5G ผู้สร้าง ดิจิทัลสึนามิ

0

smmagonline – ตั้งแต่ 4G จนมาถึงยุคที่ประเทศไทยก้าวสู่ยุค 5G ที่ดิจิทัลเทคโนโลยี รวมถึงการสื่อสารข้อมูลบนเครือข่ายความเร็วสูง กลายเป็นสิ่งแวดล้อมที่คนไทยคุ้นเคยในทุกวันนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ในกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลของประเทศไทย ต้องมีชื่อของ พันเอก ดร.เศรษฐพงศ์ มะลิสุวรรณ เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้นำที่ทำให้เกิดดิจิทัลสึนามิ ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านหลายสิ่งหลายอย่างในเมืองไทยให้หลุดพ้นจากกับดักด้านเทคโนโลยีรวมทั้งทำให้ธุรกิจอุตสาหกรรมหลายแขนงมีเครื่องมือที่จะสร้าง S-Curve ตัวใหม่ให้เกิดขึ้นอีกมาก

ปรากฏการณ์การเคลื่อนตัวของโลกเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 เป็นไปอย่างน่าตื่นเต้นและเร้าใจเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้เนื่องจากการเปลี่ยนผ่านระลอกแรกที่ส่งผลให้อุตสาหกรรมสื่อและบันเทิงถูกพลิกผันอย่างรุนแรงทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง

ตั้งแต่ปี 2010 ที่มีการวางระบบ 4G อย่างกว้างขวางทั่วโลก จนส่งผลให้เกิดการล่มสลายของอุตสาหกรรมสื่อสิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ และฟิล์มในประเทศสหรัฐอเมริกา และในยุโรปในช่วงปี 2014 และส่งผลไปทั่วโลกอย่างต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้

ในที่สุดสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศได้วางแผนให้ 5G เริ่มต้นใช้งานในปี 2020 อย่างเป็นทางการแล้ว  ซึ่ง 5G จะเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบของสื่อและอาชีพในอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างมากภายใน 5 ปีนับจากนี้

พันเอก ดร.เศรษฐพงศ์ มะลิสุวรรณ

5G จะทำให้คนรุ่น Gen Z และ Gen Y สามารถสร้างสื่อที่มีเครือข่ายอันทรงพลังใน Community เฉพาะที่พวกเขาสนใจเป็นพิเศษ เช่น Community ที่ชอบเพลง Rap, เพลง Hip Hop, และศิลปินในสาขาอื่นๆ รวมทั้ง Community E-sport ที่มีเครือข่ายที่เชื่อมกันทั่วโลก โดยในแต่ละ Community จะมีผู้เชี่ยวชาญในหลายรูปแบบ เช่น ผู้ทรงอิทธิพล (Influencer), นักข่าวหรือนักวิพากษ์รูปแบบใหม่ที่มีการทำ Reaction (ที่เขาเรียกตัวเองว่า YouTubers) ที่ส่งต่อและแสดงความเห็นผ่านSocial Media ที่เหล่าชาว Gen X ต้องงุนงงจนตั้งรับไม่ทัน ซึ่งเป็นไปตามที่นักอนาคตศาสตร์ (Futurist) ได้คาดการณ์ไว้ว่า สื่อจะแตกกระจายตัว (Decentralized)ด้วยคนในรุ่น Gen Z และ Gen Y ที่ใช้สื่อบน Audio Streaming และ Video Streaming Platform และผลิตสื่อบน Social Media Platform อย่างชาญฉลาดและทรงพลังยิ่ง

การเคลื่อนตัวระลอกต่อไป คือ การพลิกผันในอุตสาหกรรมการเงินการธนาคาร จากผลกระทบทางเทคโนโลยี 5G, Blockchain และ AI ที่สามารถทำให้ผู้คนทั่วไปสามารถทำธุรกรรมได้อย่าง Realtime และ peerto-peer บนโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพราะมีความชัดเจนแล้วว่าภายในปี 2020 โทรศัพท์ 5G Smart Phone จะติดตั้งซอฟต์แวร์ Blockchain, AI และมีปริมาณความจุข้อมูล (Data Storage) ที่ธนาคารเคยสามารถทำได้ทั้งหมดบรรจุอยู่บน Smart Phone ทุกเครื่อง จนทำให้ผู้คนทั่วโลกกว่า 5 พันล้านคน (จากประชากรโลก 7.6 พันล้านคน) สามารถทำธุรกรรมระหว่างประเทศและลงทุนในทุกรูปแบบ peer-to-peer ข้ามหัวสถาบันทางการเงินและธนาคารในประเทศต่างๆ ได้อย่างน่าตกใจ คล้ายๆกับปรากฏการณ์ที่ผู้คนทั่วโลกสามารถใช้แอพพลิเคชั่นบน Social Media ในการโทรศัพท์ระหว่างประเทศข้ามหัว Telecom Operators ด้วยราคาค่าบริการที่ถูกมากหรือเข้าใกล้ศูนย์รวม ทั้งการแพร่ภาพ (Broadcasting)ที่ไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตหรือต้องมีช่องโทรทัศน์เลยแม้แต่น้อย จนส่งผลให้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมและสื่อเกิดความระส่ำระสายไปทั่วโลกมาตั้งแต่มีการใช้ระบบ 4G ในปี 2010 มาแล้ว

บริษัทออนไลน์ที่ให้บริการทางการเงินส่วนบุคคลใหม่ๆ ที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นที่มีขีดความสามารถด้าน Data analytics ผ่านเทคโนโลยี 5G ที่สามารถวิเคราะห์ Credit Scoring ของลูกค้า Gen Z แต่ละคนได้ดีกว่า ธนาคารแบบดั้งเดิม อีกทั้งเทคโนโลยีบ่งบอกตัวบุคคลบนสมาร์ทโฟนด้วยใบหน้าและลายนิ้วมือกำลังทำให้พนักงานและสาขาธนาคารกำลังจะกลายเป็นซอฟต์แวร์ จนธนาคารในทศวรรษหน้าจะกลายเป็นเพียง Applications บนคลาวด์ (Cloud) เท่านั้น

มีความชัดเจนแล้วว่าเทคโนโลยี 5G กำลังเข้ามามีอิทธิพลอย่างยิ่งในการกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดย 5G ได้ถูกกำหนดมาตรฐานให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลการเคลื่อนที่, การวิเคราะห์ และการทำธุรกรรมต่างๆ ด้วยการให้ผู้บริโภคสามารถกำหนดและมีพลังอำนาจมากขึ้น เช่น การทำ Smart Contract และ Payment ในระบบแลกเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้ารวมทั้งการส่งผ่านข้อมูลวิเคราะห์ตำแหน่งของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) จนทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์จะกลายเป็นอุตสาหกรรมที่ชาญฉลาดยิ่ง ไม่เพียงเท่านั้น ระบบ 5G ยังทำให้ผู้คนทั่วโลกสามารถติดต่อสื่อสารในรูปแบบใหม่โดยไม่ต้องผ่านตัวกลางและมีการตอบสนองแบบ Realtim

5G จะมีการฝังเทคโนโลยีที่ทันสมัยเกือบทุกชนิดที่มีอยู่บนโลก เช่น Blockchain, Data Analytics, IoT, AI อย่างเต็มรูปแบบ จนส่งผลให้การกำกับดูแลในทุกอุตสาหกรรมต้องคิดใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกกฎหมายจากฝ่ายนิติบัญญัติจะเริ่มไม่เป็นผล ส่วนในฟากฝั่งองค์กรเอกชน จะต้องมีการปรับโครงสร้างคณะกรรมการระดับสูงทั้งคณะกรรมการบอร์ดและคณะผู้บริหารของบริษัทเพื่อการเปลี่ยน Mindset ใหม่ทั้งหมด โดยจะต้องเปลี่ยนตัวบุคคลให้สอดคล้องกับความรู้ในเชิงลึกเกี่ยวกับกับเทคโนโลยีในยุคอุตสาหกรรม 4.0 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างเร่งด่วน

ในอุตสาหกรรม 4.0 ที่คาดว่าเทคโนโลยีจะก้าวหน้าไปจนทำให้เกิดการเปลี่ยนผ่านที่สมบูรณ์ในช่วงปี 2030 ที่ระบบเศรษฐกิจโลกจะอยู่บนการขับเคลื่อนของเทคโนโลยีที่ชาญฉลาดยิ่ง เนื่องจากอุตสาหกรรมถึงจุดร่วมกัน (Tipping point) ที่การพัฒนาเทคโนโลยี 5G, Blockchain, AI และ Photovoltaic มาพบกันในช่วงที่มันฉลาดพร้อมกันและร่วมกันจับมืออย่างแนบแน่นจนทำให้ระบบเศรษฐกิจทั่วโลกวิ่งเข้าสู่ Distributed & Decentralized & Autonomous โดยผู้บริโภคจะเป็นผู้ที่เข้ามาเปลี่ยนอุตสาหกรรมจากการปฏิวัติเงียบของโปรแกรมเมอร์คนรุ่นใหม่ทั่วโลกที่อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

ประเด็นคือ ผู้นำและผู้บริหารระดับสูงในทุกอุตสาหกรรมกำลังใช้วิธีการและประสบการณ์ในอดีตมาเพื่อการวางแผนต่อสู้การพลิกผันอุตสาหกรรมที่กำลังเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกวินาที ซึ่งถือว่าพวกเขากำลังนำพาองค์กรเข้าสู่พื้นที่สังหาร (The Killing Fields) ด้วยการที่ถูกผู้บริโภคที่ช่วยกันระดมผลิตสื่อ ในปริมาณมหาศาลจนคาดไม่ถึงว่าพลังอำนาจของผู้บริโภคจะสามารถโค่นบัลลังก์ที่พวกเขายึดครองมาอย่างยาวนานได้ในที่สุด ด้วยการยืนงงขององค์กรกำกับดูแลในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่มีอำนาจตามกฎหมายที่โบราณ ที่ไม่ได้เขียนอำนาจหน้าที่ ที่จะสามารถกำกับดูแลโลกใหม่ได้ต่อไป

อีกประเด็นที่สำคัญคือ เมื่อเทคโนโลยี 5G ก้าวหน้าด้วยอัตราเร่ง จึงทำให้รูปแบบการทำงานและอาชีพต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้น ระบบการศึกษาในปัจจุบันกำลังถูกท้าทายและจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคตอันใกล้หากเราไม่เปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอน เพราะแนวทางและสิ่งที่เราสอนเด็กๆ ไม่สามารถทำให้พวกเขามีความสามารถทำงานร่วมกับเครื่องจักรแบบอัตโนมัติและ AI ได้ ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับในหลายประเทศทั่วโลก (รวมทั้งประเทศไทย) ที่การเข้าถึงการศึกษายังถือว่ามีราคาแพง (สำหรับคนยากจนจำนวนมาก) และมาตรฐานการเรียนการสอนที่ไม่ทันโลก ก็จะทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำของคนในประเทศสูงขึ้นเรื่อยๆ

แน่นอน…อนาคตเป็นสิ่งที่เชื่อได้ยากในโลกแห่งการก้าวกระโดดของเทคโนโลยีที่กำลังเคลื่อนตัวด้วยอัตราเร่งทุกวินาทีตามทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ (ไม่ใช่การคาดการณ์ด้วยจินตนาการ) จนทำให้ผู้นำและผู้บริหารที่ไม่มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ตกอยู่ในโลกแห่ง “ทวิภพ” ที่จมปลักอยู่กับความรู้ในอดีตที่พวกเขาคิดว่าความรู้นั้นสามารถใช้ได้ต่อไปในอนาคต ซึ่งความจริงแล้วพวกเขากำลังถูก “ปฏิวัติเงียบ (Quiet Revolution)” จากคนรุ่นใหม่ทั่วโลกที่มีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและมีความสามารถสร้างโปรแกรมซอฟต์แวร์ให้อินเทอร์เน็ตทำงานได้แบบอัตโนมัติจนซอฟต์แวร์ดังกล่าวเข้ามาแทนกระบวนการโบราณได้ทั้งหมดในที่สุด

“5G จะเปลี่ยนรูปแบบการทำงานและอาชีพต่างๆ ไปอย่างรวดเร็ว จนทักษะและการศึกษารูปแบบดั้งเดิมไม่สามารถนำมาใช้ได้ในอนาคต”

ติดตามข่าวธุรกิจการและกลยุทธ์การตลาดได้ที่ นิตยสารเอสเอ็ม และ www.smmagonline.com 

Share.