แสนสิริ ยึดโมเดล Agile สร้างแรงจูงใจ คนทำงานยุคมิลเลนเนียล

0

smmagonline – แสนสิริมีพนักงานกว่า 4,000 คน โดย 70% เป็นคนรุ่นใหม่ยุคมิลเลนเนียล ที่แสวงหาความท้าทาย มองหาพื้นที่แสดงฝีมือ และต้องการเห็นผลลัพธ์ของการทำงาน และความสำเร็จอย่างรวดเร็ว ฉะนั้นรูปแบบการทำงานในระบบแบบเดิมๆ อาจไม่ใช่แนวทางสำเร็จรูปที่จะนำมาใช้กับกลุ่มคนรุ่นใหม่นี้ได้ และนี้คือหนึ่งในหลายๆ เหตุผลสำคัญที่ แสนสิริ ตัดสินใจนำแนวคิด Agile (เอจายล์) มาใช้เพื่อพัฒนาทีมงานคนรุ่นใหม่ และพัฒนาธุรกิจให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของตลาดในยุคที่ต้องควบคุมต้นทุน ไปพร้อมกับสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

คนยุคมิลเลนเนียล

กำลังสำคัญของธุรกิจ

พนักงานกว่าครึ่งของแสนสิริคือคนรุ่นยุคมิลเลนเนียล และเจนวาย และต่อไปจะมากขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับเมื่อปลายปีที่แล้ว แสนสิริ ได้ขยายการลงทุนไปใน 6 บริษัทแบรนด์ดังในระดับโลก

ดังนั้น เพื่อให้การทำงานสอดรับกับการเปลี่ยนแปลง ปิยะวดี วรรธนาคม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์และบริหารสำนักงาน บริษัทแสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าว ทางบริษัทจึงได้ทำงานร่วมกับ เดอะ บอสตัน คอนซัลติ้ง กรุ๊ป (The Boston Consulting Group) นำ Agile แนวคิดการทำงานที่บริษัทใหญ่ระดับโลกอย่าง Microsoft, Google, BMW
ฯลฯ มาปรับใช้ในองค์กรแสนสิริปีนี้”

ปิยะวดี วรรธนาคม

Agile จะเข้ามาตอบโจทย์คนทำงานยุคใหม่ได้อย่างไร

“ปิยะวดี” เผยแก่นของ Agile ว่าคือ การร่วมทำงานแบบกลายแผนกข้ามสายงาน (Cross-Functional) ที่จะช่วยยกระดับการทำงาน ระดับความคิดของทุกฝ่าย ลดขั้นตอนการทำงานที่ยุ่งยาก เพิ่มอิสระในการทำงานโดยทุกคนไม่กลัวที่จะทำ ไม่กลัวผิดพลาด พร้อมแก้ไขซึ่งโมเดลการทำงานแบบนี้จะช่วยพัฒนาศักยภาพของคนในองค์กร และตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทันสถานการณ์”

ซึ่งการทำงานแบบ Agile จะตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ได้อย่างชัดเจน เพราะทำให้เขาได้แสดงศักยภาพของตัวอย่างออกมาได้อย่างชัดเจน วัดผลได้

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อก่อนเวลาทำงานจะทำเป็นทีมในแผนก คือ ฝ่ายการตลาดช่วยกันคิด ผลงานเป็นของทีมงานไม่ใช่เฉพาะบุคคล แต่สำหรับ Agileหนึ่งในโปรเจกต์ จะประกอบด้วยคนในแต่ละฝ่ายมารวมกัน เช่น พัฒนาโครงการ, พัฒนาผลิตภัณฑ์, การตลาด ฯลฯ โดยแต่ละฝ่ายจะมีแค่ 1 คนเท่านั้นทำให้แต่ละคนสามารถแสดงฝีมือออกมาได้อย่างชัดเจน ในมุมขององค์กรก็จะเห็นศักยภาพของแต่ละคนได้อย่างครบถ้วน และสามารถช่วยเติมเต็มพัฒนาบุคลากรแต่ละคนได้อย่างเหมาะสม

“ถึงแม้เราจะไม่รู้ว่า การทำงานแบบ Agile จะทำให้คนทำงานรุ่นใหม่อยู่กับองค์กรแสนสิริไปตลอด หรือนานแค่ไหน แต่ที่แน่ๆ คือ วิธีการทำงานแบบใหม่นี้ทำให้คนรุ่นใหม่สนใจที่จะทำงานกับแสนสิริ เพราะเขาจะมั่นใจว่ามีพื้นที่ให้ได้แสดงศักยภาพของตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่ และชัดเจน”

ปูพรมเฟ้นหาเด็กจบใหม่
พัฒนาองค์กรระยะยาว

นอกจากนำแนวคิด Agile มาใช้สร้างระบบการท􀄘ำงานหลังบ้าน ล่าสุด แสนสิริ มองไกลถึงการสร้างทรัพยากรบุคคลในระยะยาว โดยเดินหน้าพัฒนาศักยภาพนักศึกษาฝึกงานภายใต้แนวคิด “AgileTransformation : New Way of Working” ผ่านโครงการ
“SANSIRI INTERNSHIP 2018” โดยนักศึกษาจะได้ประสบการณ์การทำงานแบบ Agile Way of Workingซึ่งจะได้เรียนรู้งานจากหลายแบบข้ามสายงาน และสัมผัสถึงกระบวนการทำงานแบบครบขั้นตอนทั้งหมดทุกด้านไม่ใช่เพียงเฉพาะสาขาวิชาที่ตัวเองเรียนมาเท่านั้น

ปิยะวดี เผยว่า น้องๆ นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการนี้จะมีพี่เลี้ยงซึ่งเป็นพนักงานแสนสิริทีผ่านหลักสูตรCoaching and Mentoring Program คอยให้คำแนะนำด้านการทำงานแบบ 1:3 (โค้ช 1 คนจะดูแลน้อง 3 คนเท่านั้นเพื่อประสบการณ์ที่ทั่วถึง)

“การฝึกงานในระบบของ Agile ไม่ใช่แค่การฝึกทักษะความรู้ทางด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น แต่น้องจะได้รับความรู้ในด้านอื่นๆ แบบ 360 องศา เช่น น้องอาจเรียนมาทางด้านการออกแบบ แต่พอมาฝึกงานจะได้รับรู้ถึงการทำงานในแบบของมาร์เก็ตติ้ง, พัฒนาโครงการ ฯลฯ”

น้องคนไหน ฉายแวว ก็มีโอกาสเข้ามาร่วมเป็นหนึ่งในทีมงานแสนสิริ “ปิยะวดี” เล่าย้อนแนวคิดที่ทำโครงการ SANSIRI INTERNSHIP 2018 นี้ว่า ตอนแรกคิดว่า ต้องการสร้างน้องๆ นักศึกษาให้มีความพร้อมเข้าสู่ตลาดงาน คือไม่ได้มีความรู้ในเชิงของทฤษฎีเท่านั้น แต่สามารถปรับตัวเข้าสู่กระบวนการทำงานได้จริง แต่มาในช่วงหลังๆ ก็มีการเริ่มมองว่า ถ้าน้องๆ ที่เข้ามาฝึกงานกับเรา แล้วทำได้ดี มีศักยภาพ แสนสิริก็อยากดึงตัวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในองค์กรเรา

“เมื่อก่อนต้องยอมรับว่าองค์กรทั่วไป หรือแม้แสนสิริเอง ก็อยากเปิดรับคนที่มีประสบการณ์ พร้อมเข้ามาทำงานได้เลย ไม่อยากรับเด็กใหม่ๆ เพราะเด็กกลุ่มนี้แสวงหาความท้าทายไปเรื่อยๆ ทำงานได้ไม่นานก็เปลี่ยน แต่ในช่วงหลังๆ ต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ คือต้องยอมรับว่าเด็กรุ่นใหม่ต้องการความก้าวหน้าที่รวดเร็วเราไม่สามารถเปลี่ยนได้ ซึ่งถ้าเราเปิดรับเด็กรุ่นใหม่ๆ และทำให้เขาเก่ง แม้เขาจะอยู่กับองค์กรไม่นาน แต่ในช่วงเวลาที่เขาอยู่ องค์กรจะได้สิ่งใหม่ๆได้พัฒนาขึ้นมากมาย ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว”

ที่ผ่านมา เด็กนักศึกษาที่เข้ามาฝีกงาน และได้ทำงานต่อกับองค์กรมีอยู่ราว 6 -7 คน ซึ่งเราคาดว่าในอนาคตจะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ การรับเด็กเข้ามาไม่ได้หมายความว่าเรามีตำแหน่งว่างงานเสมอไปแต่เป็นเรื่องของการเก็บสต็อกคนที่ฉายแวว แล้วเรา
มาสอน มาให้ความรู้เพิ่มเติม เพื่อที่ในอนาคตเขาจะได้โตไปพร้อมๆ กับแสนสิริ

หากถามว่า คนแบบไหนที่ แสนสิริต้องการคำตอบคือ คนที่เก่งรอบด้านไม่ใช่ด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้นเพราะในการทำงานจริง ต้องมีการประสานงาน มีการนำเสนอ คือ ทุกอย่างต้องมาคู่กันหมด ยุคนี้ไม่มีใครที่จะประสบความสำเร็จได้จากเก่งเพียงด้านเดียว

Agile หนึ่งเส้นทางลัด สร้างให้เป็น
องค์กรที่น่าทำงานแห่งยุค

ถึงแสนสิริจะติดอันดับ องค์กรที่คนอยากเข้าทำงานแต่ก็หนีไม่พ้นปัญหาขาดคนเช่นเดียวกับบริษัทอื่นๆ“ปิยะวดี” เปิดใจยอมรับ อัตราการลาออกอยู่ที่ราว 8% เนื่องจากตลาดงานของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่ต้องการคนที่อยู่ในสายงานเดียวกัน ทำให้เกิดการดึงตัว ทว่าอัตรา 8% ก็ไม่ถือว่ามากนัก เมื่อเทียบกับภาพรวมของอุสาหกรรมที่มีอยู่เฉลี่ย 5-25% ซึ่งต่างกันไปตามโครง สร้าง รูปแบบงาน และบริบทของบริษัทแต่ละแห่ง

ฉะนั้น การนำระบบการทำงานแบบ Agile เข้ามาจะช่วยให้การทำงานในองค์กรเกิดความคล่องตัวขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานที่ตอบโจทย์ทั้งพนักงานและองค์กรแสนสิริในปัจจุบัน รวมถึงโครงการนักศึกษาฝึกงานอย่าง SANSIRI INTERNSHIP 2018 นี้จะเป็นหนึ่งส่วนสำคัญที่จะช่วยดึงดูดให้นักศึกษา บุคลากรผู้มีความสามารถ สนใจและอยากเข้ามาร่วมงานกับแสนสิริในอนาคต เพราะมีรูปแบบการทำงานที่ชัดเจนตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่อย่างตรงจุดนั้นเอง ซึ่งจะสอดรับกับเป้าหมายของแสนสิริที่ว่าไว้ว่า ภายใน 3 ปี จะเป็น “Dream Place to Work” หรือองค์กรที่น่าทำงานที่สุดแห่งยุค

ติดตามข่าวธุรกิจการและกลยุทธ์การตลาดได้ที่ นิตยสารเอสเอ็ม และ www.smmagonline.com 

Share.