หัวเว่ย ยืมมือ เต๋อ นวพล สร้างความรู้สึกต่อแบรนด์หวังก้าวข้ามเพอร์เซ็ปต์ชั่นเรื่องสเปค

0

smmagonline- ทำไมหัวเว่ย เลือกทำโฆษณาแบรนด์ด้วยหนังสั้น แล้วทำไมต้องใช้ผู้กำกับท็อปลิสต์ อย่าง เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ คำตอบเดียวคืออยากสร้างความรู้สึกของผู้ผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ มากกว่าแค่การยอมรับเรื่องของสเปคสินค้า ซึ่งหัวเว่ยเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคยอมรับได้แล้ว ที่เหลือก็มีแค่ว่า ทำอย่างไรให้ผู้บริโภคมั่นใจเลือกใช้มือถือหัวเว่ยและเชื่อว่าเป็นแบรนด์ของสมาร์ทโฟนที่ดีทั้งเรื่องสเปคและความรู้สึก

ไอเดียการสื่อสารการตลาดของหัวเว่ยจากหนังสั้น “Souvenir” ต้องการใกล้ผู้บริโภคมากกว่าเดิม

Content Marketing ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์เกมการตลาดที่เป็นที่นิยมในยุคโซเชียลมีเดียนี้ โดยในบรรดาเครื่องมือ Content Marketing ทั้งหมด “Branded Short Film” หรือ “หนังโฆษณาสั้น” กลายเป็นยานพาหนะนำพา “สาร” ที่แบรนด์ต้องการจะสื่อไปยังผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพที่หลายแบรนด์ในโลกการตลาดหยิบมาใช้

เช่นเดียวกับ ‘หัวเว่ย’ ที่ดึงตัวผู้กำกับสุดอาร์ตชื่อดังที่สร้างผลงานหนังโฆษณาสั้นที่กวาดรางวัลมามากมายอย่าง เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ มาร่วมเล่าเรื่องราวในแบบฉบับของผู้กำกับช่างคิดคนนี้ผ่านหนังสั้นที่ถ่ายทำโดยสมาร์ทโฟน HUAWEI Mate 20 Series ทั้งเรื่อง

ทำไมหัวเว่ยจึงเลือกเล่าเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ผ่านหนังสั้น และทำไมถึงต้องเป็นเต๋อ-นวพล?

ชาญวิทย์ เขียวนาวาวงศ์ษา

ชาญวิทย์ เขียวนาวาวงศ์ษา ปร ะธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ประเทศไทย และ เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ร่วมกันเล่าถึงไอเดียและแนวคิดเบื้องหลังโปรเจคท์พิเศษ HUAWEI Mate 20 Series x เต๋อ-นวพล ในหนังสั้นชื่อเรื่องว่า “Souvenir” ดังนี้

Emotional Connection คือพลังของหนังสั้นที่เหนือกว่าเครื่องมือสื่อสารการตลาดรูปแบบอื่น

ชาญวิทย์ เขียวนาวาวงศ์ษา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ประเทศไทย เริ่มเล่าถึงเหตุผลที่เลือกใช้หนังสั้นเป็นเครื่องมือสื่อสารการตลาดว่า

“สิ่งที่ทำให้หนังสั้นเป็นสื่อที่ทรงพลังนั่นก็คือความสามารถในการสร้าง Emotional Connection ระหว่างแบรนด์กับผู้ชมหรือผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นเครื่องมือสื่อสารที่ได้รับการสร้างสรรค์เรื่องราวที่สามารถเชื่อมโยงเข้ากับประสบการณ์ที่แท้จริงของผู้ชม (Authentic human experience) และผสมผสานเข้ากับฟีเจอร์ของผลิตภัณฑ์ได้อย่างกลมกล่อม หนังสั้นนี้จึงช่วยทำให้ผู้บริโภคสามารถเสพและเข้าใจสิ่งที่แบรนด์ต้องการจะนำเสนอได้ง่ายยิ่งขึ้นซึ่งจะช่วยให้ผู้บริโภคจดจำและนึกถึงผลิตภัณฑ์ได้ หัวเว่ยจึงจับมือกับ J. Walter Thompson Bangkok Group ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านงานสร้างสรรค์ของเรา และเลือกที่จะใช้หนังสั้นเป็นเครื่องมือในการสื่อสารการตลาดในแคมเปญนี้”

ถ้าพูดถึงชื่อแบรนด์สมาร์ทโฟนหัวเว่ยแล้ว ผู้บริโภคหลายคนจะต้องนึกถึงกล้องที่พัฒนาร่วมกับ Leica ที่ถ่ายภาพได้อย่างยอดเยี่ยมเป็นอย่างแรก ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคเลือกซื้อสมาร์ทโฟนหัวเว่ย นี่จึงเป็นโจทย์ที่หัวเว่ยกำลังมองหาคนมาถ่ายทอดฟีเจอร์เด็ดนี้ไปสู่ผู้บริโภค

“พระเอกของแคมเปญนี้คือ HUAWEI Mate 20 Series ซึ่งมีความโดดเด่นในเรื่องของกล้องนอกจากถ่ายภาพนิ่งได้ดีเยี่ยมแล้ว การบันทึกภาพวิดีโอก็ดีเยี่ยมไม่แพ้กัน โจทย์ของหัวเว่ยสำหรับแคมเปญนี้ก็คือ มองหาผู้ที่สามารถถ่ายทอดฟีเจอร์กล้องของ HUAWEI Mate 20 Series ในแบบที่ผู้บริโภคสามารถเห็นได้จริงและไม่เป็นการโฆษณาที่ยัดเยียดมากเกินไป และที่สำคัญคือต้องมีมุมมองการเล่าเรื่องที่น่าสนใจและมีเอกลักษณ์ โจทย์นี้ทำให้เรานึกถึงเต๋อ-นวพลคนแรก” ชาญวิทย์กล่าวเพิ่มเติม

ส่วนเหตผลที่ต้องเป็นเต๋อ-นวพล?

ก็เพราะเชื่อว่าถ้าใครเคยชมผลงานที่ผ่านมาของเต๋อจะเห็นได้เลยว่า เต๋อมีมุมมองในการเสนอแนวคิดได้แตกต่างอย่างน่าสนใจเสมอ รวมถึงยังสามารถนำเสนอเรื่องราวที่ช่วยสร้างความรู้สึกดีๆ ให้กับผู้ชม ในขณะที่หัวเว่ยเองก็อยากเป็นเครื่องมือที่ช่วยส่งผ่านความรู้สึกดีๆ ตรงนั้น การร่วมงานกับเต๋อจึงเป็นเหมือน ‘Perfect Match’

โจทย์ของหนังสั้น 

ชาญวิทย์ได้ให้โจทย์เต๋อไปสั้นๆ ง่ายๆ ว่า “ทำอย่างไรให้คนจำ Mate Series ได้มากกว่าในมุมมองของ product spec ซึ่งค่อนข้างเป็นที่ยอมรับอยู่แล้ว” แล้วแต่ผู้กำกับจะนำไปตีความเพราะเนื่องจากผลิตภัณฑ์ในระดับพรีเมี่ยมแฟลกชิปของหัวเว่ยมี 2 รุ่นคือ P Series ที่เป็นแนวไลฟ์สไตล์แฟชั่นกับ Mate Series ที่มีความเป็นเครื่องมือคู่หูคู่ใจสำหรับ Professionals ซึ่งในเมืองไทยเมื่อพูดถึงสมาร์ทโฟนหัวเว่ย ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะนึกถึงและจำ P Series ได้มากกว่าจากความโดดเด่นของกล้องถ่ายภาพที่มีเลนส์ซึ่งหัวเว่ยร่วมคิดค้นกับ Leica ดังนั้นโจทย์ในครั้งนี้ คือ ทำให้ผู้บริโภคจำ HUAWEI Mate Series ได้

เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์

Mate = เพื่อนรู้ใจ

เต๋อ ตีความคำว่า Mate อย่างเรียบง่ายและใกล้ตัวคนทุกคนว่า “เพื่อนรู้ใจ” และเล่าว่า

“แนวคิดแรกเริ่มเกิดมาจากคำว่า “From Mate to Mate” และพัฒนากลายมาเป็นหนังสั้นที่ชื่อว่า “Souvenir” เป็นหนังสั้นที่ถ่ายทอดเรื่องราวแบบเรียลๆ ระหว่างเพื่อนรู้ใจก็คือผมและเพื่อนๆ คนสำคัญในชีวิตของผม ในขณะคนหนึ่งมีความสุขตอนที่กำลังท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นอยู่นั้นก็ไม่ลืมที่จะส่งความสุขกลับมาให้กับเพื่อนที่อยู่บ้านด้วยวิดีโอที่เซฟลงในแฟลชไดรฟ์แล้วส่งผ่านไปรษณีย์ ผมอยากจะสื่อสารเรื่องราวของความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนที่มองตาก็รู้ใจกัน ที่เชื่อมกันด้วยการส่งความสุขให้กันผ่านไปรษณีย์ที่ผู้รับต้องรอคอยอย่างช้าๆ เพิ่มคุณค่าทางจิตใจให้กับของฝากท่ามกลางโลกที่หมุนเร็วอย่างทุกวันนี้ ซึ่งหนังสั้นเรื่องนี้ถ่ายทำด้วยสมาร์ทโฟน HUAWEI Mate 20 Series ทั้งหมด 100% ซึ่งทำให้สามารถเก็บเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงได้ทันท่วงที เนื่องด้วยอุปกรณ์มีขนาดเล็กทำให้ทลายกำแพงและข้อจำกัดบางอย่างที่กล้องใหญ่ก็ทำไม่ได้ และยังมีเลนส์หลายระยะทำให้ไม่ต้องพกเลนส์ไปเพิ่ม และแบตเตอรี่ยังอึดที่ทำให้ถ่ายทำได้หลายชั่วโมงโดยไม่สะดุด ที่สำคัญ ในฐานะคนทำหนัง กล้องของหัวเว่ยนั้นมีประสิทธิภาพสูง ใกล้เคียงกล้องถ่ายหนังที่สามารถนำไฟล์ที่ได้จากการถ่ายโดย HUAWEI Mate 20 Series มาปรับแต่งภาพเพิ่มเติมเพื่อให้ได้เอฟเฟกต์เหมือนหนังภาพยนต์ตามที่มองภาพไว้”

สร้าง Authentic human experience เชื่อมโยงความรู้สึกของผู้ชมด้วยเหตุการณ์ที่ในชีวิตทุกคนจะต้องเจอ

“หลายคนจะต้องถามตัวเองก่อนกลับบ้านทุกครั้งว่า ‘วันนี้จะซื้อขนมอะไรไปฝากแม่ดี?’ หรือ ‘จะซื้ออะไรกลับไปฝากเพื่อนหลังจากกลับจากทริปต่างประเทศดี?’ ของฝากจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของศิลปะแห่งการบริหารความสัมพันธ์ ผมต้องการถ่ายทอดมุมมองในเรื่องนี้ให้แตกต่างออกไป เพราะผมเชื่อว่า ‘ของฝาก’ ที่ดีที่สุดไม่จำเป็นต้องเป็นของที่ซื้อได้ด้วยเงิน แต่ผมมองว่า ‘The best souvenir is time and moment’ ช่วงเวลาที่ดีต่างหากคือของที่ระลึกที่ดีที่สุดที่หาซื้อไม่ได้ที่เตือนใจให้เรานึกถึงคนสำคัญที่อยู่ที่บ้าน เชื่อว่าหลังจากที่ทุกคนได้ชมเรื่องราวในหนังสั้นจบแล้วจะได้รับความรู้สึกในแบบเดียวกัน” เต๋อ-นวพลเล่าถึงมุมมองผ่านหนัง

โดยหนังเรื่องของฝาก เป็นหนังสั้นยาว 7 นาที ถ่ายทำทั้งเรื่องโดย HUAWEI Mate 20 Series ที่สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดของสมาร์ทโฟนด้วยการสร้างไฟล์วิดีโอคุณภาพสูงโดยสามารถนำมาปรับแต่งเพิ่มเติมให้เหมือนภาพยนตร์ สามารถชมได้ที่
https://www.facebook.com/HuaweimobileTH/videos/255135531794365/ หรือ

พร้อมเตรียมรับชมหนังสั้นตอนย่อย ซึ่งจะทยอยปล่อยบนเฟซบุ๊กแฟนเพจ HuaweiMobileTH ได้ตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคมเป็นต้นไป

Share.