AddVentures กองกำลังนวัตกรรมของ SCG

0

smmagonline-เมื่อไม่นานมานี้เครือเอสซีจี ประกาศจัดตั้งบริษัทลูกในรูปแบบ Corporate Venture Capital ที่ชื่อว่า AddVentures เพื่อเป็นกองกำลังสำคัญในการต่อยอดด้านนวัตกรรมสู่ 3 กลุ่มงานหลัก Enterprise ,Industrial และB2B ที่พร้อมเฟ้นหาสตาร์ทอัพจากทั่วเอเชียเข้าร่วม เพื่อขยายฐานลูกค้าในแถบอาเซียน แน่นอนว่า นี่ไม่ใช่การหนีตายขององค์กรใหญ่ แต่เป็นการปูพรมเพื่อสร้างความแข็งแกร่งในอีกรูปแบบหนึ่ง

AddVentures ให้พนักงานคิดแบบสตาร์ทอัพ

ยุทธนา เจียมตระการ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่-การบริหารกลาง เอสซีจี ยอมรับว่า โครงสร้าง Ecosystem เปลี่ยนไปแล้ว โลกก้าวเข้าสู่ยุคที่เทคโนโลยีมีบทบาทอย่างมากในการทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง ผู้คนมีความต้องการหลากหลายและเป็นปัจเจกมากขึ้น ซึ่งการมองหานวัตกรรมเข้ามาตอบโจทย์นั้นสำคัญมาก จะทำอย่างไรให้พนักงานคิดแบบสตาร์ทอัพ คือพัฒนาสินค้าและบริการ มุ่งไปที่ปัญหาของผู้บริโภคก่อน

ยุทธนา เจียมตระการ

การตั้งบริษัทในรูปแบบ Corporate Venture Capital หรือ CVC ภายใต้ชื่อ AddVentures ขึ้น จึงเป็นการเปลี่ยนมุมมองที่จะช่วยเสริมศักยภาพและการลงทุนในสตาร์ทอัพไทยและทั่วโลก โดยใช้เครือข่ายเอสซีจีที่มีเชื่อมโยงนวัตกรรมใหม่ เข้ามาเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของกลุ่ม

โดยกลุ่มสตาร์ทอัพมีจุดเด่นในเรื่อง Spirit ของ Entrepreneurship และการสร้าง Innovation ที่ถือเป็น Outside-in innovation จากการมองในมุมของผู้บริโภคอย่างแท้จริง เมื่อประกอบกับ Speed ในกระบวนการทำงานที่เรียกว่า Lean Startups รวมทั้งการใช้ Digital technology จึงทำให้ข้อจำกัดในการทำธุรกิจแบบเดิมๆ หายไป และทำให้ผลผลิตของสตาร์ทอัพทุกวันนี้มีพลังมหาศาลแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน

เขามองว่า ภายใน 3-5 ปี ต่อจากนี้เอสซีจียังคงโฟกัสไปที่การปรับตัว เงินทุน องค์กรใหญ่ไม่ใช่สิ่งที่ได้เปรียบอีกต่อไปแล้ว เราต้องปรับเข้าหาลูกค้าให้มากยิ่งขึ้นเพื่อให้เกิดโมเดลทางธุรกิจรูปแบบใหม่ ปรับตัวก่อนได้เปรียบกว่า เพราะถ้าเมื่อไรก็ตามที่มองเห็นปัญหา นั่นคือช้าไปแล้ว ทุกองค์กรจะอยู่รอด คือ ต้องปรับตัวให้ไกลกว่าปัญหาที่มี

You Innovate, We Scale

ดร.จาชชัว แพส ซึ่งมีประสบการณ์คร่ำหวอดในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมมานับ 10 ปี และมีความชำนาญในหลากหลายแวดวงธุรกิจ ขึ้นดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ AddVentures ด้วยวิสัยทัศน์ “You Innovate, We Scale” เขาเล่าว่า AddVentures ไม่ได้สนับสนุนแค่ด้านการเงินให้แก่สตาร์ทอัพ แต่จะสนับสนุนทั้งองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญในแวดวงต่างๆ เครือข่ายลูกค้าของเอสซีจีที่มีอยู่ทั่วอาเซียน ตลอดจนทรัพยากรอื่นๆ ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยให้สตาร์ทอัพเหล่านั้นเติบโตได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืน ผ่านการทำงานร่วมกันกับสตาร์ทอัพอย่างใกล้ชิด

ดร.จาชชัว แพส

สำหรับการลงทุนในช่วง 3-5 ปีแรก วางงบประมาณในการลงทุนเฉลี่ยครั้งละ 1-5 ล้านเหรียญสหรัฐ แบ่งการลงทุนออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.การลงทุนใน Digital Technology ในกลุ่มที่เป็น Global Technology Hub อย่างเช่น Silicon Valley ประเทศสหรัฐอเมริกา, Tel Aviv ประเทศอิสราเอล และ Shenzhen ประเทศจีน โดยจะร่วมมือกับ Venture Capital ชั้นนำในประเทศเหล่านั้นเพื่อนำเทคโนโลยีมาใช้ขยายผลกับเอสซีจี หรือทำการเปิดตลาดในประเทศไทยและอาเซียน

2.การลงทุนใน Digital Business Model ในไทยและอาเซียนซึ่งเป็นประเทศที่เอสซีจีมีฐานธุรกิจ โดยจะทำการลงทุนผ่านกองทุน Venture Capital และการลงทุนแบบ Direct Investment ในสตาร์ทอัพที่พัฒนานวัตกรรมสอดคล้องกับทิศทางเทคโนโลยีเป้าหมายของ AddVentures

เทคโนโลยีเป้าหมาย

AddVentures สนใจลงทุนใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.Enterprise 2.Industrial และ 3.B2B แต่ละกลุ่มหลักยังมีกลุ่มย่อยๆ เช่น Logistics & Supply Chain Tech, Smart Packaging Tech, Chemicals Tech, Construction Tech, Industrial & Manufacturing Tech, Industrial & Construction Product Marketplace เป็นต้น

โดยทั้งหมดนี้จะเป็นเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจหลัก 3 กลุ่มของเอสซีจี ได้แก่ 1.ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง 2.ธุรกิจเคมิคอลส์ และ 3.ธุรกิจแพคเกจจิ้ง

ขณะที่รูปแบบการลงทุนเปิดกว้าง ทั้งความร่วมมือเชิงพาณิชย์ (Commercial Deal) ทั่วไป ,การอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา (Licensing) ,การร่วมทุน (Joint Venture) ไปจนถึงการเข้าซื้อกิจการในสตาร์ทอัพ

ติดตามอ่านข่าวธุรกิจและกลยุทธ์การตลาดได้ที่ https://www.smmagonline.com

Share.