30 ปี แม็คโคร เน้นขยายแบบปักหมุด#ที่ไหนมีโชห่วยที่นั่นมีแม็คโคร เป้าหมายปีนี้เน้นพม่าและจีน ส่วนไทยเตรียมโชว์สาขาดิจิทัลแห่งแรก

0

smmagonline – จากปี 2561 แม็คโครมีอัตราการเติบโตที่ 3.3% ปัจจัยหลักมาจากการเติบโตทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อธุรกิจค้าปลีก แต่ก็นั่นก็เป็นเพียงปัจจัยภายนอก ในโอกาสครบรอบ 30 ปี แม็คโครกำหนดกลยุทธ์การเติบโตที่จะปักหลักขยายตลาดในไทยเสริมความเป็นดิจิทัล ขณะที่ตั้งเป้าบุกตลาดต่างประเทศที่มีวัฒนธรรมโชห่วยคล้ายไทย ตอกย้ำจุดยืนที่ไหนมีโชห่วยที่นั่นมีแม็คโคร

สุชาดา อิทธิจารุกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – กลุ่มธุรกิจสยามแม็คโคร กล่าวว่า

กลยุทธ์แม็คโคร แบ่งการลงทุนออกเป็น 3 เรื่องหลัก ได้แก่

  1. แม็คโคร รูปแบบคลาสสิค ที่ทำยอดขายกว่า 96%
  2. เน้นขยายตลาดต่างประเทศ เช่น ที่เมืองกวางเจา ประเทศจีน และนิวเดลี ประเทศอินเดีย เป็นต้น
  3. ฟู้ดเซอร์วิส

โดยปัจจุบันตลาดต่างประเทศและฟู้ดเซอร์วิสทำยอดขายรวมอยู่ที่ 4% แต่ด้วยแผนการขยายฐานไปยังต่างประเทศในปี 2562 นี้ ทางแม็คโครคาดหวังจะขยายยอดขายในส่วนนี้ให้เพิ่มขึ้นเป็น 20% ภายใน 5ปี ซึ่งจากประสบการณ์การลงทุนในต่างประเทศทำให้บริษัทฯเรียนรู้มาบ้างว่า แต่ละประเทศมีความท้าทายแตกต่างกันไป

ตัวอย่างประเทศอินเดียมีร้านโชห่วยอยู่เยอะและดูแลโดยเจ้าของเดียว ประชากรอาศัยอย่างหนาแน่น ทำให้มีข้อจำกัดด้านพื้นที่ แม็คโครจึงไม่เน้นสร้างสาขาขนาดใหญ่ที่ต้องใช้พื้นที่เยอะ แต่ปรับตัวตามสภาพ โดยเน้นขยายสาขาเพื่อกระจายให้เข้าถึงลูกค้าเป็นหลัก

“ส่วนปีนี้ เราจะเน้นขยายไปเมียนมาร์และจีน ซึ่งเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมโชห่วยคล้ายๆ กับไทย โดยจะใช้ทุ่มงบลงทุนกว่า 8,500 ล้านบาท แบ่งเป็นลงทุนภายในประเทศ 5,800 ล้านบาท และต่างประเทศ 2,700 ล้านบาท  เทียบกับปี 2561 ที่ผ่านมา เรามีการรวมกันทั้งในและต่างประเทศเพียง 2,500 ล้านบาท”

“แม็คโคร คู่คิดธุรกิจคุณ” เพื่อให้สโลแกนนี้เดินไปตามเป้าหมาย แม็คโครจึงกำหนดหลักการทำธุรกิจไว้  6 ประการ (Six Goals) ได้แก่

  1. การเป็นแหล่งอ้างอิงด้านอาหารปลอดภัย
  2. ส่งเสริมการคัดสรรผลิตภัณฑ์อย่างเป็นธรรมชาติและยั่งยืน
  3. ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
  4. เป็นที่รักในท้องถิ่น
  5. สร้างความเจริญเติบโตทางธุรกิจให้กับลูกค้า
  6. เป็นองค์กรที่คนทุกรุ่นอยากเข้ามาร่วมงาน

เป้าหมายปีนี้ของแม็คโครคือเดินหน้ายกระดับ “แม็คโคร 4.0 คู่คิด…เพื่อชีวิตที่ดีกว่า” ภายใต้แนวคิด “เคียงข้าง สร้างสรรค์ มุ่งมั่นสู่ความยั่งยืน” โดยตามแผนคาดว่าภายในไตรมาส 3 ของปี 2562 นี้ จะเปิดสาขาดิจิทัลแห่งแรกที่ลาดกระบัง ซึ่งค่อนข้างฉีกจากแม็คโครแบบคลาสสิคที่คุ้นเคย เช่น ป้ายราคาแบบดิจิทัลแทนป้านกระดาษที่ต้องให้พนักงานค่อยเปลี่ยนเมื่อราคาเปลี่ยนแปลงไป จอทัชสกรีนข้างหน้าสโตร์เพื่อแสดงโปรโมชั่นและสินค้าแทนแผ่นพับกระดาษ เป็นต้น ทำให้งบประมาณที่ใช้ต้องเพิ่มขึ้นจากการลงทุนสาขาปกติประมาณ 30 ล้านบาท 

“นอกจากนี้เรายังมีแอพของแม็คโครด้วยตอนนี้มียูเซอร์ประมาณ 5 แสนยูเซอร์ (จากฐานลูกค้าแม็คโคร 3 ล้านคน) อนาคตอันใกล้นี้เราอาจจะทำเป็นโปรโมชั่นเฉพาะบุคคล เซลฟ์แคชเชียร์สำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าน้อยชิ้นให้บริการคิดเงินเอง หรือแม้กระทั่งเพิ่มช่องทางการชำระสินค้ามากขึ้น อย่างคิวอาร์โค้ดหรือ E-Wallet และที่สำคัญคือการลงทุนทำ O to O (Offline to Online) เพราะลูกค้าปัจจุบันค่อนข้างเรียกร้องกันมามาก” สุชาดา  กล่าว 

ความท้าทายของแม็คโคร

  1. การขยายสาขา ตลาดต่างประเทศต้องใช้เวลาในการศึกษาตลาด อาจทำให้ต้องเหนื่อยเพิ่มในการขยายสาขา โดยที่ผ่านมาแม็คโครเคยมีประสบการณ์การทำหลายอย่างพร้อมกันอย่างการเปิดตัวในหลายๆ ประเทศพร้อมกันจึงทำให้บริหารค่อนข้างยาก ปีนี้จึงแพลนขยายไปอีกแค่ 2 ประเทศก่อน
  2. ส่วนในประเทศไทยเล็งไว้ว่าจะขยายอีก 7-8 สาขา
  3. การปรับปรุงร้าน อย่างที่ทราบกันว่าแม็คโครเปิดมากว่า 30 ปี จึงทำให้มีบางสาขาต้องพัฒนาและปรับปรุง ข้อท้าทายคือต้องตามตรวจสอบและปรับปรุงให้ดีที่สุด
  4. เหตุการณ์โลกอาจส่งผลกับการท่องเที่ยวของไทย อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าการท่องเที่ยวมีผลทำให้ธุรกิจค้าปลีกเติบโต หากกระทบกันอาจทำให้แม็คโครได้รับผลกระทบด้วย

“ตอนนี้ทางรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ฯ ก็ออกมาพูดและให้ความสำคัญกับธุรกิจค้าปลีกมากขึ้น ทางแม็คโครจึงเชื่อว่าหากวัฒธรรมโชห่วยยังอยู่ยังไงแม็คโครก็รอด ร้านโชห่วยเองก็รอด  แต่สมัยนี้แค่รอดอย่างเดียวไม่พอ ต้องรวยด้วย สุชาดา ทิ้งท้าย

ปัจจุบันแม็คโครมีสาขาทั้งหมด 129 สาขา แบ่งเป็น ศูนย์จำหน่ายสินค้าแม็คโคร รูปแบบคลาสสิค 79 สาขา แม็คโครฟูดเซอร์วิส 25 สาขา อีโค พลัส 13 สาขา แม็คโคร ฟูดช้อป 5 สาขา และสยามโฟรเซ่น 7 สาขา

ติดตามข่าวธุรกิจการและกลยุทธ์การตลาดได้ที่ นิตยสารเอสเอ็ม และ www.smmagonline.com 

Share.