เฟซบุ๊ก ล่ม “หลายชั่วโมง” อินสตราแกรม วอทส์แอพ เจอโดมิโนล่มตาม ทำโซเชียลคอมเมิร์ซสะดุ้ง!!

0

smmagonline- เฟซบุ๊ก ล่ม!! ไม่ใช่แค่ 2-3 นาที หรือเพียงชั่วเวลาสั้น ๆ ที่ผู้ใช้ยังไม่ทันรู้ตัวแบบที่ผ่านมา แต่เป็นการล่มทั่วโลกและนานเกินชั่วโมง ถือเป็นสัญญาณน่าตกใจไม่น้อย ยิ่งถ้าใครเคยได้ดูภาพยนตร์ The Social Network ที่อ้างอิงเรื่องราวที่มาของเฟซบุ๊ก เมื่อหลายปีก่อนด้วยแล้ว คงจะยิ่งเข้าใจดีว่า การป้องกันไม่ให้ระบบถูกโจมตี หรือล่ม นั้นถือเป็นภารกิจใหญ่แค่ไหนที่เฟซบุ๊ก ให้ความสำคัญเป็นลำดับต้น ๆ เพราะนั่นไม่ใช่แค่ความน่าเชื่อถือต่อผู้ใช้ แต่ยังแสดงถึงความเชื่อมั่นทั้งต่อองค์กรและในสายตาผู้ใช้ในอีกหลาย ๆ ด้านอีกด้วย

ในกรณีนี้ ผลกระทบหนึ่งที่เห็นชัดสำหรับผู้ใช้ในไทยกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่แค่คนติดโซเชียลเท่านั้น แต่ในเมืองหลวงเฟซบุ๊ก อย่างประเทศไทย ผู้ซึ่งได้ชื่อว่าเปิดตลาดรวมทั้งมีบทบาทสอนให้เฟซบุ๊ก หันมารู้จักโซเชียลคอมเมิร์ซด้วยซ้ำนั้น ต้องตกใจและคิดกันหนักอีกรอบว่า นับจากนี้พวกเขาจะวางใจหรือหวังพึ่งพาเฟซบุ๊ก ได้ต่อไปอีกนานแค่ไหน โดยเฉพาะจากที่เคยหวั่นไหวมาก่อนหน้านี้ ที่เฟซบุ๊ก จำกัดการเห็นฟีดของผู้ใช้ที่ไม่ยอมจ่ายเงินซื้อโฆษณาในเฟซบุ๊ก ไปแล้วมากมาย

แล้วเหตุการณ์ล่าสุดนี้ ก็กลับมาสร้างความหวั่นใจให้กับบรรดาแม่ค้าออนไลน์อีกรอบ เล่นเอาบรรดาแม่ค้าโซเชียลคอมเมิร์ซหลายไหน ถ้ายังไม่มีที่พึ่งอื่น อย่างน้อยก็มีเว็บไซต์หรือร้านค้าจริงของตัวเองไว้รองรับ ต้องรีบคิดเริ่มต้นจริงจังได้แล้ววันนี้ โดยเฉพาะต้องไม่ลืมสูตรที่ว่า

  • โซเชียลมีเดียไม่ได้มีไว้เพื่อการค้าเป็นหลัก แม้คุณจะเริ่มทำธุรกิจให้เกิดจากตรงนี้ก็ตามที
  • ใช้เฟซบุ๊กให้ถูกทาง เช่น เป็นช่องทางให้คนรู้จักแบรนด์ แต่ต้องมีเว็บไซต์ที่เป็นบ้านหลักสำหรับให้ข้อมูลเพิ่มเติมและเป็นช่องทางหลักในระยะยาว
  • ให้ลูกค้ามีช่องทางอื่นในการค้นหาเพื่อเข้าถึงเว็บไซต์นอกจากเข้ามาทางเฟซบุ๊ก เช่น ผ่านระบบค้นหาในกูเกิล

ทั้งหมดนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ลดความเสี่ยงในการพึ่งพาเฟซบุ๊ก แต่ยังจะทำให้ธุรกิจมีความน่าเชื่อถือขึ้นด้วย

Facebook, Instagram และ WhatsApp ล่มพร้อมเพรียงกันเป็นเวลาหลายชั่วโมง

ผู้ใช้ Facebook ทั่วโลกต่างประสบปัญหาไม่สามารถใช้งานได้ ซึ่งรวมไปถึงแอปพลิเคชันอื่นๆ ในเครือเฟซบุ๊กอย่าง Instagram และ WhatsApp เมื่อคืนวันพุธต่อเช้ามืดวันพฤหัสที่ผ่านมา ตามเวลาในไทย) โดยFacebook ไม่ได้แจ้งเหตุผลที่ชัดเจนนอกเหนือไปจาก ชี้แจงผ่านบัญชีทวิตเตอร์  ของตัวเองว่า

เราทราบว่าบางคนกำลังประสบปัญหาในการเข้าถึงเฟซบุ๊ก รวมถึงสื่ออื่นๆ ในเครือ เรากำลังดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งย้ำว่า “ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวกับการโจมตีแบบ DDoS”

DDoS คือการจู่โจมเว็บไซต์เป้าหมาย โดยอาศัยการรุมจู่โจมจากหลายๆ ที่พร้อมๆกัน ทำให้เว็บไซต์ใช้งานไม่ได้ในที่สุด

แต่อย่างไรก็ตามทำให้ความนิยมในทวิตเตอร์พุ่งสูงขึ้นทันที เพราะแม้แต่ Facebook ซึ่งเป็นเครือข่ายโซเชียลที่ใหญ่ที่สุดในโลกยังต้องใช้บริการตรงนี้เพื่อแจ้งข่าวสารยามขัดข้อง

มาร์ก เอลเลียต ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Elliot Zuckerberg)

รายงานของปัญหาเกี่ยวกับ Facebook พุ่งสูงถึง 11,000 แห่งทั่วโลกตามรายงานของ Down detector ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ผู้ใช้สามารถรายงานปัญหาเกี่ยวกับแอพและเว็บไซต์ ยังพบว่าในหลายพื้นที่ทั่วโลกยังคงประสบปัญหาการใช้งานเฟซบุ๊ก ได้แก่ นิวยอร์ก แคลิฟอร์เนียและซีแอตเทิล รวมไปถึง ญี่ปุ่นฟิลิปปินส์เปรูและเมืองใหญ่ ๆ ในออสเตรเลีย

โดยผู้ใช้รายงานปัญหาที่แตกต่างกันออกไป อาทิ การที่ไม่สามารถโหลดเว็บไซต์ได้ตลอดจนไม่สามารถแสดงความคิดเห็น เข้าสู่ระบบเฟสบุ๊คไม่ได้ รูปโปรไฟล์ไม่ขึ้น โหลดฟีดข่าวไม่ได้

ก่อนหน้านี้ Facebook เคยประสบปัญหาในฐานะเครื่องมือสำหรับผู้โฆษณาเมื่อเดือนพฤศจิกายนในขณะที่นักการตลาดพยายามลงโฆษณาในช่วง  Black Friday และ Cyber ​​Monday มาแล้ว อย่างไรก็ตาม จากการประมาณการยอดขายจากโฆษณาในปี 2019  บริษัท Facebook Inc. คาดว่าจะสร้างรายได้เฉลี่ยต่อวันประมาณ 189 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

แต่ครั้งนี้เป็นการล่มที่กินเวลาหลายชั่วโมงซึ่งถือว่ารุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ ส่วนบางคนที่ยังเข้าได้นั้นอาจเป็นเพราะเคยล็อคอินค้างไว้

Facebook เคยประสบปัญหาเช่นนี้มาแล้วในปี 2013 แม้จะไม่นานแต่ก็ส่งผลประทบต่อเว็บไซด์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นThe New York Times และ CNN รวมไปถึงผู้ใช้รายอื่นที่ต้องใช้เป็นเครือข่าย ในการประกอบธุรกิจ

ที่มา: (1), (2)

ติดตามข่าวธุรกิจการและกลยุทธ์การตลาดได้ที่ นิตยสารเอสเอ็ม และ www.smmagonline.com 

Share.