เชฟรอน พลิกฟื้นผืนป่า ปลูกป่าในใจคน ตามรอยคำสอนพ่อ

0

smmagonline – พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน”เป็นหนึ่งในโครงการที่เกิดจากการผนึกกำลังจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันสืบสานศาสตร์พระราชาทั้งเรื่องทฤษฎีใหม่ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพภูมิสังคมที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่เพื่อพลิกฟื้นธรรมชาติ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรชาวไทยให้พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ โครงการฯ ได้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 แล้ว โดยมีแกนนำภาคเอกชนอย่าง บริษัท เชฟรอน ประเทศไทย สำรวจและผลิต จำกัด จับมือร่วมกับสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และภาคีเครือข่ายในการสานต่อแนวทางศาสตร์พระราชาด้านบริหารจัดการดิน-น้ำป่า ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

ล่าสุดได้จัดกิจกรรม “เอามื้อสามัคคี” หรือการลงแขกช่วยเหลือกันในพื้นที่ต่างๆ ที่ จ.น่าน เพื่อร่วมกันสร้างหลุมขนมครกกักเก็บน้ำบนพื้นที่สูงและพลิกฟื้นผืนป่าตามแนวทางศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมถ่ายทอดตัวอย่างของ้ที่เปลี่ยนจากผู้บุกรุกมาเป็นผู้พิทักษ์ ให้คนอยู่กับป่าได้อย่างยั่งยืน ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีน่าน บ้านห้วยเลา ต.เชียงของ อ.นาน้อย

สำหรับการเดินหน้าโครงการฯ ในปีที่ 6 นี้ทางด้าน อาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทย สำรวจและผลิต จำกัด เผยว่า “ยังเน้นการขยายพื้นที่การพัฒนาจากลุ่มน้ำป่าสักไปยังลุ่มน้ำอื่นๆ ตามแนวคิด “แตกตัวทั่วไทย เอามื้อสามัคคี” เพื่อสืบสานศาสตร์พระราชาที่เกิดจากความห่วงใยพสกนิกรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ซึ่งมีการจัดกิจกรรมเอามื้อสามัคคีมาแล้วใน 4 พื้นที่ ได้แก่กรุงเทพฯ จันทบุรี สระบุรี และน่าน โดยแต่ละพื้นที่มีสภาพภูมิสังคมที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพื่อที่จะได้สร้างต้นแบบที่หลากหลาย เป็นแรงบันดาลใจต่อไปในทุกกลุ่มสังคมในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ”

เชฟรอน ทำโครงการนี้มายาวนาน เพราะเชื่อว่าการจะเปลี่ยนความคิดคนต้องใช้เวลา ระยะเวลาการขับเคลื่อนโครงการฯ จึงตั้งเป้าไว้ 9 ปี ยังเหลือเวลาอีก 3 ปี ซึ่งบริษัทฯ จะยังคงให้การสนับสนุนโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง เพราะสอดคล้องกับนโยบายเพื่อสังคมทั้ง 4 ด้าน ประกอบด้วย

ด้านการศึกษา ด้วยการเผยแพร่องค์ความรู้ศาสตร์พระราชาสู่การลงมือปฏิบัติ ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต ทำให้ชุมชนเข้มแข็งพึ่งพาตนเองได้ ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ช่วยฟื้นฟู ดิน น้ำ ป่า และด้านการส่งเสริมให้พนักงานมีจิตสำนึกที่ดีต่อสังคม โดยนำพนักงานและผู้บริหารเชฟรอนมาร่วมกิจกรรมเอามื้อสามัคคีในทุกๆ ครั้งล่าสุดอย่างที่น่าน ก็มีอาสาสมัครเชฟรอน ร่วมกับเครือข่ายคนมีใจจากจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ กว่า 500 คน เข้าร่วมกิจกรรมกันอย่างคึกคัก

ทั้งนี้ วิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นประธานในงานครั้งนี้ได้กล่าวว่า การเพาะปลูกพืชเชิงเดี่ยวเป็นจำนวนมหาศาลใน จ.น่าน ทำให้สูญเสียพื้นที่ทรัพยากรป่าไม้ถึง 1.5 ล้านไร่ ซึ่งเป็นป่าต้นน้ำ เป็นต้นกำเนิดของน้ำร้อยละ 40 ของแม่น้ำเจ้าพระยา ส่งผลให้เกิดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพเศรษฐกิจ และสังคม รวมทั้งทำให้เกิดสภาวะน้ำแล้ง น้ำท่วม ในพื้นที่จังหวัดน่าน และในเขตพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย

“การแก้ปัญหาต้องสร้างหลุมขนมครกบนพื้นที่สูงเพื่อเปลี่ยนเขาหัวโล้นให้เป็นเขาหัวจุก โดยนำศาสตร์พระราชาทั้งเรื่องทฤษฎีใหม่ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพภูมิสังคม ออกแบบพื้นที่ให้เหมาะสมเพื่อกักเก็บน้ำ ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่างให้พอกิน พอใช้ พออยู่ พอร่มเย็น การทำกสิกรรมธรรมชาติเพื่อการดำรงชีวิต เมื่อชาวบ้านพึ่งพาตนเองได้ การรุกป่าก็จะลดลง นับเป็นการเปลี่ยนผู้บุกรุกให้เป็นผู้พิทักษ์อย่างยั่งยืน”

ส่วนทางด้าน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติศรีน่าน บัณฑิต ฉิมชาติ ได้กล่าวถึงสภาพปัญหาของการใช้ประโยชน์ทำกินในพื้นที่อุทยานศรีน่านของชาวบ้านว่า เดิมทีชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ไม่ถูกกัน ผมจึงใช้แนวทางปลูกป่าในใจคน ตามพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยลงพื้นที่เข้าหาอย่างเป็นมิตร และทำความเข้าใจกับชาวบ้าน

ชวนให้ชาวบ้านปลูกข้าวแทนการกู้เงินมาซื้อข้าวกินแทนโดยให้ทำตามแนวทางศาสตร์พระราชาถึงจะยั่งยืนซึ่งตอนนี้มีชาวบ้านเข้าอบรมและลงมือทำตามแล้ว 9 คน ยังมีชาวบ้านอีกส่วนหนึ่งสมัครใจลงชื่อเข้าอบรมและสนใจพร้อมลงมือทำตามหลายร้อยคน

ในขณะที่ ไตรภพ โคตรวงษา ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ กล่าวเปิดใจถึงการเปลี่ยนแปลงของคนในชุมชนน่านว่า “หลังจากชาวบ้านที่ใช้ประโยชน์ในพื้นที่อุทยานฯ ได้ไปอบรมศาสตร์พระราชาที่ชุมชนต้นน้ำน่าน (ชตน.) ทำให้เกิดความกระตือรือร้นที่จะเดินตามศาสตร์พระราชาและพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง เราจึงเข้ามาช่วย โดยได้จัดให้มีการเอามื้อไปแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาแต่งานยังไม่เสร็จจึงต้องมาทำอีกครั้งให้สำเร็จ เพื่อให้เป็นพื้นที่ต้นแบบของแปลงอื่นๆ ที่จะมาเรียนรู้และนำไปทำเองได้

สำหรับเป้าหมายของโครงการนี้ “อาทิตย์” ย้ำเปิดใจตอนนี้นอกจากมุ่งหวังให้โครงการนี้เป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและคนในพื้นที่นั้นๆ แล้ว ยังต้องการให้เป็นต้นแบบสร้างการรับรู้ไปในวงกว้าง ว่าการทำการเกษตรในวิถีเศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่เป็นแค่ทางเลือกแต่เป็นแนวทางหลักของเกษตรกรไทยที่จะช่วยให้สามารถเพาะปลูกพืชได้ทั้งปี สร้างแหล่งอาหารของตัวเอง และเลี้ยงชีพได้อย่างมีความสุข และที่สำคัญคือ คนกับป่าอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืนตลอดไป

ติดตามข่าวธุรกิจการและกลยุทธ์การตลาดได้ที่ นิตยสารเอสเอ็ม และ www.smmagonline.com 

 

 

Share.