10  เทรนด์การสร้างแบรนด์ที่สร้างสรรค์สำหรับปี 2019

0

smmagonline-โลโก้เป็นเหมือนหน้าตาด้านแรกของแบรนด์ ในการสร้างแบรนด์จึงต้องให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ ไม่แพ้เรื่องอื่นๆ ตั้งแต่ต้นปีหลายแบรนด์ดังเริ่มมีการปรับเปลี่ยนโลโก้ให้เห็น มาดูกันว่าอะไรคือเทรนด์การสร้างแบรนด์ผ่านโลโก้ดีไซน์ที่จะเกิดขึ้นหนาตาในปีนี้ 2019 นี้ 

1.โลโก้ที่มีการเปลี่ยนรูปแบบ: ตามบริบท ตัวแปร และการตอบสนอง

ก่อนอื่นมาเริ่มด้วยเทรนด์การสร้างแบรนด์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปี 2019 เพราะมีผลกระทบกับทุกคนโดยไม่คำนึงถึงตัวบริษัท ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้นักการตลาดจำนวนมากหันมาสนใจการปรับเปลี่ยนโลโก้ที่เหมาะสมยิ่งขึ้น

แนวคิดก็คือแบรนด์ควรมีเวอร์ชั่นของโลโก้ที่แตกต่างเพื่อให้พวกเขาสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการเลือกโลโก้ที่เหมาะสมแต่ละแอปพลิเคชัน โลโก้สำหรับแอพมือถือของคุณ? หรือกำลังทำแคมเปญเพื่อเด็กๆ ก็ควรใช้โลโก้ที่มีสีสันสดใสหรือมีลายการ์ตูน เพื่อให้น่าดึงดูดยิ่งขึ้น

3 สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเมื่อคิดจะปรับเปลี่ยนโลโก้:

การตอบสนอง – บนแพลตฟอร์มดิจิทัล   โลโก้ของคุณจะเปลี่ยนเพื่อรองรับให้พอเหมาะกับขนาดของหน้าจอ (เช่นเดสก์ท็อปแท็บเล็ตสมาร์ทโฟน ฯลฯ )

ตามบริบท – โลโก้ของคุณจะเปลี่ยนไปตามสถานที่ที่ใช้ (เช่นโลโก้โทนสีเดียวที่จะพิมพ์ลงบนนามบัตรติดต่อทางธุรกิจ โลโก้ที่ปรับแต่งเองเพื่อให้พอเหมาะกับหมวกเบสบอล ฯลฯ )

ตัวแปร – บางส่วนของโลโก้ของคุณจะต้องมีการเปลี่ยนให้เหมาะกับแคมเปญการตลาด (เช่นใช้ภาพที่แตกต่างเพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่าง  หรือส่งเสริมผลิตภัณฑ์ / บริการอื่น ๆ )

อย่างไรก็ตามแนวโน้มที่สำคัญก็คือคุณสามารถเปลี่ยนโลโก้ได้ตามความต้องการของคุณ โดยปกติแล้วส่วนใหญ่จะใช้ประมาณ 4 เวอร์ชัน

2.ฟอนต์ serif ที่สะดุดตา

เป็นเวลาหลายปีที่สายมินิมัลลิสต์ครองการออกแบบด้านดิจิทัล ซึ่งไม่ได้เพราะความสวยงามเท่านั้นแต่ยังมีฟังก์ชั่นที่ใช้ประโยชน์ได้ทุกจุดสูงสุด   การออกแบบที่เรียบง่ายนั้นง่ายต่อการโหลดและดูดีเมื่อปรากฎบนหน้าจอขนาดเล็ก  ฟอนต์สามารถแบ่งได้เป็นสองประเภทใหญ่ๆ คือ แบบมีเชิง (serif) และแบบไม่มีเชิง (sans serif) โดย Serifs มีต้นกำเนิดมาจากอักษรที่จารึกไว้ในหินของอาณาจักรโรมัน และมักจะใช้กับงานสื่อสิ่งพิมพ์หรือเนื้อความที่เยอะ แต่เมื่อไม่นานมานี้เราเริ่มเห็นฟันเฟืองของความเป็นมินิมอลลิสต์รวมถึงเทรนด์ serif ล่าสุดที่น่าสนใจ

Serifs –  กลับมาอีกครั้งในปี 2019 อาจเป็นเพราะการกลับมาของสไตล์ old-fashioned

แต่ส่วนใหญ่เป็นเพราะความโดดเด่นมีเอกลักษณ์ในการสื่อสารบุคลิกภาพของแบรนด์ ในปีนี้คาดว่าเราจะได้เห็น serifs ที่สะดุดตาและเป็นรูปแบบการทำขึ้นมาเอง   พร้อมคาแรกเตอร์มากมายที่นำสไตล์ของแบรนด์ไปสู่อีกระดับ ฟอนต์ serifs   ของปีนี้มีความแข็งแกร่งและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทำให้เทรนด์แบรนด์นี้มีความทันสมัยและคลาสสิกไปพร้อม ๆ กัน  อย่างไรก็ตามเหมาะจะใช้เป็นโลโก้ ไทเทิ้ลหรือส่วนหัวเท่านั้น แต่ไม่เหมาะสำหรับสำหรับกลุ่มข้อความขนาดใหญ่ Serifs สามารถช่วยให้แบรนด์หรือสโลแกนของคุณดูโดดเด่นยิ่งขึ้น แต่มันจะทำให้ตัวบทความดูรกได้เช่นกัน

3.รูปทรงเรขาคณิตที่ดูจับต้องและเข้าถึงได้

ลองมาพูดถึงหนึ่งในแนวโน้มแห่งอนาคตในการสร้างแบรนด์กันบ้าง  การสร้างแบรนด์ทางเรขาคณิตมักจะมีความเกี่ยวข้องกับgird , เส้นตรงและรูปทรงนามธรรมที่ทันสมัย สไตล์นี้ดึงดูดความต้องการของผู้คนในด้านโครงสร้างและความเรียบร้อยรวมถึงสะท้อนความหลงใหลในปัจจุบันของพวกเขาด้วยความเป็น modernism

แต่รูปทรงเรขาคณิตเพียงอย่างเดียวนั้นมาพร้อมกับข้อเสียเปรียบเพราะให้ความแข็งกระด้างและดูเย็นชา ทั้งยังแฝงด้วยความกดดัน ทำให้มีวิวัฒนาการของรูปทรงเรขาคณิตในการสร้างแบรนด์  เพื่อรับมือกับข้อเสียเหล่านี้ นักออกแบบจึงใช้เทคนิคสองประการในการสร้างรูปทรงเรขาคณิตที่เป็นมิตรและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

ในปี 2019 อันดับแรกคุณสามารถประยุกต์รูปทรงดังกล่าวเข้ากับสีที่สว่างและอบอุ่นซึ่งความร่าเริงจะกำจัดจุดด้อยของสไตล์ ประการที่สองคุณสามารถเพิ่มส่วนโค้งให้อ่อนช้อยมากขึ้นซึ่งน่าดึงดูดมากกว่าเส้นตรงและมุมที่คมชัด วิธีนี้การสร้างแบรนด์ของคุณจะได้รับประโยชน์จากเส้นที่ดูสบายตาและทันสมัย ​​แต่ยังคงรักษาความเป็นมิตรและน่าเข้าถึงได้ในเวลาเดียวกัน

โลโก้และแพคเกจจิ้งที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสไตล์วินเทจ

กลับไปสู่เทรนด์แบบดั้งเดิมมากขึ้นในปี 2019 เราจะเห็นการกลับมาของการสร้างแบรนด์วินเทจโดยผ่านทางการออกแบบโลโก้และแพคเกจจิ้ง

โดยทั่วไปแล้วโลโก้ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสไตล์วินเทจจะอยู่ตรงกลางของภาพหลักโดยทั่วไปซึ่งมักจะเป็นภาพวาดที่วาดด้วยมือและมักจะปรากฎอยู่ในกรอบตราสัญลักษณ์ที่มีชื่อของ บริษัท  รวมไปถึงปีที่ก่อตั้ง  อย่างไรก็ตาม คุณสามารถควบคุมได้ว่าสไตล์วินเทจที่คุณใช้ในการสร้างแบรนด์ของคุณจะให้มากหรือน้อยเพียงใด  หากคุณไม่ต้องการ “ย้อนยุคสมบูรณ์แบบ” คุณสามารถเลือกและเลือกองค์ประกอบที่จะใช้ได้ เช่น การใช้โลโก้ที่ทันสมัยมาตัดกันหรือใช้แค่วันที่ก่อตั้งเท่านั้น

5.รายละเอียดที่สลับซับซ้อน

Serif ไม่ได้เป็นเทรนด์เดียวที่ต่อสู้กับความเรียบง่ายของสาย minimalism  เพื่อเป็นการตอบสนองโดยตรงต่อเทรนด์ การสร้างแบรนด์หนึ่งที่ดึงดูดเมื่อไม่นานมานี้คือการรวบรวมรายละเอียดการตกแต่งที่สลับซับซ้อนทำให้การออกแบบของคุณดูน่าสนใจ ลายเส้นได้แรงบันดาลใจจากสไตล์บาร็อคและอาร์ตเดคโครวมถึงความนิยมล่าสุดของภาพประกอบที่วาดด้วยมือ ในขณะที่เทรนด์นี้สามารถสร้างภาพที่สวยงามและเป็นศิลปะสำหรับแบรนด์ของคุณ

6.Pixel Art

ต้องการผสมผสานความเป็นสไตล์ของโลกอนาคตกับเรโทรเข้ากับแบรนด์ของคุณไหม ซึ่งตรงนี้มีลักษณะคล้ายกับภาพของเกมส์ในสมัยก่อน

Pixel Art หรือ 8 bit  นั้นเป็นการใช้สี่เหลี่ยมสีขาวดำที่มีขนาดใหญ่ซึ่งคล้ายกับพิกเซลของแต่ละบุคคล มาจัดระเบียบให้เป็นรูปทรงที่เป็นที่รู้จักไม่ว่าจะเป็นดอกไม้แบบง่าย ๆ หรือจะประยุกต์ให้เข้ากับจินตนาการรูปแบบใดก็ได้

7.Ghost letters

ในขณะที่เทรนด์ด้านการพิมพ์จะเป็นไปตามกฎเกณท์ของพวกเขา  แต่เทรนด์แบบ Ghost letters ที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบันนี้ ซึ่งมักจะเกียวข้องกับโครงร่างของตัวอักษรที่มีความโปร่งใสภายในและทำให้คุณสามารถมองผ่านพวกเขาได้จากภาพแบ็คกราวนด์ด้านหลัง

จุดเริ่มต้นนั่นเริ่มจาก Ghost Button เป็นแนวการออกแบบปุ่มใสๆ ที่เน้นความเรียบง่าย  ที่อยู่ในแนวทางการออกแบบของ Flat Design และฮิตไปพร้อมกับภาพฮีโร่ซึ่งเป็นเทรนด์ต้นปี 2010  รวมเข้าด้วยกันเพื่อรับกับGhost letters ที่ค่อนข้างใหญ่และมักจะทำให้อ่านได้ง่านสบายตา

8.ภาพ 3 มิติ

เทคโนโลยีมีอิทธิพลอย่างมากต่อแนวโน้มการสร้างแบรนด์  ไม่ว่าจะเป็น

ภาพเคลื่อนไหวโลโก้ Wolf Gang ,ภาพเคลื่อนไหวโลโก้โดย ultrastjarna

นั่นคือสิ่งที่เราเห็นเมื่อเร็ว ๆ นี้ด้วยภาพ 3 มิติ ศิลปินได้นำการออกแบบที่ทันสมัยมาประยุกต์เข้ากับภาพ3 มิติเสมือนจริง ซึ่งทำให้เส้นแบ่งระหว่างภาพในชีวิตจริงและภาพที่สร้างจากคอมพิวเตอร์นั้นดูใกล้กันแค่เอื้อม

เทรนด์นี้ใช้งานได้เหมาะกับโลโก้ แบคกราวน์และแม้แต่ตัวอักษร เมื่อนำไปใช้กับการสร้างแบรนด์คุณสามารถแสดงให้ลูกค้าเห็นว่าแบรนด์ของคุณมีความทันสมัยและชาญฉลาดเพียงใดโดยไม่จำเป็นต้องพูดอะไรเลย

9.พื้นที่ว่างเชิงลบในปฎิบัติการเชิงรุก

ไม่ใช่ว่าเทรนด์ทั้งหมดจะมีที่มาจากเทคโนโลยีหรือการสะท้อนกลับของสภาพสังคม แต่บางเทรนด์แนวโน้มบางอย่างเป็นสิ่งที่คนต้องการในขณะนี้ เราเห็นการออกแบบที่รวมเอาพื้นที่ว่างเชิงลบในปฎิบัติการเชิงรุกด้วยวิธีการที่ชาญฉลาด “proactive negative space” ซึ้งเป็นการใช้พื้นที่ว่างให้เป็นส่วนหนึ่งของภาพของคุณเพื่อสื่อสารความหมายที่ซ่อนอยู่   เมื่อไม่นานมานี้นักออกแบบได้นำพื้นที่ว่างเชิงลบไปสู่อีกระดับการใช้ด้วยสร้างการออกแบบที่น่าจดจำและสร้างสรรค์

เทรนด์นี้เหมาะสำหรับการเพิ่มความเป็นคู่และระดับที่ซ่อนอยู่ในกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ของคุณซึ่งจะช่วยให้คุณใช้ภาพสองภาพแทนภาพเดียว ด้วยการเปลี่ยนพื้นที่ว่างเชิงลบให้เป็นภาพ ที่คุณจะทำให้โลโก้กลายเป็นข้อความมีชีวิตชีวามากขึ้นและหลีกหนีความจำเจ

10.Neo-minimalism

“neo-minimalism” คือซับเซ็ตของความ minimalism ซึ่งเป็นสไตล์ของยุคใหม่ และอาจพูดได้ว่าเป็นส่วนขยายเพิ่มเติมของ minimalism แม้จะมีดีเทลดลงแต่ก็ยังเพิ่มพื้นที่ว่างเชิงลบมากขึ้น ซึ่งผสมผสานกับสีที่ฉูดฉาดและการพิมพ์ตัวหนา ดังนั้น

ในการออกแบบแนว neo-minimalism ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเห็นหน้าเว็บทั้งหมดว่างเปล่ายกเว้นคำหนึ่งหรือสองคำ สีและแบบอักษรเป็นจุดเด่นแค่นั้น  รวมถึงแพคเก็จจิ้งเช่นกัน

ที่มา

ติดตามข่าวธุรกิจการและกลยุทธ์การตลาดได้ที่ นิตยสารเอสเอ็ม และ www.smmagonline.com 

 

Share.