แสนสิริ x อาวดี้ เหนือกว่า Green Mission คือ Insight ผู้บริโภคต้องการ Status และประสบการณ์เหนือระดับ

0

sm magazine-พรีเมียม EV ของ “อาวดี้” เพื่อผู้บริหาร และลูกบ้านในโครงการ แบรนด์ “แสนสิริ” อยากบอกอะไร

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) แบรนด์ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของไทย ในการประกาศร่วมมือกับ อาวดี้ ประเทศไทย (Audi Thailand) โดยไฮไลต์ว่า ครั้งนี้เป็นการย้ำจุดยืนองค์กรเรื่องกรีน ผ่านนโยบายกรีนมิชชั่น (Green Mission) ครั้งแรกของโลก ภายใต้ชื่อโครงการ “AUDI x SANSIRI Strategic Partnership: Dare to Change” ซึ่งมี 3 พันธกิจหลัก คือ เพื่อโลกสีเขียว ลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และเพื่อสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน

แต่นอกจากเป้าหมายตามพาดหัว แท้จริงแล้วสิ่งที่แสนสิริได้ไปเต็ม ๆ และส่งผลบวกต่อแบรนด์จากความร่วมมือครั้งนี้คืออะไรกัน นอกเหนือจากที่บริษัทฯยืนยันว่า เป็นองค์กรแรกในเอเชียที่หันมาทำโครงการแบบนี้ จากการนำ Audi e-tron รถยนต์พลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียมาใช้งานในองค์กร ทั้งในส่วนของผู้บริหาร และให้ลูกค้าในโครงการได้สัมผัส ผ่านแผนงานขยายสู่ Car Sharing สำหรับการให้บริการรถยนต์รุ่นดังกล่าวในการใช้งานพื้นที่ส่วนกลางในโครงการคืออะไร ไปหาคำตอบร่วมกัน

AIRBNB ต้นแบบการสร้างประสบการณ์ในรูปแบบเดียวกัน  

การนำรถยนต์ไฟฟ้าหรูของอาวดี้ มาใช้ในลักษณะโคแบรนด์ดิ้งในโครงการแบบนี้ แบรนด์ที่เคยริเริ่มทำมาก่อนคือ แอร์บีเอ็นบี (AIRBNB) แพลตฟอร์มให้เช่าที่พักออนไลน์ในคอนเซ็ปต์ของแชร์ริ่งอีโคโนมี่ โดยแอร์บีเอ็นบีเลือกทำเฉพาะโลเคชั่น และทำแบบเฉพาะเจาะจง โดยให้ผลที่ตอบโจทย์เรื่องของแบรนด์โดยเฉพาะต่อทั้งสองฝ่ายที่ร่วม Co-Brand กัน 

ไอเดียในครั้งนั้น กำหนดไว้ว่า ต้องการให้การโคแบรนด์ดิ้งระหว่างอาวดี้กับแอร์บีเอ็นบี เป็นการส่งมอบประสบการณ์สุดท้าท้ายในสถานที่พิเศษ เพื่อสร้างให้เป็นโอกาสพิเศษของครอบครัวด้วยการ เลือกโลเคชั่นเฉพาะที่ Dead Valley House เพื่อสร้างเป็นเพลย์กราวด์ให้กับการทดลอง Supercar

วิธีการที่แอร์บีเอ็นบีทำคือ

ให้อาวดี้นำรถยนต์รุ่น R8 เข้าร่วมกับแอร์บีเอ็นบี ในการสร้างเส้นทางท่องเที่ยวพักผ่อนตากอากาศไปในทะเลทราย รัฐเนอร์วาดา ผู้ที่เลือกจองห้องพักนี้ จะได้รับประสบการร์พิเศษ คือ มีรถ Audi R8 V10 Plus จอดรออยู่หน้าบ้านพักให้ได้สัมผัสประสบการณ์จากรถรุ่นดังกล่าว เพื่อสร้างประสบการณ์ส่วนตัวภายในสนามเด็กเล่นของ Supercar ส่วนตัวขนาด 80 เอเคอร์ส

ใครมีสิทธิ์ได้ประสบการณ์นี้

ผู้ใช้บริการรายใดก็ได้ ที่พร้อมจะจ่ายค่าที่พักคืนละ 610 เหรียญสหรัฐ โดยแอร์บีเอ็นบีจะให้บริการแบบ First Come, First Serve โดยเริ่มเปิดให้จองเมื่อเดือนกันยายน 2018 คนที่จองได้ ยังจะได้รับบริการคนขับรถส่วนตัว เชฟส่วนตัว และกิจกรรมยามเย็นอีกมากมาย

Co-Brand แบบนี้ตอบ Insight อะไรของผู้บริโภค

เรื่องแบบนี้ ซึ่งจะว่าไปแล้วมีรูปใกล้เคียงกับความร่วมมือของแสนสิริและอาวดี้ค่อนข้างมาก เกิดจากอินไซต์ที่ว่า แบรนด์ต้องการให้ลูกค้ามีโอกาสสัมผัสแบรนด์ สัมผัสสินค้าที่เป็นรุ่นพรีเมียม และต้องการส่งมอบประสบการณ์ตรงนั้นให้กับลูกค้าในวงกว้างมากขึ้น

ขณะที่ลูกค้าเป้าหมายของแบรนด์ ก็มีอินไซต์ที่ต้องการสถานะ (Status) ที่เหนือระดับกว่า และมักจะตี่นเต้นและโหยหาจากประสบการณ์ที่พิเศษ หรือมีโอกาสที่เปิดให้คนทั่วไปเข้าถึงได้ยาก ดังนั้นการได้ทดลอง Supercar ในลักษณะนี้ในที่ที่เป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง ถือเป็นการตอบอินไซต์ที่จะทำให้ผู้บริโภครักและภักดีต่อแบรนด์ หรือรักแบรนด์มากขึ้นได้ดังที่แบรนด์ตั้งใจไม่ยากเลย  

อภิชาติ จูตระกูล ประธานอำนวยการ บริษัทแสนสิริ จำกัด (มหาชน) (SIRI) กล่าวถึงความร่วมมือกับอาวดี้ ในครั้งนี้่่ว่า ถือเป้นครั้งแรกในโลกระหว่าง 2 อุตสาหกรรมที่ก้าวข้ามมาบรรจบกัน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงด้าน Green Ecosystem แต่กระนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เบื้องต้นสิ่งที่สองแบรนด์ได้คือภาพลักษณ์ที่ช่วยเสริมซึ่งกันและกันหลังการโคแบรนด์

ติดตามข่าวธุรกิจการและกลยุทธ์การตลาดได้ที่ นิตยสารเอสเอ็ม และ www.smmagonline.com 

Share.