5 แนวทางเปลี่ยนอย่างไรให้รอดดิสรัปท์ 

0

smmagonline-ในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 หรือ Industry 4.0 ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าโลกเรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นทางการทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงตามเทคโนโลยีสมัยใหม่ ดังนั้น การดำเนินธุรกิจหากไม่ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัยย่อมส่งผลเสียต่อองค์กรและผลประกอบการทั้งปัจจุบันและอนาคต เพราะโลกยุคนี้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เมื่อผู้บริโภคเปลี่ยนการตลาดต่างๆ ก็เปลี่ยนแปลงตาม เรียกได้ว่าเป็นยุคที่ลูกค้าหรือผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง การคิดกลยุทธ์จึงต้องอาศัยการนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดถึงจะสามารถแจ้งเกิดและเติบโตได้

จากงานสัมมนา ไม่เปลี่ยน ไม่รอด เปลี่ยนธุรกิจในยุคดิจิทัล ต้อง Digital Transformation โดย ธนพงศ์พรรณ ธัญญรัตตกุล กูรูด้าน Digital Transformation ซึ่งมีประสบการณ์เป็นที่ปรึกษาให้แก่องค์กรธุรกิจต่างๆ มากกว่า 100 องค์กร และผู้เขียนหนังสือ เปลี่ยนธุรกิจในยุคดิจิทัล Step by Step Digital Transformation In Action กล่าวถึงความสำคัญของการ Transformation ธุรกิจให้เป็น Digital ว่า

“แม้ว่าประเทศไทยจะมีสถิติการใช้โซเชียลมีเดียอยู่อันดับต้นๆ ของโลกแต่เมื่อเข้าไปดูในระดับลึกพบว่าคนไทยไม่ได้ใช้โซเชียลในการทำธุรกิจ การ Transform ธุรกิจสู่ Digital นั้น แท้จริงแล้ว คือ การนำธุรกิจในรูปแบบเดิมหรือ Traditional มาใส่เทคโนโลยีเข้าไปเป็นส่วนประกอบเพื่อการได้เปรียบในการส่งมอบสินค้าหรือบริการ และทำในสิ่งที่ Digital Disrupt ได้ยาก”

สิ่งสำคัญก่อนที่เราจะ Transform ธุรกิจสู่ Digital คือ เราต้องรู้ก่อนว่าปัจจุบันมีดิจิทัลเทคโนโลยีอะไรบ้าง และเทคโนโลยีอะไรที่เหมาะสมกับธุรกิจของเราแล้วจึงหยิบตัวนั้นมาปรับใช้เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน โดยเราต้องรู้ด้วยว่าพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปในทางทิศทางไหน แต่ที่สำคัญที่สุด คือ การเปลี่ยนทัศนคติ วัฒนธรรมการทำงานของผู้บริหารและพนักงานให้รู้เท่าทันสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

ถ้าธุรกิจกำลังจะถูก Disrupt จะรับมืออย่างไร?

5 คำตอบนี้ช่วยให้ธุรกิจรอดได้ คือ

  1. ซื้อกิจการที่จะเข้ามา Disrupt เราถ้าเรามีกำลังพอ เพื่อไม่ให้มีปัญหากับธุรกิจเราภายหลัง
  2. จับมือธุรกิจที่จะ Disrupt เราให้เป็นพาร์ทเนอร์ธุรกิจกัน เพื่อขยายฐานลูกค้าหรือเพื่อให้ธุรกิจเติบโต
  3. เปิดธุรกิจใหม่เข้าร่วมแข่งขัน เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ผู้บริโภค
  4. รักษาฐานลูกค้าให้เหนียวแน่น ด้วยการปฎิสัมพันธ์กับลูกค้าและสร้างให้เขามีความศรัทธาในธุรกิจ นับเป็นกลยุทธ์แห่งความยั่งยืนโดยเฉพาะในยุคที่ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น การเป็นแบรนด์ที่ใกล้ชิดและแข่งขันด้านคุณภาพการให้บริการจึงเป็นสิ่งสำคัญ องค์กรขนาดใหญ่จึงให้ความสำคัญกับการทำระบบการบริหารฐานข้อมูล หรือ Big Data หลายธุรกิจในปัจจุบันทำให้ Big Data กลายเป็นสินทรัพย์ที่สร้างมูลค่าอย่างมหาศาลต่อธุรกิจ เช่น ธุรกิจสายการบินหรือธุรกิจบริการที่มีข้อมูลลูกค้าเป็นจำนวนมากได้มีการเสนอบริการต่างๆ ซึ่งตอบโจทย์และเป็นที่น่าสนใจให้กับลูกค้า และ
  5. ขายกิจการ กรณีที่เห็นแล้วว่าไม่มีกำลังมากพอในการจะปรับตัว เพื่อแปลงสินทรัพย์เป็นทุนสำหรับไปประกอบธุรกิจอื่นต่อได้

ธนพงศ์พรรณ ได้ให้ทิศทางของการทำธุรกิจในปี 2562 ว่า

“ธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีผลประกอบการมากๆ จะโดน Disrupt โดยธุรกิจที่ไม่ใช่คู่แข่ง แต่เป็นธุรกิจอื่นๆ ที่เข้ามาเป็นคู่แข่งทางอ้อม ทำให้คู่แข่งที่แท้จริงกลับกลายมาเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจซึ่งสวนทางกับการทำธุรกิจแบบสมัยก่อน การทำ Digital Transformation ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยีแต่เป็นการเรียนรู้และมองเทรนแห่งอนาคตเพื่อคาดการณ์สิ่งที่จะต้องเผชิญ เพื่อให้เรามีความพร้อมและรู้ว่าจะต้องปรับตัวอย่างไรให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงนี้ ซึ่งหากเราทำได้เราจะสามารถดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัลได้อย่างมีความสุข”

การทำ Digital Transformation นับเป็นเครื่องมือสำคัญในยุค 2018 และ 2019 หากรู้ก่อนที่ธุรกิจจะถูก Disrupt และหาวิธีรับมือ จากธุรกิจรายเล็กๆ ก็อาจเป็นยักษ์ใหญ่ได้ง่ายๆ   

 

มีสาระอะไรในหนังสือ “เปลี่ยนธุรกิจในยุคดิจิทัล Step by Step Digital Transformation In Action”

  • ทำให้เข้าใจการแข่งขันในแต่ละอุตสาหกรรมที่ไม่เหมือนเดิม
  • ได้รู้ว่าเทคโนโลยีดิจิทัลคืออะไร
  • รู้ว่าเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทและเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันอันส่งผลกระทบต่อธุรกิจ
  • ให้ผู้ประกอบการธุรกิจตระหนักว่า จะถูกเทคโนโลยีบังคับให้เปลี่ยนแปลงหรือจะเป็นผู้ก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างโอกาสครั้งใหม่ในยุคดิจิทัล

 

Share.