แค่กล้าก้าวจากกรอบเดิม

0

smmagonline – ทุกคนรู้ว่าผู้หญิงสมัยนี้เก่ง มีหลายคนได้เป็นผู้นำองค์กร เพราะผู้หญิงมีความอ่อนหวานละเมียดละไมและ ละเอียด มีความมุ่งมั่นแต่ไม่ก้าวร้าว ในความเป็นเหตุเป็นผลกันนี้ อาจตอบโจทย์การทำธุรกิจได้หลายอย่างเข้าใจในหลายปัญหาได้ชัดเจน ซึ่งผู้นำในวันนี้ ต้องมองไปถึงทุกส่วนของสังคม ต้องมีอุดมการณ์ และมีธรรมาภิบาลที่ดี แรงส่งของทีมจะช่วยผลักดันให้ผู้นำและองค์กรเติบโต

แต่กล้าก้าวจากกรอบเดิม

อรอุมา สุวรรณกูฏ หรือ อ้อ อีกหนึ่งนักธุรกิจหญิงคนเก่งที่กล้าก้าวออกจากกรอบชีวิตแบบเดิมๆ เพื่อทำตามสิ่งที่ตนเองต้องการ ด้วยความเชื่อที่ว่า ถ้าไม่กล้า ทำตั้งแต่ตอนนี้ ก็อาจไม่มีโอกาสได้ทำอีก จนในวันนี้ เธอกลายเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ 6 ธุรกิจในเครือของ Best Group ซึ่งประกอบด้วยหลายธุรกิจ เช่น ธุรกิจในการสร้างแบรนด์กระดาษ และอุปกรณ์สำนักงาน, ธุรกิจค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค, ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์, ธุรกิจความงาม และแฟชั่น

โดยเธอเล่าว่าครอบครัวของอ้อเป็นสายวิชาการ ทำงานเกี่ยวกับการศึกษา เรียกได้ว่าเป็นตระกูลนักวิชาการ ซึ่งมีเพียงอ้อคนเดียวที่กระโดดมาทำในสายธุรกิจ ซึ่งแน่นอนว่าทุกคนมองว่าไม่รอดแน่ๆ เพราะไม่มีใครเป็นที่ปรึกษาให้ได้ คนในครอบครัวก็ไม่ได้มาสายนี้

แต่อ้อกลับมองว่ามันเป็นความท้าทายที่จะต้อง เริ่มทำก่อน ทิ้งความกลัว เพราะถ้าไม่กล้าก้าวจะทำสิ่งที่อยากเป็นได้อย่างไร มองว่าทุกอย่างจะต้องมีความมุมานะ ไม่ท้อถอย ไม่ย่อท้อ เพราะการทำธุรกิจต้องอาศัยการอดทนเรียนรู้

วิกฤตหรือปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ในการทำธุรกิจนั้นอ้อคิดว่านั้นคืองานของอ้อ เราต้องค่อยๆ แก้ไป แม้จะไม่สามารถแก้ไขทุกปัญหาได้สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เราก็ได้เรียนรู้เพื่อพัฒนาและป้องกันไม่ให้ปัญหาเดิมเกิดขึ้นซ้ำอีก ทุกธุรกิจที่ต้องการความอยู่รอด เพื่อที่จะก้าวไปเป็นองค์กรขนาดใหญ่ ย่อมต้องเคยผ่านวิกฤตหนักๆ ด้วยกันทั้งสิ้น แต่ถามว่าทำไม คุณอ้อถึงผ่านปัญหาและผลกระทบเหล่านั้นมาได้

เมื่อถามถึงวิกฤตครั้งสำคัญ เธอก็ตอบได้อย่างมั่นใจว่า เธอก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ประสบปัญหา วิกฤตหนักๆ เช่นเดียวกับหลายองค์กร ตอนนั้นรู้สึกว่า ทุกปัญหาต่างถาโถมเข้ามาพร้อมกันทั้งเรื่องงานและเรื่องครอบครัวจนถึงขนาดที่ขับรถแล้วน้ำตามันก็ไหลออกมาเองไม่ทันตั้งตัว หูตาก็พร่ามัว มองไม่เห็นทาง หากฝืนขับต่อคงจะเกิดอุบัติเหตุแน่ เราและคนอื่นก็ต้องเดือดร้อน อ้อจึงเลือกจอดข้างทาง เพื่อรวบรวมสติ แล้วขับต่อ และนั้นก็เป็นหลักในการแก้ปัญหาของอ้อ ที่ใช้ในชีวิตจริงเสมอมา

การตั้งสติ ดึงตัวเองกลับมาให้เร็วที่สุด คือสิ่งที่อ้อใช้เวลาจะแก้ปัญหา “สติมาปัญญาเกิด” ไม่ไหวก็ต้องหยุดพัก ตั้งสติแม้ว่าตอนนั้นจะมีหลายสิ่งเข้ามา หากเรามีสติ ก็จะสามารถแบ่งแยกและพยายามจัดลำดับการแก้ปัญหา เพื่อผ่านไปให้ได้ความสุขอยู่กับเราไม่นาน ความทุกข์ก็เช่นกัน เมื่อเราเกิดปัญญา เราก็จะมองเห็นวิธีแก้ปัญหา

แม้ว่าบางครั้งเรามีเป้าหมายที่ชัดเจน แต่เราก็ต้องมีความยืดหยุ่นในการเดินไปสู่เป้าหมาย ระหว่างทางอาจต้องแก้ปัญหา อุปสรรคที่เข้ามาอาจทำให้ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการบ้าง แต่สุดท้ายแล้วเป้าหมายที่เรามีก็ยังคงอยู่ เพราะถ้าทำธุรกิจแบบตึงจนเกินไป อ้อคิดว่าทุกอย่างอาจขาดลงได้ ถ้ารีบเดินเกินไปเราจะล้ม เพราะอ้อเองมาจากสายธุรกิจที่ขนาดเล็กและเติบโตเร็วมากเป็นขนาดใหญ่ เราเรียนรู้ว่าที่ผ่านมามีความพลาดเพราะเราเดินเร็วเกินไป ฉะนั้น จึงเรียนรู้ว่าบางครั้งต้องถอยหลังก่อนแล้วค่อยเดินใหม่

อรอุมา สุวรรณกูฏ 

ทีมกำลังสำคัญของธุรกิจ

สำหรับอ้อแล้วคำว่า ทีม มีความหมายและสำคัญมากในการทำธุรกิจ เพราะคนที่จะพาไปสู่ความสำเร็จไม่ใช่ผู้นำเพียงคนเดียว แต่การสื่อสารที่ไปถึงทีมและเกิดความเข้าใจในเป้าหมายเดียวกัน เดินไปพร้อมกัน

อีกทั้ง มองว่าบทบาทของผู้นำองค์กรยุคใหม่ ไม่ใช่เรื่องของผู้นำที่มีเงิน หรือให้ค่านิยมกับวัตถุเพียงอย่างเดียว แต่ผู้นำในวันนี้ต้องมองไปถึงทุกส่วนของสังคม ต้องมีอุดมการณ์และมีธรรมาภิบาลที่ดี ความเป็นฮีโร่ไม่ใช่แค่เอาตัวเองรอดแล้วคนข้างหลังไม่รอด ฉะนั้นผู้นำจะต้องฝ่าความทุกข์ไปด้วยกัน ไม่ใช่อยู่แค่ด้านบนโดยที่ไม่รู้ฐานของปัญหา

โดยหลักในการดำเนินธุรกิจ สิ่งแรกที่ต้องมีคือความซื่อสัตย์และจริงใจ ตามมาด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตนให้เกียรติกับทุกคนไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม เมื่อรวมทุกสิ่งเข้าด้วยกันแล้วจะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จและเติบโต

นักธุรกิจในดวงใจ

อ้อเคยมีโอกาสได้เรียนรู้งานจากผู้ใหญ่ท่านหนึ่งซึ่งอ้อมีความประทับใจในวิสัยทัศน์ และอุดมการณ์ของท่าน เลยยึดถือท่านเป็นต้นแบบในการดำเนินธุรกิจของอ้อเสมอมา ท่านคือ สนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) ท่านเป็นผู้ใหญ่ที่น่านับถือทั้งในด้านการดำเนินธุรกิจ และการสร้างธรรมาภิบาลต่อธุรกิจ และสังคมจึงไม่น่าแปลกใจที่ท่านสามารถนำพาให้ธุรกิจของท่าน เติบโตยั่งยืนในขณะที่ท่านยังอุทิศตัวเป็นส่วนสำาคัญของการทำคุณประโยชน์ต่อภาคสังคม และเศรษฐกิจไทยเสมอมา

แบ่งเวลา-แบ่งปัน

เป็นที่ทราบกันดีว่า ซีอีโอคนเก่งของเบสท์ กรุ๊ปนอกจากจะใช้เวลาทุ่มเทและเต็มที่กับ 6 ธุรกิจหลักและอีกบริษัทน้องใหม่ คือ บริษัท มาดิวา ประเทศไทย จำกัดที่เป็นธุรกิจความสวยความงามแล้ว เธอยังคงทำงานเพื่อสังคมควบคู่ไปด้วย เช่น กรรมการบริหารสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี ในเครือสมาพันธ์ มูลนิธิเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย 3 สมัยอีกทั้งยังมีตำแหน่งความรับผิดชอบต่อสังคมไทยเคยดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบศาลครอบครัวและเยาวชนจังหวัดนครปฐม ยังไม่นับงานที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมให้ผู้ที่เข้าไม่ถึงโอกาสในสังคมหลากหลายมิติได้มีโอกาสที่จะดูแลตัวเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน

เธอเล่าว่า อ้อแบ่งเวลาออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือเวลาให้กับงานที่ต้องทุ่มเทเต็มที่ เวลาที่จะต้องให้กับครอบครัวและเวลาที่จะต้องให้กับตัวเอง ส่วนการทำกิจกรรมเพื่อสังคมนั้น คือการแบ่งปันที่เกิดจากการที่เราได้ทำงานหลายๆ อย่าง เรามองเห็นถึงโอกาสที่สามารถหยิบยื่นให้กับสังคมส่วนรวมได้

ทัศนคติในการวัดความสำเร็จที่แตกต่างจากการมุ่งทำกำไรเหมือนธุรกิจอื่นๆ มีแนวคิดของการแบ่งปันความสำเร็จร่วมกันไม่ว่าจะในรูปของผลลัพธ์ทางธุรกิจมุมมองผู้ถือหุ้น พนักงาน คู่ค้าลูกค้า รวมทั้งบุคคลหรือภาคส่วนที่อยู่รายล้อมได้ร่วมแบ่งปันความสำเร็จโดยเฉพาะความภาคภูมิใจที่ได้ไปยืนตรงเป้าหมายที่กำหนดด้วยการให้คุณค่ากับความสำเร็จนี้ทำให้ อรอุมา สุวรรณกูฏ ก้าวข้ามอุปสรรคมากมายมายืน ในแถวหน้าได้อย่างสง่างาม

CAC’SA (ซี-เอ-ซี-เอส-เอ)

แบรนด์สินค้าภายใต้ บริษัท มาดิวา (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ช่วยทำความสะอาดผิวไปพร้อมกับ ฟื้นบำรุงผิวหน้าในขั้นตอนเดียว ไม่ดึงน้ำจากชั้นผิวหนังออกมา ซึ่งเป็นเคล็ดลับของการบำรุงและปกป้องผิว ชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้าน โดยได้คิดค้น Facial Treatment Cleansing Serum in Oil

สำหรับธุรกิจของเบสท์ กรุ๊ป ที่ผ่านมามีแต่ธุรกิจหนักๆ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแบรนด์กระดาษ, ค้าส่ง หรือแม้แต่ การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่ในฐานะที่เป็นคนที่ชอบเรื่องความสวยความงามจึงเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ชอบ และอยากทำมาหลายปีแล้วจึงตัดสินใจเริ่มลุยธุรกิจนี้ แม้จะรู้ว่าธุรกิจนี้มีการแข่งขันที่ค่อนข้างสูงในตลาด แต่ก็ยังเชื่อว่าคนยุคใหม่ฉลาดในการเลือกซื้อ เลือกใช้ ซึ่งยิ่งมีผลิตภัณฑ์ดีๆ ออกไปสู่ผู้บริโภค และนั่นก็จะเป็นหนึ่งความภูมิใจของอ้อ

โดยผลิตภัณฑ์ตัวนี้ CAC’SA ได้ผ่านการค้นคว้าและทำสำรวจข้อมูล พร้อมกับวิจัยมาร่วม 2 ปี เราเริ่มเปิดตัวสินค้าในออนไลน์บ้างแล้ว ซึ่งผลตอบรับที่ได้มาดีมาก กลุ่มที่ให้ความสนใจมีทั้งผู้หญิง และผู้ชายในช่วงอายุ 18-40 ปี ซึ่งเราทำตลาดทั้งออฟไลน์และออนไลน์

นอกจากเปิดตัวในไทยแล้ว จะไปเปิดตัวที่ต่างประเทศในกลุ่ม CLMV ด้วยส่วนเป้ายอดขายนั้นมองไปที่ 1 ล้านชิ้นภายในปีแรก และจะทยอยเปิดตัวผลิตภัณฑ์อื่นๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเราวางแผนการตลาดโดยอิงข้อมูลงานวิจัยทางการตลาดเป็นหลัก

ติดตามข่าวธุรกิจการและกลยุทธ์การตลาดได้ที่ นิตยสารเอสเอ็ม และ www.smmagonline.com 

Share.