คีย์เวิร์ดและสาระสำคัญจาก 11.11 Global Shopping Festival 2018 ของอาลีบาบา กรุ๊ป

0

smmagonline- อาลีบาบา กรุ๊ป นำโดย แดเนียล จาง ซีอีโอคนล่าสุด เป็นเจ้าภาพร่วมกับนักวิชาการ นักธุรกิจ และผู้นำความคิดด้านอุตสาหกรรม หยิบอีเวนท์ใหญ่วันคนโสด หรือ เทศกาลช้อปปิ้งระดับโลก (11.11 Global Shopping Festival) เป็นประเด็นหลักถกหาแนวคิดต่อยอดสู่การพัฒนาประเทศจีนร่วมสมัย ณ มหาวิทยาลัยชิงหวา (Tsinghua University)  กรุงปักกิ่ง

หัวข้อหลักจากเทศกาลช้อปปิ้งระดับโลก (11.11 Global Shopping Festival) ที่อาลีบาบาหยิบวันคนโสดมาริเริ่มทำเป็นมหกรรมช้อปปิ้งออนไลน์เมื่อ 10 ปีที่แล้ว เพื่อหาคีย์เวิร์ดและสารที่สำคัญจากเทศกาลช้อปปิ้งระดับโลกของจีน 2018 ปีที่ดำเนินงานครบ 10 เพื่อถอดบทเรียนสู่การพัฒนาเศรษฐกิจในยุคต่อไป

แดเนียล จาง (Daniel Zhang) ซีอีโอ ของอาลีบาบา กรุ๊ป

แดเนียล จาง (Daniel Zhang) ซีอีโอ ของอาลีบาบา กรุ๊ป กล่าวถึงงานในปีนี้ ซึ่งเป็นวันครบรอบ 10 ปีของเทศกาลดังกล่าวว่า นอกเหนือจากการทำสถิติยอดขาย (เป็นจำนวนเงิน 213.5 พันล้านหยวนหรือ 30.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ) แล้ว เทศกาลช้อปปิ้งในวันคนโสด ถือว่ามีบทบาทและเป็นผู้เล่นสำคัญในกิจการและหน่วยธุรกิจของอาลีบาบา ซึ่งมีจำนวนรวมถึง 29 ส่วนงานเรียกได้ว่าเกือบทั้งหมดในระบบนิเวศของอาลีบาบาที่มีอยู่ และมีแบรนด์ต่างๆ กว่า 180,000 แบรนด์ รวมถึงมียอดจองสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา ประมาณ 1.04 พันล้าน ผ่านเครือข่ายโลจิสติกส์ไช่เหนี่ยว (Cainiao) ที่ยังคงมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง

เหอหม่าซูเปอร์มาร์เก็ต

ผลสรุปของงานในปีนี้ จึงหมายรวมถึงการเจริญเติบโตทุกด้านที่ไม่ใช่แค่ยอดขายสินค้าแต่เพียงอย่างเดียว นั่นแสดงให้เห็นว่าตลาดยังมีความต้องการของผู้บริโภค และผ่านทางรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ ตัวอย่างเช่น ซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหม่ของอาลีบาบาที่เปิดตัวในปีนี้ คือ เหอหม่าซูเปอร์มาร์เก็ต (Hema แปลว่า ฮิปโป) ปัจจุบันเพิ่มชื่อเรียกว่า “Fresh Hippo” สำหรับชาวต่างชาติเพื่อให้แบรนด์เป็นที่รู้จักง่ายขึ้น โดยเลือกคำว่าเฟรชมาใช้เพื่อสื่อถึงจุดขายของสินค้าที่เน้นความสด

โดยอาลีบาบาวางบทบาทให้ เหอหม่า รองรับประโยชน์จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคที่ต้องการอาหารสด โดยให้บริการจัดส่งภายใน 30 นาที ซึ่งถูกคิดค้นขึ้นภายใต้กลยุทธ์ New Retail หรือค้าปลีกในรูปแบบซูเปอร์มาร์เก็ตแนวใหม่ ที่ผสมผสานประสบการณ์การช้อปทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน และเพิ่มบทบาทของพื้นที่สต็อกสินค้าหรือเป็นคลังสินค้าในตัวเองเพื่อไว้รองรับบริการสำหรับลูกค้าออนไลน์ไว้ในซูเปอร์มาร์เก็ต

Bai Chongen ศาสตราจารย์เศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยชิงหวา  ชี้ว่า แนวโน้มที่จะมีขึ้นต่อไปจะเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเทศกาลช้อปปิ้งระดับโลก คือการบริโภคที่เติบโตอย่างรวดเร็วในจีนที่เป็นผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศนั้นมีประสิทธิภาพดีกว่าเศรษฐกิจโดยรวมเสียอีก เพราะอีคอมเมิร์ซอยู่ในจุดที่ได้รับประโยชน์จากเทรนด์ดังกล่าว เนื่องจากสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์จากทั่วโลกซึ่งช่องทางการขายปลีกโดยทั่วไปไม่สามารถทำได้

Livestream: ชั้นวางของเสมือนจริงแบบใหม่ในประเทศจีน

หนึ่งในข้อความสำคัญจากฟอรัมคือ วันคนโสด ซึ่งปัจจุบันอาลีบาบา พยายามใช้คำเรียกวันนี้ใหม่เป็น ดับเบิ้ลอีเลฟเว่น 11.11 และกำหนดให้เป็นที่รู้จักในฐานะมหกรรมช้อปปิ้งออนไลน์ระดับโลก รวมทั้งเปลี่ยนบทบาททำให้วันที่่ 11.11 มีความหมายมากกว่าการขายสินค้าเพียงอย่างเดียว เพราะการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคถือเป็นสิ่งสำคัญของเทศกาลนี้ โดยเฉพาะการมี Livestreaming ที่กลายเป็นสื่อเชิงโต้ตอบ เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในประเทศจีน ซึ่งกลายเป็นปรากฏการณ์ของ Alibaba Group ไปแล้ว

Daniel Zhang เรียก Livestreaming ว่า “ชั้นวางของเสมือนจริงแบบใหม่” โดยเขาอธิบายว่า

“ผู้บริโภคชาวจีนชอบที่จะถามอินฟลูเอนเซอร์เกี่ยวกับคุณลักษณะของผลิตภัณฑ์ระหว่างช่วงสตรีมมิ่ง แทนที่จะอ่านข้อมูลผลิตภัณฑ์จากเว็บไซต์เหมือนก่อน”  

อีกทั้งแบรนด์ต่างประเทศได้ใช้ประโยชน์จากการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภคชาวจีนอย่างจริงจัง อาทิ Taobao livestream host Weiya ได้แบ่งปันประสบการณ์ของเธอในการทำงานร่วมกับแบรนด์ต่างๆ กว่า 300 แบรนด์ เช่น P & G, Unilever และ Estee Lauder จนสามารถสร้างรายได้ 330 ล้านหยวนจากการจัดงานสตรีมมิ่งในช่วง 11.11 ปีนี้ ซึ่งผู้บริหารระดับสูงต่างเห็นตรงกันว่าการ Localization นั้นเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จระยะยาวของ บริษัท ต่างชาติที่ดำเนินธุรกิจในประเทศจีน

แมทธิว ไพร์ซ (Matthew Price) ประธานฝ่ายขายและการดำเนินงานของจีนที่ P & G ได้แบ่งปันกลยุทธ์ของ บริษัท ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เฉพาะสำหรับตลาดในประเทศจีน นอกจากนี้ยังมีการลงทุนอย่างมากในด้านการวิเคราะห์เพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผู้บริโภคชาวจีน การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ช่วยให้ P & G สามารถทำยอดขายได้สูงสุด 1 พันล้านหยวนในแพลตฟอร์มของอาลีบาบาในเวลาเพียง 7 นาที เมื่อเปรียบเทียบจากปีก่อนที่ใช้เวลาถึง19 ชั่วโมง

แมทธิว ไพร์ซ  กล่าวว่า การร่วมมือกับอาลีบาบาได้กระตุ้นให้เกิดการทบทวนการดำเนินงานของ P&G ในประเทศจีนอย่างเต็มรูปแบบ และที่สำคัญไม่น้อยกว่ากันคือ ต้องเพิ่มขีดความสามารถทางด้านดิจิทัล เพราะก่อนหน้าจะทำงานร่วมกับอาลีบาบา P&G คิดว่าอีคอมเมิร์ซ มีบทบาทเป็นแค่ช่องทางสำหรับขายผลิตภัณฑ์แทนที่จะเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ออนไลน์ – ออฟไลน์เพื่อเข้าถึงผู้บริโภค

เนื้อหาที่แตกต่างบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของจีน

แดเนียล จาง กล่าวถึงอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของคอนเท้นต์ สำหรับการตัดสินใจซื้อของในประเทศจีน และเรียกร้องให้มีเนื้อหาที่สร้างสรรค์มากขึ้นในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของจีน

ยกตัวอย่างเช่น Little Red Book หรือ Xiaohongshu คือ แอป แนะนำการช๊อปปิ้งของสาวจีนรุ่นใหม่ได้เข้ามาค้นหาและเข้ามารีวิวสินค้าแฟชั่นและผลิตภัณฑ์เพื่อความสวยงาม ซึ่งก่อตั้งในปี 2013 นั้น แม้ว่าอาลีบาบามีสัดส่วนการถือหุ้นค่อนข้างน้อย แต่มันกลายเป็นคอมมูนิตี้ ของคนจีนยุค Gen Y ที่ตามหาสินค้าที่มีคุณภาพดีและใช้ได้ผลลัพธ์จริง และมีการเติบโตของผู้ใช้อย่างก้าวกระโดดด้วยเนื้อหาที่เป็นเอกลักษณ์ และ แพลตฟอร์มดังกล่าวมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 300% ต่อปี

โจ ไช่ (Joe Tsai) รองประธานอาวุโสของอาลีบาบา

โจ ไช่ (Joe Tsai) รองประธานอาวุโสของอาลีบาบา กล่าวถึงตัวเลขที่มาจาก กลยุทธ์การค้าปลีกใหม่ของอาลีบาบาและการลงทุนในกลุ่มนี้เพื่อการเติบโตในอนาคต ว่า

“เราทำผลประกอบที่ยอดเยี่ยมในปี 2018 รายได้โดยรวมโตขึ้น 58% และยอดขายผลิตภัณท์โดยรวมของ Taobao และ Tmall มีอัตราการเจริญเติบโตเพิ่มจาก 22% ในปีก่อน เป็น 28% ในปีนี้

“ความสำเร็จนี้ส่วนหนึ่งมาจากเทคโนโลยีที่เป็นกรรมสิทธิ์และการดำเนินงานของบริษัท ทำให้คู่ค้ารายย่อยของเราสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคเหล่านี้ได้มากขึ้น รวมถึงการเพิ่มยอดขายและประสิทธิภาพในการดำเนินงาน นอกจากนี้ยังมีสินทรัพย์ที่สำคัญในด้านความบันเทิงและบริการในท้องถิ่นที่สามารถใช้ประโยชน์ได้จริงจากฐานผู้ใช้กว่า 550 ล้านคนต่อปีในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่าแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของอาลีบาบากำลังเป็นศูนย์กลางการค้าปลีกชั้นนำของประเทศจีนในปัจจุบัน”

อ้างอิง

(1) , (2)

 

Share.