The All-New BMW 3 Series เปลี่ยนสู่อนาคต

0

smmagonline – ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ความโดดเด่นอย่างหนึ่งของรถในตระกูลซีรีย์ 3 ของ BMW คือเรื่องของดีไซน์ ที่เน้นความกล้าเพื่อจะเป็นผู้นำทางสู่อนาคต ทำให้กระแสการตอบรับนับตั้งแต่เปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการมาตั้งแต่วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 แล้วนั้น The All-New BMW 3 Series (G20) กลายเป็นรถที่ถูกพูดถึงกันมาก โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงที่ว่า แตกต่างไปจากรุ่นก่อนหน้านี้ F30 อย่างไรบ้าง และแน่นอนรวมถึงประเด็นที่ว่าดีไซน์ที่ว่าล้ำสู่อนาคตอย่างไร

และนี่คือดีไซน์และความแตกต่างที่รวบรวมมาให้สำหรับแฟนพันธุ์แท้บีเอ็มดับเบิลยู (BMW) โดยเฉพาะ

เริ่มจากเรื่องของขนาดที่ The All-New BMW 3 Series มีทั้งความยาว กว้าง และสูงกว่า F30 รุ่นพี่แถมมีฐานล้อที่ใหญ่ขึ้น 41 มม. ถือเป็นความกล้าของบีเอ็มดับเบิลยูในการนำเสนอดีไซน์ใหม่อย่างจริงจัง มั่นใจ และต้องการให้เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนด้วยสายตา

ไม่เพียง 3D ของตัวรถ ในส่วนของกระจังหน้าไตคู่ ที่เปรียบเสมือนลายเซ็นประจำแบรนด์ ก็ถูกปรับเปลี่ยนให้กว้าง มีมิติ และทันสมัยขึ้นตามขนาดที่เพิ่มขึ้นนี้ ความต่อเนื่องของดีไซน์ในส่วนด้านหน้า ยังเชื่อมต่อถึงส่วนของรูปทรงกันชน และไฟหน้าที่เชื่อมติดกับกระจังหน้าด้วย

เมื่อขนาดสะดุดตากว่าเดิม สิ่งที่ตามมาคือ เรื่องเส้นสายรอบตัวรถก็เน้นความคมชัด และสปอร์ตมากขึ้นซึ่งไม่ใช่ต่อสาย แต่รวมถึงดีไซน์สปอร์ตที่เน้นเรื่องอากาศพลศาสตร์เพิ่มขึ้น เป็นดีไซน์ที่วาดผ่านรถทั้งคันอย่างกลมกลืนจากหน้าจรดหลัง ขณะที่ไฟท้ายรูปทรงตัว L เล็กลง กลายเป็นจุดที่ทำให้รถดูน่าค้นหา

แม้จะมีขนาดใหญ่ขึ้นในภาพรวม แต่โครงสร้างของรถกลับมีน้ำหนักลดลงถึง 55 กิโลกรัม ด้วยหลักการกระจายน้ำหนักระหว่างล้อคู่หน้าและล้อคู่หลังแบบ 50:50

ขณะที่ด้านในห้องโดยสาร ก็ไม่ทิ้งความหรูคู่สปอร์ตอย่างมีระดับในทุกรายละเอียด เห็นได้ชัดจากหน้าปัดรูปทรงเพรียวและพื้นที่ความจุที่กว้างขึ้น

ทั้งนี้ ถึงจะดีไซน์มาอย่างใส่ใจแต่ The All-New BMW 3 Series ซึ่งเปิดตัวในประเทศไทย ก็ยังให้เลือกด้วยเครื่องยนต์ 2 รุ่นนั่นก็คือ

  • รุ่น 320d Sport ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ TwinPower Turbo ดีเซล 4 สูบ 1,995 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า    แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร
  • รุ่น 330i M Sport มาพร้อมกับเครื่องยนต์ TwinPower Turbo เบนซิน 4 สูบ 1,998 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 258 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร
  • ราคาเริ่มต้นที่ 2,959,000 บาท

ย้อนรอยดีไซน์สะท้อนยุคสมัยแห่งยนตรกรรมของบีเอ็มดับเบิลยู

BMW 3 Series ถือเป็นไอคอนด้านยนตรกรรมที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในโลก และยังเป็นโมเดลที่สะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ BMW ได้เด่นชัดที่สุดในฐานะคอมแพ็กต์ซีดานตัวแรกที่โดดเด่นด้วยลุคสปอร์ตและสมรรถนะที่ทรงพลังและปราดเปรียวเหนือใคร จนถึงวันนี้ BMW 3 Series ผ่านการเปลี่ยนแปลงมาแล้ว 6 เจเนอเรชั่น และยังคงครองตำแหน่งยนตรกรรมระดับพรีเมียมที่ขายดีที่สุดในโลก และทำยอดขายได้ดีที่สุดของแบรนด์ BMW ด้วย โดยมียอดจำหน่ายรวมกว่า 15 ล้านคัน ซึ่งการออกแบบของรถในแต่ละยุคก็เปรียบเหมือนภาพสะท้อนของแฟชั่น ที่ทำให้เราได้เห็นถึงการพัฒนา และการเปลี่ยนแปลงของโลกในช่วงนั้น ๆ

1975-1983

เริ่มจาก BMW 3 Series (E21) ในปี 1975 ถือเป็นยุคที่รุ่งเรืองที่สุดของบีเอ็มดับเบิลยูยุคหนึ่ง และเป็นครั้งแรกที่ BMW 3 Series ถือกำเนิดขึ้น การเปิดตัวในครั้งนั้นสั่นสะเทือนวงการรถยนต์ด้วยดีไซน์กระจังหน้าที่ค่อนข้างชันและขนาดที่ใหญ่ขึ้น        ดูล้ำยุคล้ำสมัยขึ้น และพูดได้ว่ามีสไตล์คล้ายๆ 5 Series (E12) ที่ผลิตอยู่ในช่วงนั้น เพื่อให้มันห่างจากกันมาก และสร้างมาตรฐานให้กับรถรุ่นหลัง ๆ มีแผงควบคุมทั้งหลาย จะทำมุมหันเข้าหาผู้ขับเพื่ออำนวยความสะดวกและวิสัยทัศน์ให้แก่ผู้ขับ E21 ดีไซน์จากมันสมองและจินตนาการของ Paul Bracq ผู้ที่เป็น BMW Director of Design ในช่วงปี 1970 ถึง 1974

1982-1994

ในปี 1982 ไมโครเวฟเครื่องเล่นวิดีโอและระบบตอบรับอัตโนมัติในโทรศัพท์เริ่มเป็นสิ่งที่อยู่ติดบ้านทุกบ้าน เป็นปีเดียวกับที่คนทั้งโลกได้รู้จักกับ BMW 3 Series (E30) ซึ่งทำยอดขายถล่มทลายในยุคนั้นด้วยดีไซน์เพรียวลม ตอบสนองหลักอากาศพลศาสตร์ และเป็นรุ่นแรกที่มีระบบแจ้งเตือนด้วยไฟฟ้า มีให้เลือกแบบ 2 และ 4 ประตู รวมทั้งมี Convertible ที่ยังได้รับความนิยมจากนักสะสมรถทั่วโลกอยู่ เพราะมันคือผลงานชิ้นเอกของ BMW ในตระกูล 3 Series รวมทั้งเป็นจุดเริ่มของไฟหน้าคู่สองข้างที่ทุกคนที่เป็นต้นแบบให้ 3 Series ทุกรุ่นหลังจากนั้น

1990-2000

ยุค 90 ยุคที่ แฟชั่น ศิลปะ และเทคโนโลยีได้เข้าใกล้อนาคตขึ้นเรื่อยๆ เจเนอเรชั่นที่ 3 BMW 3 Series (E36) ถูกแปลงโฉมครั้งใหญ่ทั้งดีไซน์ หรือจะเป็นรูปลักษณ์ภายนอก ซึ่งถ้าใครอยู่ในวงการรถยนต์ต้องเคยได้ยินฉายาในชื่อ “บีเอ็มนกแก้ว” ของรุ่นนี้ เพราะไฟคู่หน้าที่มีกระจกมาครอบ และไตคู่ที่ดูกว้างขึ้น

1997-2006

ในปี 1997 นี้ หนังฟอร์มยักษ์เรื่อง Titanic ได้ทำลายสถิติรายได้ถล่มทลายและทำให้การเจาะหูเป็นเรื่องปกติ ขณะที่การส่งข้อความทางโทรศัพท์ก็เป็นเรื่องที่อยู่ในชีวิตทุกคนไปแล้ว และก็เป็นปีที่ BMW 3 Series (E46) ซึ่งเป็นรุ่นที่ 4 เข้าสู่ตลาดและดีไซน์โดยรวมถูกออกแบบให้ตอบโจทย์การเข้าสู่ยุคมิลเลนเนียลอย่างแท้จริง และยังถือเป็นการปฏิวัติความเหลี่ยมในการดีไซน์ ทั้งกระจกไฟคู่และหลังคาที่มีความโค้งขึ้น ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้งของ BMW 3 Series

2005-2013

ปี 2005 มีการเปิดตัว BMW 3 Series (E90) เป็นอีกครั้งที่เป็นการพลิกหน้าประวัติศาสตร์ของ BMW 3 Series เลย จากวิวัฒนาการด้านดีไซน์ที่เปลี่ยนไป มีความโค้งมน มีเสน่ห์ รวมถึง เส้นสาย ทั้งภายในภายนอกที่ดูทันสมัยมากขึ้น โดยได้แรงบันดาลใจด้านดีไซน์จาก BMW Z4 และทำให้มีดีไซน์ที่มีกลิ่นอายของความเป็นรถสปอร์ตอย่างแท้จริง

2011-ปัจจุบัน

F30, F31, F34 คือ รหัสของ BMW 3 Series รุ่นที่ 6 ที่ผลิตในปี 2011 ถึงปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในรุ่นนี้ คือการที่รถยนต์รูปแบบคูเป้ หรือเปิดประทุน (Convertible) ถูกย้ายไปอยู่ใน 4 Series แทน และในเจเนอเรชั่นที่ 6 นี้ ก็ได้มีบอดี้แบบ GT (Gran Turismo) อีกด้วย

กระทั่งถึงการเปิดตัวของ The All-New BMW 3 Series (G20) ในรุ่นที่ 7 นี้ เป็นอีกครั้งที่นับเป็นการรื้อโครงสร้างการดีไซน์ใหม่ทั้งหมด โดยเน้นรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยว ดุดัน สะดุดตา ดูเป็นความสปอร์ตเต็มตัวมากขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่า และยังถูกทำให้คล้ายคลึงกับ 5 Series โดยเฉพาะการมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นนั่นเอง รวมทั้งมีการนำระบบไฟฟ้าเข้ามาเกี่ยวโยงกับตัวรถมากขึ้น แต่ไฟหน้าและกระจังหน้าก็ยังคงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ BMW

ติดตามข่าวธุรกิจการและกลยุทธ์การตลาดได้ที่ นิตยสารเอสเอ็ม และ www.smmagonline.com 

Share.