสำคัญ ในวงการสถาบันการเงินก็ปรับตัวกันยกใหญ่ เพื่อยกระดับการให้บริการบนออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ ล่าสุด ทางฝั่ง ธ.กรุงไทย ใช้งบกว่า 12,000 ล้านบาท ในการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาธุรกิจ และแอพพลิเคชั่น นับว่าหนึ่งในกลยุทธ์การนำเสนอบริการและธุรกรรมทางการเงินของธนาคารส่งตรงไปถึงลูกค้า ล่าสุดใช้งบกว่า 3,000 ล้านบาท สร้างแอพพลิเคชั่น กรุงไทย NEXT (Krungthai NEXT) ขึ้นมาใหม่ ถือเป็นแอพพลิเคชั่นเวอร์ชั่น 2 หลังจากเมื่อหลายปีก่อนได้เปิดให้บริการแอพพลิเคชั่น KTB Netbank จนถึงวันนี้ใช้งานอยู่ราว 5 ล้านราย พร้อมตั้งเป้าสิ้นปีหน้าจะมีฐานลูกค้าบน Mobile Banking ผ่านทั้ง 2 แอพพลิเคชั่นนี้ไม่น้อยกว่า 10 ล้านบัญชี 

เป้าหมาย กรุงไทย วันนี้ และอนาคต 

ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานกรรมการ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า “ธนาคารกรุงไทยมีเป้าหมายหลักในการร่วมขับเคลื่อนนโยบายของภาครัฐสู่ Thailand 4.0 เพื่อให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พร้อมมีศักยภาพในการแข่งขันทางธุรกิจในระดับโลก ซึ่งได้ขับเคลื่อนในช่วงแรกจากโครงการ National e-Payment เพื่อนำพาประเทศไทยเข้าสู่สังคมไร้เงินสด โดยธนาคารกรุงไทยเป็นธนาคารแรกที่นำร่องในเรื่องนโยบาย PromptPay จากการคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ร่วมกับกระทรวงการคลัง ผลักดันการใช้จ่ายแบบไร้เงินสดกับ QR Code Payment รวมถึงการใช้จ่ายแบบไร้เงินสดอย่างต่อเนื่องในแต่ละจังหวัด  เพื่อสานต่อพลังประชารัฐ โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชน เพื่อผลักดันโครงสร้างรากฐานของประชากรให้มีความแข็งแรง และส่งผลให้การเติบโตทางเศรษฐกิจลงลึกในทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึง ซึ่งรวมไปถึงการส่งเสริม SME และเจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่ๆ ในทุกภูมิภาคของประเทศ

ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ

ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของธนาคารกรุงไทยในฐานะธนาคารพาณิชย์ของรัฐที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ถือเป็น “จุดเปลี่ยน” ที่จะนำพาสังคมไทย ไปสู่ The NEXT Level ของการทำธุรกรรมทางการเงินที่ ธนาคารกรุงไทยจะเป็นธนาคารติดตัวคุณไปตลอด มอบความสะดวกสบายทุกที่ ทุกเวลา สรรค์สร้างสังคมดิจิทัล ให้เกิดความคล่องตัว รวดเร็ว อันจะเป็นพลังสำคัญในการยกระดับประเทศไทยให้ก้าวสู่ Thailand 4.0 ซึ่งผมมั่นใจว่าการพัฒนาโครงสร้างทางทำธุรกรรมการเงินของคนไทยในทุกภาคส่วนให้แข็งแรงขึ้น จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างแน่นอน

ไกรฤทธิ์ อุชุกานนท์ชัย

กรุงไทย NEXT

ยกระดับบริการ Invisible Banking

ไกรฤทธิ์ อุชุกานนท์ชัย รองประธานกรรมการ กล่าวว่า “จากการที่รัฐบาลได้ผลักดันแผนยุทธศาสตร์ชาติ Thailand 4.0 เพื่อนำพาประเทศเข้าสู่สังคมเศรษฐกิจดิจิทัลและรับมือกับ Global Digital Disruption ธนาคารกรุงไทยได้พัฒนา   แอพพลิเคชัน “กรุงไทย NEXT” เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวและได้กำหนดยุทธศาสตร์รองรับทั้งในฐานะธนาคารพาณิชย์ของรัฐเพียงแห่งเดียวและในฐานะกลไกหลักของรัฐบาล ซึ่งในมุมธนาคารพาณิชย์นั้นจะเน้นการพัฒนานวัตกรรมต่างๆ เพื่อตอบสนองพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปตามเทรนด์ของ Digital Disruption และนวัตกรรมนี้จะเป็นอีกหนึ่งพลังที่จะขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล โดยธนาคารกรุงไทยมุ่งมั่นทำเพื่อคนไทย และจะนำประเทศไปสู่สังคมเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างแท้จริง”

ส่วนทางด้าน ผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า “ปัจจุบันเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในการทำธุรกรรมของผู้บริโภคมากขึ้น ซึ่งการให้บริการของธนาคารในทุกวันนี้ได้พัฒนาจากยุค Internet Banking ก้าวสู่ยุค Mobile Banking จะเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทำให้ลูกค้าหันไปทำธุรกรรมผ่าน Mobile Banking มากขึ้น เพราะไลฟ์สไตล์ของคนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่กับสมาร์ทโฟน

ซึ่งข้อมูลล่าสุดจากธนาคารแห่งประเทศไทยเผยว่า ในปี พ.ศ. 2561 คนไทยทำธุรกรรมทั้งการโอนเงินและชำระเงินค่าบริการต่างๆ ผ่าน Mobile Banking เพิ่มขึ้นเป็น 37.9 ล้านบัญชีในเดือนมิถุนายน จาก 31.6 ล้านบัญชี ณ สิ้นปี 2560

ทั้งนี้แม้ว่า Mobile Banking ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตของผู้คนมากขึ้นและการใช้สมาร์ทโฟนในประเทศไทยมีอัตราเพิ่มสูงขึ้น แต่ยังมีประชากรไทยอีกจำนวนมากที่ยังไม่เข้าถึงการทำธุรกรรมผ่าน Mobile Banking โดยเฉพาะคนไทยในเขตภูมิภาคหรือในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ที่เป็นเช่นนี้เหตุผลหนึ่งคือ ไม่เข้าใจเทคโนโลยี มองว่าใช้ยาก ไม่เข้าใจวิธีการสมัคร จึงทำให้ไม่กล้าใช้งาน

และอีกเหตุผลสำคัญคือการทำธุรกรรมการจ่ายเงินบน Mobile Banking ที่มีอยู่ในปัจจุบันยังไม่ครอบคลุมในทุกช่องทาง ทั้งการชำระค่าบริการไปยังองค์กรภาครัฐ รัฐวิสาหกิจและเอกชน จึงทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ในภูมิภาคต่างๆ ยังคงใช้บริการ โอน – เติม – จ่าย ผ่านสาขาธนาคาร และตู้เอทีเอ็ม

ผยง ศรีวณิช

ธนาคารจึงมุ่งมั่นในการยกระดับความเป็นอยู่และพฤติกรรมการทำธุรกรรมของผู้บริโภคทั่วทุกภูมิภาคให้สะดวกสบาย ผลักดันนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของภาครัฐที่ต้องการวางโครงสร้างพื้นฐานอิเล็กทรอนิกส์ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ และขับเคลื่อนสังคมไทยทุกภาคส่วนสู่สังคมไร้เงินสด จึงได้ประกาศยุทธศาสตร์ดิจิทัลสู่การเป็นธนาคารแรกในประเทศไทยที่จะก้าวสู่ Invisible Banking อย่างเต็มตัว ดยวางโพสิชั่นของกรุงไทยเป็น “ธุรกรรมในอากาศ” ติดตัวและเคลื่อนที่ไปกับลูกค้าทุกที่

ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของธนาคารกรุงไทยในการมุ่งมั่นนำเสนอบริการและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของ 5 Ecosystem อันเป็นเป้าหมายหลักของธนาคาร ได้แก่
1.กลุ่มหน่วยงานภาครัฐ (Government)
2.กลุ่มการชำระเงิน (Payment)
3.กลุ่มด้านสุขภาพและการรักษาพยาบาล (Health and Medical)
4.กลุ่มมหาวิทยาลัย โรงเรียน นักศึกษาและนักเรียน (University and Education) และระบบขนส่ง (Mass Transit)”

“หนึ่งในก้าวสำคัญของการเป็น Invisible Banking คือการพลิกโฉม Mobile Banking ด้วยแอพ “กรุงไทย NEXT” พร้อมให้บริการธุรกรรมการเงินที่ครอบคลุมที่สุดในประเทศไทยให้ประชาชนในทุกพื้นที่ของประเทศสามารถ โอน – เติม – จ่าย ครอบคลุมที่สุด เชื่อมต่อในทุกๆ ด้าน ตอบโจทย์ทุกความต้องการอย่างครบวงจรภายในแอพเดียว กรุงไทย NEXT” จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการนำ Mobile Banking เจาะเข้าสู่ประชากรฐานราก ยกระดับอุตสาหกรรม Mobile Banking สู่โครงสร้างระดับมหภาคอย่างแท้จริง

กรุงไทย NEXT

ผลลัพธ์การพัฒนาด้านเทคโนโลยี  

จักรกฤษณ์ กลิ่นสมิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า “แอพพลิเคชัน “กรุงไทย NEXT” คืออีกขั้นของ Mobile Banking ซึ่งเป็นการต่อยอดจาก KTB netbank และพัฒนายกระดับสู่ แอพ “กรุงไทย NEXT”  ที่ตอบโจทย์ 3 ปัจจัยได้แก่

1. Platform ใหม่ เป็นแบบ Micro Service ส่งผลให้การทำงานของแอพรวดเร็วขึ้น ใช้งานง่ายขึ้น ไม่ซับซ้อน

2. Product มีความปลอดภัยและเสถียรมาก

3. Process ในการจ่ายค่าบริการที่ครอบคลุมที่สุด โดย กรุงไทย NEXT โฉมใหม่นี้มีศักยภาพที่ดีกว่าเดิมในทุกมิติ  เพราะมีการปรับเปลี่ยนระบบใหม่ทั้งหมด ทั้งระบบ Backend และ Frontend ให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจในการทำธุรกรรมยิ่งกว่าเคย โดยแอพ “กรุงไทย NEXT”  มีการปรับโฉม User Interface ให้เป็นสีฟ้าสวยสดใส ใช้งานง่าย ลดขั้นตอนการใช้งาน โดยดึงฟังก์ชั่นโอน เติม จ่าย มาไว้ที่หน้าแรก ให้ผู้ใช้ได้รับความสะดวก รวดเร็วยิ่งขึ้น และเป็นฟังก์ชั่นการใช้งานจริง

ข้อแตกต่างของ กรุงไทย NEXT กับแอพพลิเคชั่นเดิม

1. หน้าตาใหม่ (User-Friendly Interface) จุดสังเกตแรกของ “กรุงไทย NEXT” โฉมใหม่ ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือหน้าตาของแอพพลิเคชันที่เปลี่ยนแบบใหม่

2. Platform ใหม่ Microservice นำ Agile Methodology มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อให้เกิดความคล่องตัว

3. NEXT Speed สามารถรองรับจำนวนธุรกรรมได้มากขึ้นถึง 5 เท่า จากเดิมมีการทำธุรกรรมสูงสุดเพียง 8,000 รายการต่อวินาที ทางธนาคารได้ดำเนินการปรับปรุงให้สามารถรองรับการทำธุรกรรมได้มากกว่า 25,000 รายการต่อวินาที

4. NEXT Security ได้นำเทคโนโลยีการยืนยันตัวตนเพื่อปลดล็อกแอพพลิเคชั่น ด้วยใบหน้า (Face recognition) หรือ ลายนิ้วมือ(Fingerprint) เป็นต้น

5. NEXT Experience: Better UX & UI

6.NEXT WOW ฟังก์ชั่น โอน เติม จ่าย

เป้าหมาย Mobile Banking กรุงไทย 

  • KTB Netbank มียอดผู้ใช้งานราว 5 ล้านคน
  • กรุงไทย NEXT ตั้งเป้าสิ้นปีมีราว 3 ล้านคน
  • สิ้นปี 2561 คาดว่าจะมีKTB Netbank  และ กรุงไทย NEXT  รวมกันไม่น้อยกว่า 10 ล้านคน

ติดตามข่าวธุรกิจการและกลยุทธ์การตลาดได้ที่ นิตยสารเอสเอ็ม และ www.smmagonline.com 

Share.