แกะรอย ”แสนสิริ-อนันดา” บนเส้นทาง “ดิจิทัล เวนเจอร์ส”

0

smmagonline – อาจเป็นเพราะการวางตำแหน่งทางการตลาดให้จับกลุ่มเป้าหมายคนเมืองรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตใจกลางเมืองเป็นหลัก และมีการทำงานรวมถึงไลฟ์สไตล์ที่เกี่ยวพันกับออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้งานหรือเป็นกลุ่มที่ทำงานในด้านนี้โดยตรง ทำให้การตัดสินใจเคลื่อนตัวขององค์กรเข้าสู่ Tech Startup ของกลุ่มบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์นั้นที่จับตลาดนี้ ปรับเปลี่ยนองค์กรสู่รูปแบบใหม่ได้รวดเร็วและง่ายกว่าองค์กรอื่นๆ ที่มีองคาพยพของหน่วยงานไม่พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลง แต่กับคำถามที่ว่า “ทำไม แสนสิริ-อนันดา ถึงมีแนวคิดในการขยายธุรกิจเข้าสู่ดิจิทัล เวนเจอร์ส?”

คำตอบจะเป็นว่า เพราะต้องการกระจายความเสี่ยงสู่ธุรกิจบนยอดคลื่นใหม่ๆ หรือเป็นแค่หนึ่งในกลยุทธ์ในการต่อยอดกลับมาหา Core Business หลักอย่างการพัฒนาที่ดิน การตัดสินใจของทั้ง “แสนสิริ” และ “อนันดา” จึงเป็นทั้งปรากฎการณ์และบทเรียนให้ผู้ประกอบการในตลาดอสังหาริมทรัพย์ได้จับตามองถึงบริบทใหม่นี้ว่าจะมีทิศทางเดินต่อไปอย่างไร

แสนสิริ “Go Digital”


การวางบทบาทให้ “สิริ เวนเจอร์ส” (SIRI VENTURES) บริษัทร่วมทุนระหว่างแสนสิริและธนาคารไทยพาณิชย์ เพื่อทำการวิจัยและลงทุนด้าน Prop Tech อย่างครบวงจรเต็มรูปแบบรายแรกของไทย ตอกย้ำพันธกิจองค์กรของแสนสิริในการลงทุนในสตาร์ทอัพและมุ่งพัฒนานวัตกรรมเพื่อการเติมเต็มการอยู่อาศัยอย่างสมบูรณ์แบบ ภายใต้แนวคิด “Complete Your Living Experience” เบื้องต้น สิริ เวนเจอร์ส วางกรอบในการทำงาน 4 ด้าน ได้แก่ PropTech, LivingTech, Construction Tech และ Health & Wellness Tech เป็นการพัฒนานวัตกรรมเพื่อการเติมเต็มการอยู่อาศัยอย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อสนับสนุนพันธกิจหลักของแสนสิริในการมุ่งเติมเต็มประสบการณ์การใช้ชีวิต (Complete Your Living Experience)

ในกรณีนี้ ปรากฏการร่วมลงทุนพลังงานทดแทนของ สิริ เวนเจอร์ส ด้วยงบประมาณ 15 ล้านบาท ในบริษัท Semtive ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพที่สร้างธุรกิจขึ้นด้วยความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนวิธีคิดของผู้คนทั่วโลกในเรื่องพลังงานสะอาดและสามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวันในราคาที่เข้าถึงได้โดย Semtive เป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยี “Wind Turbine” หรือกังหันลม เพื่อเปลี่ยนพลังงานลมเป็นพลังงานไฟฟ้า โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยกระแสลมแรง สามารถนำมาใช้ได้บนพื้นที่จำกัดในเมือง เช่น บนหลังคาบ้าน หรือคอนโดมิเนียม ฯลฯ

หรือการให้ความสนใจในระบบแบ่งขายอสังหาริมทรัพย์สำรับนักลงทุนรายย่อยผ่านแอพพลิเคชั่น (Fractional Property Investment) ที่จะเข้ามาซัพพอร์ตด้านการตลาดของแสนสิริในอีกรูปแบบหนึ่ง

ขณะที่เป้าหมายต่อไป คือการขับเคลื่อนธุรกิจไทยสู่ระดับโลก โดยเฉพาะการพาสตาร์ทอัพไทยไปค้นหาความสำเร็จระดับโลกผ่านแพลตฟอร์ม Tech Startup เพื่อเชื่อมโยงจากสิริ เวนเจอร์ส มายังแบรนด์แสนสิริในที่สุด

โดยโมเดลแรก คือการคัดเลือกหัวกะทิสตาร์ทอัพด้าน Prop Tech จาก แคมเปญ Tech Sauce Global Summit 2018 ที่สิริ เวนเจอร์ส จะพาสตาร์ทอัพกลุ่มนี้ ไปนำเสนอแผนธุรกิจกับนักลงทุนระดับโลกที่ซิลิคอนวัลเลย์ศูนย์กลางเทคโนโลยีที่สำคัญของโลกที่สามารถผลักดันให้นวัตกรรมที่มีศักยภาพต่อยอดได้อย่างไร้ขีดจำกัด

นอกจากเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศของสตาร์ทอัพด้าน Prop Tech ในไทยแล้ว ยังถือเป็นการมอบโอกาสและเติมเต็มศักยภาพให้สตาร์ทอัพไทยสามารถไปแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างทัดเทียมกับสตาร์ทอัพอื่นๆ ทั่วโลกด้วย

ทิศทางการเดินในเส้นทางดิจิทัล เวนเจอร์ส ของแสนสิริ มีความน่าสนใจตรงที่ไม่ได้ออกเดินแบบเดียวดายในเส้นทางสายใหม่แต่อย่างใด หากแต่ได้ขนาบข้างไปด้วยพี่เลี้ยงที่มีประสบการณ์ในเครือข่ายสตาร์ทอัพระดับโลกอย่าง Plug and Play หนึ่งในบริษัทร่วมทุน Ventures Capital ที่เติบโตมากที่สุดในซิลิคอนวัลเลย์ และ SOSA จากอิสราเอล ที่มีเครือข่ายสตาร์ทอัพด้านอสังหาริมทรัพย์และอื่นๆ รวมกว่า 8,500 ราย

อนาคตของ “สิริ เวนเจอร์ส” จึงได้รับการจับตามองว่า จะเป็นอีกเครื่องยนต์หนึ่งในการขับเคลื่อนเครือแสนสิริให้เดินไปในทิศทางอื่นๆ ได้นอกเหนือจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้หรือไม่

คนไทยไม่รู้จัก FinTech แต่ใช้อยู่แบบไม่รู้ตัว

ข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) ซึ่งเป็นหน่วยงานส่งเสริมการใช้งานอีคอมเมิร์ซ ในสังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทำการสำรวจพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีของคนไทยทุกปี พบประเด็นที่น่าสนใจคือ คนไทยกำลังใช้เทคโนโลยีแบบไม่รู้ตัวรวมถึงใช้ FinTech แบบไม่รู้ตัวเช่นกัน

โดยถ้าสอบถามถึง FinTech กับผู้ใช้งานทั่วไปคำตอบที่ได้คือ คนไทยจะรู้สึกว่าเป็นเรื่องไกลตัว ทั้งที่จริงๆ แล้วกำลังใช้งานอยู่

ตัวอย่างเช่น การชำระเงินค่าสินค้าและบริการหรือจ่ายบิลผ่าน QR Code ที่ใช้กันเป็นประจำก็เป็นส่วนหนึ่งของ FinTech แต่ผู้บริโภคไม่รู้สึกว่ากำลังใช้เทคโนโลยี แม้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว อีกทั้งไม่รู้สึกกลัวการใช้อีกต่อไปเหมือนกำลังใช้บัตร ATM เป็นต้น

สะท้อนว่า FinTech ได้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้ใช้โดยไม่รู้ตัว เนื่องจากผู้ใช้โดยทั่วไปยังขาดความเข้าใจและขาดการให้ความรู้อย่างเป็นระบบหรือแบบองค์รวม ซึ่งรวมไปถึงระดับองค์กรที่มีฝ่ายต่างๆ หลายฝ่ายทำงานร่วมกันด้วยเช่นกัน

อนันดา “Tech Company”

ผู้บริหารของ อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ มองว่า การเคลื่อนองค์กรเข้าสู่ธุรกิจใหม่ๆ เป็นการพัฒนาสู่อนาคตอย่างยั่งยืนเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาเป็นจุดแข็งให้กับธุรกิจ โดยจะไม่ยึดติดกับความสำเร็จในรูปแบบเดิมๆ อีกต่อไป

การเกิดขึ้นของ “Ananda UrbanTech” จึงสะท้อนแนวความคิดข้างต้นได้เป็นอย่างดี โดยมีเป้าหมายก้าวไปสู่ Tech Company โดยมีธุรกิจใหม่ๆ เข้ามาทดแทนธุรกิจเดิมเพื่อให้อนันดาเป็นองค์กรที่เติบโตแบบไม่มีที่สิ้นสุด โดยองค์กรต้องมีการปรับตัวและพัฒนาตัวเองอยู่เสมอให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด โดยเทคโนโลยีจะเป็นตัวช่วยอันดับแรกๆ ที่จะถูกเลือกใช้เพื่อสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าและบริการ

Ananda UrbanTech เน้นเทคโนโลยีเพื่อชีวิตคนเมือง (Urban Living Solutions) ผสมผสานทั้ง ConstructionTech, PropTech, IoT, FinTech, HealthTech และ Robotics/AI เป้าหมายคือใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหาชีวิตคนเมือง ที่ผ่านมาจึงให้การสนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพหลายแห่งโดยเน้นการเข้าไปมีส่วนร่วมกับบริการที่เกี่ยวข้องกับที่อยู่อาศัยในรูปแบบของการเรียนรู้ แนะนำหรือการร่วมทุนกับสตาร์ทอัพที่น่าสนใจ

โดยเป็นการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ามาผสมผสานกับการพัฒนาโครงการต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งตระหนักดีว่า เทคโนโลยีมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุกด้าน การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในทุกพื้นที่และทุกประเภทของเทคโนโลยี จึงทำให้ต้องเร่งสร้าง Solutions ใหม่ๆ ที่สามารถเพิ่มมูลค่ามากยิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้า เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ทันการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคดิจิทัล

ที่ผ่านมา อนันดาร่วมกับ Haupcar Co,Ltd. ผู้ให้บริการ ฮอปคาร์ (Haupcar) ซึ่งเป็นการให้บริการที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบายในการเดินทางด้วยระบบ Car-Sharing ให้บริการรถเช่าในรูปแบบการบริการตนเอง โดยเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นการใช้รถร่วมกันผ่านทางสมาร์ทโฟนที่อนุญาตให้ผู้ใช้บริการสามารถขับรถหรือแบ่งปันรถยนต์ใช้ระหว่างกันได้ตลอดเวลา ซึ่งเป็นการตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองที่สะดวกสบายอย่างแท้จริง

Ananda Campus ออฟฟิศดีเพิ่มประสิทธิภาพ ได้โดยไม่ต้องเพิ่มคน
เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็น Tech Company อนันดาจึงต้องเตรียมความพร้อมให้คนในองค์กรมีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงเพื่อก้าวเดินไปข้างหน้าพร้อมๆ กับวิสัยทัศน์ขององค์กรด้วยเช่นกัน

หนึ่งในนั้นคือ การสร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่ภายใต้ชื่อ Ananda Campus ที่ต้องการเปลี่ยนองค์กรให้มีวัฒนธรรมการทำงานที่เน้นการประสานความร่วมมือกัน (Collaboration) มีพื้นที่ส่วนกลางที่ใช้ร่วมกันทั้งเพื่อการทำงาน จุดพักผ่อนส่วนรวม และมุมทำงานส่วนตัว

พร้อมกับนำระบบ Smart Offce มาใช้ผ่านความร่วมมือจากพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี อาทิ Samsung, Cisco, Fujisu ฯลฯ เพื่อนำระบบเทคโนโลยีที่มีความทันสมัยมาใช้ภายในออฟฟิศในรูปแบบเดียวกับออฟฟิศระดับเวิลด์คลาสในต่างประเทศ โดยเชื่อว่าสำนักงานเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้สามารถบรรลุเป้าหมายของการเติบโตของบริษัทได้ถึง 300% ภายในระยะเวลา 3 ปี โดยไม่ต้องเพิ่มจำนวนพนักงาน

ติดตามข่าวธุรกิจการและกลยุทธ์การตลาดได้ที่ นิตยสารเอสเอ็ม และ www.smmagonline.com 

 

 

Share.