SANSIRI องค์กรไทยต้นแบบ มุ่งมั่นให้ความสำคัญด้านสิทธิเด็กอย่างไร้พรมแดน

0

smmagonline -เด็ก คือ จุดเริ่มต้นของสังคมที่ดี ถ้าเราสามารถผลักดัน สร้างรากฐานที่ยั่งยืนให้กับเด็กทุกคน ทั้งเรื่องการศึกษา สาธารณสุข และความปลอดภัย จะนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงที่ดีของสังคมและนำไปสู่นโยบายระดับประเทศในอนาคต

“เด็ก” รากฐานสำคัญ

สร้างสังคมในอนาคตที่ดี

ประโยคสั้นข้างต้นจาก อภิชาติ จูตระกูล ประธาน อำนวยการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) สะท้อนให้เห็นเจตนารมณ์ในการช่วยเหลือทั้งเด็กไทยและเด็กต่างชาติมานานกว่า 8 ปีเต็ม จนวันนี้ แสนสิริได้รับเกียรติจากองค์การยูนิเซฟให้เป็นองค์กรแรกและองค์กรเดียวในประเทศไทย รวมถึงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็น 1 ใน 20 องค์กรชั้นนำจากทั่วโลก ให้เป็น UNICEF’s First Selected Partner in Thailand และกลายเป็นต้นแบบที่ทำให้องค์กรภาคธุรกิจอื่นๆ หันมาให้ความสำคัญกับเด็กเพื่อช่วยกันผลักดันเด็กๆ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในอนาคตได้อยู่ในสังคมที่ดี ปลอดภัย

เหตุผลสำคัญที่ องค์การยูนิเซฟ กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ เลือกแสนสิริเป็นพันธมิตรรายแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อภิชาติ เชื่อว่าเพราะองค์การยูนิเซฟเห็นความตั้งใจจริงของบริษัทที่อยากมีส่วนร่วมในการสร้างความเปลี่ยนแปลงสู่คุณภาพชีวิตที่ดีของเด็กทั่วโลก ผ่านกิจกรรมสังคมของแสนสิริที่เรียกว่า Social Change

โดยมุ่งคุ้มครอง ปกป้องสิทธิ และพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กมามากกว่า 14 โครงการ ทั้งด้านการพัฒนาความเป็นอยู่ สร้างความตระหนักด้านสิทธิเด็กและเยาวชนในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นในด้านสุขภาพ การศึกษาการกีฬา รวมทั้งการให้ความช่วยเหลืออย่างไร้พรมแดนต่อเด็กในประเทศไทยและเด็กทั่วโลก

อย่างในปี พ.ศ. 2553 แสนสิริได้ร่วมมือกับองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย และพันธมิตรอื่นๆ จัดทำแคมเปญ “IODINE PLEASE” เพื่อแก้ปัญหาภาวะขาดสารไอโอดีนในเด็ก ซึ่งเป็นปัญหาของประเทศในช่วง 50 ปี ที่ผ่านมา กระตุ้นให้ตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและ ผลักดันให้รัฐบาลออกกฎหมายที่บังคับให้เติมไอโอดีนในเกลือบริโภคทุกชนิด เพื่อแก้ปัญหาการขาดสารไอโอดีนในประเทศไทยจนประสบความสำเร็จ

ขยายแนวคิดสู่คู่ค้าผนึกกำลัง

สร้างประโยชน์ต่อเด็ก

“เชื่อว่าการร่วมพลังของทั้งภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะช่วยทำให้เกิดโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อเด็กได้อีกมากมาย”

ย้อนกลับไปเมื่อ พ.ศ. 2555 แสนสิริได้ทำโครงการ “The Good Space” หรือ “พื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก” ซึ่งถือเป็นโครงการที่เกิดจากการต่อยอด จากการร่วมมือกับยูนิเซฟและพันธมิตรทางด้านธุรกิจที่อยู่ในอุตสาหกรรมก่อสร้างกว่า 7 บริษัท และอีก 6 องค์กร อาทิกระทรวงสาธารณสุข, สำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร, มูลนิธิเครือข่ายบ้านเด็ก (Baan Dek), มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย ฯลฯ

จากสถิติทะเบียนเด็กของแสนสิริ ในปี พ.ศ. 2558 ในแต่ละปีมีเด็กมากกว่า 700 คน ได้รับประโยชน์จากโครงการ The Good Space และในจำนวนนี้มีเด็ก 50 คน จากโครงการที่ได้เข้าเรียนต่อในโรงเรียนวัดเจ็ดยอด ที่จังหวัดเชียงใหม่

พร้อมกันนี้ ทางบริษัทฯ ยังมีนโยบายการไม่ใช้แรงงานเด็กในสถานก่อสร้าง ส่งผลให้พันธมิตรในการก่อสร้างทุกรายร่วมลงนามในบันทึกแนบท้ายสัญญาการก่อสร้าง สนับสนุนการยุติการใช้แรงงานเด็กทุกรูปแบบที่ธุรกิจมีส่วนเกี่ยวข้อง หากแสนสิริพบว่ามีคู่ค้าที่ละเมิดในเรื่องดังกล่าว มีสิทธิในการบอกเลิกสัญญาว่าจ้างในทุกกรณี

นอกจากเดินหน้าสร้างโครงการดีๆ ในประเทศไทยแล้ว ความช่วยเหลือของแสนสิริยังไปสู่เด็กๆ ในต่างประเทศทั่วโลก โดยนับจากปี พ.ศ. 2554 แสนสิริได้บริจาคเงินจำนวน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แก่ UNICEF Emergency Fund ซึ่งทำให้เมื่อเกิดภัยพิบัติทุกทั่วมุมโลกยูนิเซฟมีกำลังเงินมากพอที่จะเข้าไปช่วยเหลือเด็กได้อย่างทันท่วงที

อย่างเมื่อปีที่แล้ว ด้วยความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องของแสนสิริ ยูนิเซฟได้ให้การช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมทั้งหมด 337 กรณี โดยช่วยเหลือเด็กๆ และครอบครัวในพื้นที่ของประเทศเฮติ ทวีปแอฟริกาหรือในเซาท์ซูดานและซีเรีย รวมถึงช่วยเด็กกว่า 3 ล้านคนที่ประสบภาวะขาดสารอาหารรุนแรง และเด็กๆ กว่า 18 ล้านคน ที่ต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคหัด และเด็กๆ กว่า 32.7 ล้านคน ที่ต้องการน้ำสะอาดเพื่อการดำรงชีวิต เป็นต้น

นำหลักการเป็นมิตรต่อเด็ก

มาปรับใช้กับองค์กร

“ยึดมั่นในเจตนารมณ์ และพร้อมผลักดันให้มีการสนับสนุนการสร้างรากฐานที่ยั่งยืนให้กับเด็กๆ ทุกคน”

จากความมุ่งมั่นที่จะสร้างอนาคตที่ดีให้กับเด็กๆ แสนสิริ ได้นำหลักการเป็นมิตรต่อเด็ก มาประยุกต์ใช้กับการทำงานในองค์กรที่มีพนักงานนับหลายพันคน โดยการทำกิจกรรมส่งเสริมเด็กหลายด้าน อาทิ มีห้องให้นมแม่ที่พร้อมไปด้วยอุปกรณ์ที่เอื้อต่อการเก็บนมแม่และห้องนั่งเล่นให้แก่บุตรหลานของพนักงาน และฝึกอบรมการดูแลเด็กให้แก่พนักงาน เพื่อให้ได้ไอเดียในการบ่มเพาะลูกหลานของพนักงานเองให้เป็นคนดีแก่สังคมในอนาคต

ทั้งนี้ อภิชาติ ย้ำว่า การที่แสนสิริ ได้รับเลือกให้เป็นพันธมิตรกับทางยูนิเซฟ และได้สัญลักษณ์ UNICEF’s Selected Partner ที่ปรากฏอยู่บนเว็บไซต์สากลของยูนิเซฟ ถือเป็นแรงผลักดันสำคัญที่จะยิ่งทำให้แสนสิริ มุ่งมั่นเดินหน้าช่วยเหลือเด็กอย่างยั่งยืนไปต่อเนื่องและพร้อมกันนี้อยากให้บริษัทภาคเอกชนต่างๆ หันมาให้ความสนใจดูแลเด็กๆ เพราะเชื่อว่าถ้าทุกองค์กรทุกภาคส่วน รวมพลังช่วยกันก็จะนำไปสู่การพัฒนาเด็กและธุรกิจที่ยั่งยืนไปพร้อมกัน สู่ความเปลี่ยนแปลงที่ดีของสังคม และนำไปสู่นโยบายระดับประเทศในอนาคตได้อย่างแน่นอน”

เส้นทางองค์กรต้นแบบ

สร้างอนาคตที่ดีสำหรับเด็กๆ

  • พ.ศ. 2553 “IODINE PLEASE” ร่วมผลักดันรัฐบาลให้เกิดกฎหมายเติมสารไอโอดีนในเกลือเพื่อป้องกันปัญหาโรคขาดสารไอโอดีนในเด็ก
  • พ.ศ. 2554 “BREASTFEEDIND ROOM” โครงการห้องนมแม่ เพื่อสนับสนุนการเลี้ยงเด็กด้วยนมแม่ล้วนเป็นระยะเวลา 6 เดือน
  • พ.ศ. 2555 “CHILD – FRIENDLY SPACE” โครงการที่กลายเป็นต้นแบบสำคัญเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กในสถานที่ก่อสร้าง
  • พ.ศ. 2556 “GIVE” สนับสนุนให้เด็กๆ ใน จ.ภูเก็ต ได้เรียนรู้กระบวนการทางความคิดและร่วมทำงานเพื่อแก้ไขปัญหากับทุกหน่วยงานในระดับจังหวัด
  • พ.ศ. 2557 “GOOD GLOBAL CITIZEN” แสนสิริได้รับเลือกจาก United Nations ในด้านการมุ่งมั่นเพื่อสิทธิเด็ก และการต่อต้านการใช้แรงงานเด็ก
  • พ.ศ. 2558 “BEST START THAILAND” 6 ปีแรกของชีวิต คือ 6 ปีทองของเด็กเพื่อผลักดันให้สังคมเห็นความสำคัญเรื่องพัฒนาการของเด็กในช่วง 6 ปีแรก
  • พ.ศ. 2559 “THE RIGHT TO VACCINATION” โครงการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคสำหรับเด็กในที่พักคนงานที่อยู่ในโครงการการก่อสร้างของแสนสิริ
  • พ.ศ. 2560 “THE CHILDREN SUSTAINABILITY FORUM” ประกาศเจตนารมณ์ขององค์กรที่เป็นมิตรกับเด็กพร้อมส่งเสริมสิทธิเด็ก สนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งจัดโดยองค์การยูนิเซฟ
  • พ.ศ. 2561 “BAAN SANTHAMMADA”แคมเปญระดมทุนออนไลน์ โดยแสนสิริร่วมกับองค์การยูนิเซฟ สร้างชีวิตที่พิเศษให้กับเด็กนับล้านในประเทศไทย และล่าสุดได้รับเกียรติจากองค์การยูนิเซฟ ให้เป็นพันธมิตร Selected Partner รายแรกในประเทศไทย เป็น 1 ใน 20 องค์กรชั้นนำจากทั่วโลก

ติดตามข่าวธุรกิจการและกลยุทธ์การตลาดได้ที่ นิตยสารเอสเอ็ม และ www.smmagonline.com 

Share.