ความฝัน กับ ความท้าทาย ของ ออปโป้

0

smmagonline-I have a dream ทำให้ออปโป้ปล่อย F11 Pro ออกมาเพื่อสานต่อความฝัน และแม้ไตรมาส 4 ปี 2561 ที่ผ่านมา ออปโป้จะก้าวสู่เบอร์ 1 สมาร์ทโฟนด้วยส่วนแบ่งการตลาด 22% แต่หนทางข้างหน้าก็ยังเต็มไปด้วยความท้าทายว่า ออปโป้จะยืนอยู่จุดนี้ได้มั่นคงเพียงไร

ชานนท์ จิรายุกุล

“ผมเริ่มต้นมาจากประโยคที่ว่า “I have a dream” จากที่ออปโป้มียอดขายแค่ไม่กี่เครื่อง แต่ผมมีความฝันที่อยากผลักดันให้oppo มียอดขายอันดับ1” ชานนท์ จิรายุกุล รองประธานกรรมการฝ่ายบริหาร ออปโป้แห่งประเทศไทย กล่าว

ไตรมาส4 ที่ผ่านมาออปโป้ได้ก้าวขึ้นเบอร์ 1 ของตลาดสมาร์ทโฟนด้วยมาร์เก็ตแชร์ที่ 22% แต่เมื่อสำเร็จก็นำไปสู่คำถามที่ว่าทำไมออปโป้ถึงประสบความสำเร็จทั้งๆที่ในไทยมีการแข่งขันของตลาดสมาร์ทโฟนที่สูง ทางออปโป้ได้ให้เหตผลเป็นข้อ ๆ ดังนี้ ว่า

  1. Product ที่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพและเทคโนโลยีต่างๆ อีกทั้งนวัตกรรมใหม่ๆ เจ้าแรกของโลก เช่น vooc frash change, การซูม10เท่าโดยไม่สูญเสียรายละเอียด โดยแบ่งย่อยออกเป็น Worldwide R&D และ Global design ออปโป้มีศูนย์วิจัยและเรื่องของดีไซน์ที่สวยงามเหมือนเครื่องประดับ พร้อมตั้งงบR&D ทั่วโลก 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐรวมทั้งหมด 4 แห่ง และ ศูนย์วิจัยอีก 6 แห่งที่ใช้ 30 ล้านดอลสหรัฐ และตามหาสตาร์ทอัพตามมหาลัยหรืออาชีพต่างๆ ที่มีพลัง ไอเดีย พร้อมจะโชว์ศักยภาพ 5G
  2. การตลาด แบบglobal marketing และการให้ความสำคัญของเอกลัษณ์และวัฒนธรรมอันดีงามของแต่ละพื้นที่ อย่างแคมเปญสงกรานต์ที่ไม่ได้โชว์ product แต่ต้องการสะท้อนและพัฒนาให้สังคมดีขึ้น
  3. การบริการ มีศูนย์บริการ 46 แห่ง บริการเด่นๆ เช่น 1 hr. Flash fix หรือบริการซ่อมเร็วภายใน 1 ชม.

วัตถุประสงค์หลักของออปโป้ครั้งล่าสุดคือการออกมาเปิดตัว F11 Pro ที่พยายามลบคำสบประมาทที่ว่า เซลฟี่สวยอย่างเดียวด้วย brilliant portrait in low light พอร์ทเทสสวยแม้แสงน้อย โดยมีการพัฒนาจาก F9 ใส่ vooc 3.0 ในมือถือราคาระดับกลาง (ปกติจะมีเฉพาะในมือถือรุ่นเรือธง)

vooc ตัวนี้ดีกว่าตัวเก่า 20% 4,000 มิลลิแอมป์ เปิดจองเมื่อวันศุกร์ที่15 มีนาคม ที่ผ่านมา ด้วยการทำแฟรชเซลกับลาซาด้า สามารถใช้เวลาเพียง 2 นาทีเท่านั้นก็ขายหมด

จากวันถึงวันนี้ ออปโป้บอกว่าได้เป้าหมายเกิน 80% แล้ว ยอดจองมากกว่า F9 ถึง 2 เท่าในเวลาเดียวกันด้วยราคา 10,990 บาท กล้องไร้รอยบาด(ซ่อนกล้อง) ความละเอียดกล้องหลังคู่ 48 ล้าน Hyperboost ให้เครื่องเสถียร เครื่องเร็ว ปิดแอฟที่ไม่ได้ใช้ให้เครื่องไม่หน่วง ซึ่งออปโป้มีความคาดหวังว่าจะขายได้ 100% ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เนื่องจากจะปิดจองในวันที่ 27 นั่นเอง

เซ็กเมนท์มือถือ

  • ระดับเริ่มต้น ราคาประมาณ 5 พัน
  • ระดับกลาง ราคาประมาณ 1 หมื่น
  • ระดับบน ราคาประมาณ 2 หมื่นขึ้นไป

ความท้าทายของออปโป้

ที่ผ่านมา ออปโป้เน้นทำตลาดอยู่ในมือถือระดับกลาง ซึ่งทำผลงานได้ดีจนมียอดขายเป็นอันดับหนึ่ง แต่ปีนี้ออปโป้ท้าทายตัวเองด้วยการดันตัวเองไปสู้กับมือถือระดับบน

“จากเมื่อก่อนเราไม่เคยสื่อสารด้วยภาพของมือถือระดับบน เพราะไม่เคยขายเครื่องเกิน 2 หมื่นบาทเลย แต่ก็เริ่มมีการชิมลางทำตลาดมาเรื่อย ปีนี้ตั้งเป้าว่าจะลุยตลาดระดับไฮเอ็นด์มากขึ้น”

ตัวอย่างรุ่นที่ออปโป้เคยส่งไปชิงส่วนแบ่งในตลาดไฮเอ็นด์มาแล้ว เช่น  R17pro ซึ่งเป็นมือถือระดับไฮเอ็นด์ตัวแรกของออปโป้ที่นำเข้ามาจำหน่ายในไทย ไม่ต้องถามถึงยอดขาย เพราะถ้าเทียบในเชิงยูนิตกับยี่ห้ออื่นอาจสู้ไม่ได้ แต่เชิงเป้าหมายของยอดขายถือว่าอยู่ในระดับที่ออปโป้พอใจ เพราะเกินเป้าไปหลายเปอร์เซ็นต์

ดังนั้นปีนี้ เป้าหมายของออปโป้ จึงต้องการจะขยับเข้าไปใกล้คู่แข่งให้มากขึ้นในระดับนี้ และคาดว่าถ้าทำตลาดระดับบนสำเร็จและแข็งแรง ออปโป้จะเป็นเบอร์ 1แบบมั่นคง แต่ความท้าทายใหญ่สุด ณ ตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวบริษัท แต่อยู่ที่ว่า ทำอย่างไรให้ผู้ใช้เห็นด้วยและพร้อมตอบรับออปโป้ในฐานะมือถือระดับไฮเอ็นด์

โดย ปัจจุบันถ้าเทียบทั้งปี (2017-2018) ออปโป้ ไม่ใช่เฉพาะแค่ไตรมาส 4/2561 ออปโป้มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่อันดับ 2 แถมลดลง 8% จากยอดขาย 20 ล้านเครื่อง เหลือ 19 ล้านเครื่อง และคาดว่ากลางปีนี้จะทรงๆ เพราะยังไม่มีปัจจัยกระตุ้น อีกทั้งการเติบโตในธุรกิจอุตสหกรรมมือถือหรือใกล้เคียง เช่น ซิม ต้องลุ้น 5G จึงทำให้เกิดความต้องการของผู้ใช้งานทั่วไปว่าต่างกันขนาดที่จะทำให้เกิดกำลังซื้อ เหมือนช่วงที่เปลี่ยนจาก 2G เป็น3G ทำให้สมาร์ทโฟนบูม

“ตอนนี้ผู้บริโภคไม่ได้พร้อมใจกันเปลี่ยนมือถือ แต่จะเปลี่ยนตามเวลา ประชากรในประเทศก็ไม่มีทิศทางการเติบโต กำลังซื้อจึงไม่ได้โตตาม โดยถ้ามองจากภาพรวมของไทยคือ การเมืองก็ผูกกับการลงทุน การลงทุนก็ผูกกับการจ้างงาน ทำให้คนหาเงินได้มากขึ้น มีนโยบายสนับสนุนต่างๆ ถ้าเป็นไปในทิศทางที่ดีมันก็ดี แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับออปโป้ ก็เตรียมการที่จะกระตุ้นยอดขาย โดยการออกรุ่นใหม่ๆ ประมาณ 11-12 รุ่น” ชานนท์ กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามข่าวธุรกิจการและกลยุทธ์การตลาดได้ที่ นิตยสารเอสเอ็ม และ www.smmagonline.com 

Share.