ไปรษณีย์ไทย ขยายจุดติดตั้ง เอพีเอ็ม เครื่องบริการไปรษณีย์อัตโนมัติ ครอบคลุม 8 สนามบินทั่วประเทศ

0

smmagonline – บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) จับมือ กรมท่าอากาศยาน ขยายจุดติดตั้งเครื่องบริการไปรษณีย์อัตโนมัติ (APM) ครอบคลุม 8 ท่าอากาศยานทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านท่าอากาศยานฯ และมีสิ่งของที่ไม่สามารถนำติดตัวขึ้นเครื่องบินได้ โดยให้บริการฝากส่งสิ่งของทั้งในและต่างประเทศ ตลอด 24 ชั่วโมง ในอัตราค่าบริการแบบเหมาจ่าย นอกจากนี้ ยังเตรียมขยายการติดตั้งเครื่องบริการไปรษณีย์อัตโนมัติเพิ่มอีก 10 แห่งภายในปี 2563

สมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทย ได้ขยายพื้นที่ติดตั้งเครื่องบริการไปรษณีย์อัตโนมัติ (Automated Postal Machine: APM) เพิ่มใน 7 ท่าอากาศยาน รวมทั้งสิ้น 9 เครื่อง ได้แก่ ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ จำนวน 2 เครื่อง ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช จำนวน 1 เครื่อง ท่าอากาศยานนานาชาติสุราษฎร์ธานี จำนวน 1 เครื่อง ท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานี จำนวน 2 เครื่อง ท่าอากาศยานขอนแก่น จำนวน 1 เครื่อง ท่าอากาศยานแม่สอด จำนวน 1 เครื่อง และท่าอากาศยานนานาชาติอุบลราชธานี จำนวน 1 เครื่อง หลังจากนำร่องติดตั้ง ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิเป็นแห่งแรกเมื่อปี 2560 เพื่อรองรับการใช้บริการของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติให้เพียงพอ และครอบคลุมทั่วประเทศ

สมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท)

“โดยภายในปี 2562 ไปรษณีย์ไทย และกรมท่าอากาศยาน จะร่วมกันนำเครื่องบริการไปรษณีย์อัตโนมัติ มาติดตั้งเพิ่มเติมอีก 10 แห่ง และคาดว่าจะสามารถติดตั้งครบทุกแห่งภายในปี 2563”

สมร กล่าวต่อว่า สำหรับขั้นตอนการส่งสะดวกสบายเพียง “ชั่งน้ำหนักสิ่งของ” โดยการฝากส่งในประเทศต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 500 กรัม ขณะที่การฝากส่งปลายทางต่างประเทศต้องไม่เกิน 10 กิโลกรัม “เลือกปลายทาง” ที่ต้องการฝากส่งก่อนจะชำระเงิน โดยเครื่องจะจำหน่ายซองกันกระแทกขนาด C4 ที่มีข้อความ “Post & Fly” กำกับอยู่ที่มุมซอง พร้อมสติ๊กเกอร์สำหรับประทับบนซองแทนตราประทับประจำวัน จากนั้นจึงฝากส่งโดยให้ “บรรจุสิ่งของ” ลงในซองที่ได้จากเครื่องเท่านั้น ผนึกสติ๊กเกอร์รอยประทับไปรษณียากรให้เรียบร้อย และวางซองดังกล่าวลงในช่องรับฝาก

โดยผู้ใช้บริการ “ต้องกรอกหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน” หรือหมายเลขหนังสือเดินทาง เพื่อยืนยันตัวตนผู้ฝากส่ง และยืนยันว่าสิ่งของที่ฝากส่งมิใช่สิ่งของต้องห้ามฝากส่งทางไปรษณีย์ อาทิ วัตถุมีคมที่มีหรือไม่มีเครื่องหุ้มห่อป้องกัน วัตถุระเบิด สิ่งมีชีวิต วัตถุอัดก๊าซและวัตถุไวไฟ ฯลฯ ทั้งนี้ หากตรวจพบสิ่งของต้องห้ามฝากส่งจะถูกปฏิเสธจากอากาศยาน ตามมาตรการรักษาความปลอดภัยของไปรษณีย์ไทยและท่าอากาศยานฯ และหากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบผู้กระทำผิด ไปรษณีย์ไทยจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถใช้บริการดังกล่าวได้ง่ายๆ ด้วยค่าบริการแบบเหมาจ่ายในราคาประหยัด ส่งไปยังปลายทางได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก โดยการฝากส่งที่มีปลายทางในประเทศ ไปรษณีย์ไทยจะจัดส่งด้วยบริการไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) มีอัตราค่าบริการแบบเหมาจ่าย ในราคา 50 บาทต่อชิ้น สำหรับปลายทางต่างประเทศ จะให้บริการด้วยบริการไปรษณีย์ลงทะเบียนระหว่างประเทศ อัตราค่าบริการจะจัดแบ่งตามโซนหรือทวีป ได้แก่ ทวีปเอเชีย ค่าบริการ 400 บาท ทวีปยุโรป แอฟริกา กลุ่มโอเชียเนีย และโซนอเมริกา ค่าบริการ 450 บาท สมร กล่าว

อย่างไรก็ตาม เครื่องบริการไปรษณีย์อัตโนมัติ (APM) เป็นหนึ่งในการยกระดับระบบปฏิบัติการของไปรษณีย์ไทยสู่การเป็นไปรษณีย์ไทยยุคดิจิทัล ซึ่งมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมการปฏิบัติการและการบริการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดประโยชน์กับผู้ใช้บริการสูงสุด ครอบคลุมทั่วประเทศตลอด 24 ชั่วโมง นางสมร กล่าวทิ้งท้าย

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ THP Contact Center 1545 หรือเว็บไซต์ www.thailandpost.co.th

ติดตามข่าวธุรกิจการและกลยุทธ์การตลาดได้ที่ นิตยสารเอสเอ็ม และ www.smmagonline.com 

Share.