บริหารสินเชื่อบุคคลสไตล์เคทีซี

0

smmagonline-นวัตกรรมสำหรับสินเชื่อบุคคลอยู่ในจุดที่ต้องคอยตามติดเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่จะเข้ามาช่วยให้พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ส่งตรงถึงลูกค้าตรงกลุ่มเป้าหมายชัดเจนและเร็วยิ่งขึ้น เป็นเหตุผลให้ธุรกิจนี้ต้องอัพเดทกันตลอดเวลา เพราะถึงวันที่ผู้บริโภคสามารถสั่งสินเชื่อจากปลายนิ้วด้วยดิจิทัลทุกขั้นตอนได้เมื่อไร จะได้มั่นใจว่าแบรนด์นั้น ๆ จะยังอยู่เป็นผู้เล่นในตลาดได้ต่อไป และนี่คือความรับผิดชอบที่ พิชามน จิตรเป็นธรรม ผู้อำนวยการ – ธุรกิจสินเชื่อบุคคล บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ที่จะต้องทั้งทำให้ได้ผลดีและสร้างความแตกต่างให้กับเคทีซี ภายใต้แบรนด์ผลิตภัณฑ์ เคทีซี พราว

1.กลุ่มลูกค้าสินเชื่อส่วนบุคคลของเคทีซีคือใคร

สินเชื่อส่วนบุคคลส่วนใหญ่จะเป็นคนกลุ่มล่างหน่อย แต่ของเคทีซี โพสิชั่นนิ่งเราไม่ถึงกับจับฐานล่างมาก แต่จะเน้นคนมีรายได้ 1.2 หมื่นขึ้นไป เป็นกลุ่มที่มีความต้องการใช้เงิน ความเสี่ยงก็อาจจะน้อยกว่ากลุ่มล่างนิดหนึ่ง เน้นคัดเกรดนิดหนึ่ง ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของเคทีซี

2.พฤติกรรมผู้บริโภคของกลุ่มลูกค้าสินเชื่อเป็นอย่างไรบ้าง  

ถ้าเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลหลัก ๆ จะมี 2 ประเภท แบบแรกเป็นแบบ Term Loan กู้เท่าไรผ่อนนานแค่ไหนแบ่งจ่ายเท่ากันทุกเดือนจนครบ อีกประเภทที่มาแรงและถือเป็นตลาดหลัก คือสินเชื่อเงินสดหมุนเวียน (Revolving Loan) ลักษณะคล้ายบัตรเครดิต ให้วงเงินก้อนหนึ่ง กดเงินเมื่อต้องการใช้ผ่านบัตรหรือโทรสั่ง คิดดอกเบี้ยตามวัน ผู้กู้ต้องเลือกอย่างไรอย่างหนึ่ง แยกความต้องการชัดเจน  

3.สินเชื่อเงินสดหมุนเวียนมีประโยชน์ในแง่ไหนต่อลูกค้าบ้าง นอกจากการเป็นวงเงินฉุกเฉินเมื่อต้องการใช้

กลุ่มบัตรกดเงินสด ซึ่งตอนนี้วิวัฒนาการของเคทีซีมีสัดส่วนถึง 90% ก็เพราะประโยชน์จากการใช้งานที่ต่างจากเทอมโลน มีบัตรกดเงินสดลูกค้าสะดวกกว่า เพราะลูกค้าแต่ละคนฉุกเฉินไม่เท่ากันและคนละเวลา จะใช้ค่อยใช้ ประวัติดีใช้ได้ตลอดเพียงแต่รูดซื้อสินค้าไม่ได้ แต่เทอมโลนต้องยื่นเรื่องอนุมัติใหม่หมดเลย ค่อนข้างไม่ยืดหยุ่น

4.นอกจากเรื่องความสะดวก ประโยชน์แบบไหนที่คิดว่าผู้บริโภคควรมีบัตรประเภทนี้ติดไว้

จุดหนึ่งที่ลูกค้าบางคนอาจจะไม่ได้คิดถึงคือต้นทุนบัตรกดเงินสดจะถูกกว่าการกดเงินจากบัตรเครดิต ซึ่งทุกครั้งที่กดจะถูกชาร์ต 3% ถ้ากดบ่อยเผลอๆก็อาจจะต้นทุนสูงกว่าบัตรกดเงินสดที่กดกี่ครั้งดอกเบี้ยกับค่าธรรมเนียมรวมกันก็อยู่ที่ 28% เท่าเดิม

5.คนทำธุรกิจควรใช้ไหม

ก็มีกรณีที่คนทำการค้าที่หมุนเงินสั้นๆ ถ้าเลือกให้ถูกสินเชื่อเงินสดหมุนเวียนก็ถือว่าให้ประโยชน์ได้ เช่น ถ้าทำการค้ามีเวลาสต็อกสินค้า 15 วัน ดอกเบี้ยก็จะเสียแค่ตามจำนวนวันที่ใช้

6.แบบนี้นอกจากกลุ่มเป้าหมายระดับล่างก็อาจจะมีกลุ่มฐานเงินเดือนสูงกว่าเข้ามาเป็นลูกค้าด้วย

ในพอร์ตฯของพราว เป็นกลุ่มที่มีรายได้ต่ำกว่า 3 หมื่นต่อเดือน 80% ที่เหลือมีรายได้มากกว่า 3 หมื่นบาท โดยตอนนี้มีสมาชิกประมาณ 9 แสนกว่ารายใกล้ ๆ 1 ล้านรายแล้ว เพราะเราตั้งเป้าโตไว้ 10% ในปีนี้ 

7.พฤติกรรมการใช้จ่ายของกลุ่มลูกค้าสินเชื่อบุคคลของเคทีซีเป็นอย่างไร

มีหลายประเภท แต่ถึงจะมีเกณฑ์ให้จ่ายขั้นต่ำ 3% แต่ลูกค้าส่วนใหญ่เฉลี่ยจ่ายขั้นต่ำที่ 10% ขึ้นไป โดยมากการใช้จะสูงมากในช่วงเมษายน-พฤษภาคม ช่วงสงกรานต์ ต่อไปถึงช่วงเปิดเทอม ช่วงกลางปีจะน้อยลง แล้วก็พุ่งช่วงตุลาคมตอนโรงเรียนเปิดเทอมสอง จะเห็นว่าส่วนใหญ่ใช้เพื่อความจำเป็น แต่อาจจะมีบ้างที่ใช้ฟุ่มเฟือยจากบัตรแล้วหมุนจากสินเชื่อเงินสดไปจ่าย 

8.การพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลในภาคการเงิน มีอะไรที่จะส่งผลกระทบกับกลุ่มผลิตภัณฑ์สินเชื่อบุคคลแค่ไหน

ทั้งธุรกิจสินเชื่อบุคคล ตัวเทอมโลนน่าจะไปก่อน เพราะค่อนข้างไม่มีความยืดหยุ่น จะเห็นว่าหลายแบงก์ก็เน้นบัตรกดเงินสด เราก็คอยจับตาดูเทรนด์เทคโนโลยี รวมทั้งกฎเกณฑ์ต่างๆ มีอะไรออกมาใหม่เราทำได้แน่นอน แต่ต้องทำด้วยความพร้อมและความปลอดภัย ที่ผ่านมาบางเรื่องเราเป็นเจ้าแรกที่ทำได้รายเดียวด้วยซ้ำ อย่างการโอนเงินสินเชื่อเข้าบัญชีแบบเรียลไทม์ ผ่านโมบายแอปพลิเคชั่น ซึ่งไม่มีใครทำได้เรียลไทม์จริงๆ แบบเราที่อนุมัติแล้วเงินโอนเข้าเลย

9.สิ่งที่เน้นทำในตอนนี้

เราอาศัยจุดแข็งจากบัตรเครดิตที่ทำมานาน ทำให้มีพาร์ทเนอร์ชิปเยอะมาก มาต่อยอดทำดีลโปรโมชั่นให้ใช้กับพราวได้จำนวนมากทันที พราวผ่อนชำระได้กับทุกหน้าร้านทุกแห่ง แถมได้ดีลนานกว่าบัตรเครดิตเพราะไม่อยู่ในข้อกำหนดขอแบงก์ชาติที่ให้ผ่อนได้แค่ 10 เดือน เป็นข้อดีทำให้เราได้ลูกค้าที่ชอบผ่อนชำระเข้ามาเป็นสมาชิกบัตร ตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างจะทำให้ซื้อสินค้าออนไลน์แล้วผ่อนได้ด้วย กับแคมเปญเคลียร์หนี้ให้ลูกค้า ซึ่งได้รับการตอบรับดีและทำต่อเนื่องมาหลายปี ด้วยแนวคิดนำงบการตลาดมาตอบแทนเคลียร์หนี้ให้ลูกค้าผู้โชคดีเป็นการตอบแทนลูกค้าไปในตัว โดยแต่ละปีใช้เงินในส่วนที่เคลียร์หนี้ให้ลูกค้าประมาณ 5-6 ล้านบาท   

10.ปีนี้จะมีหมัดเด็ดอะไรออกมาอีกบ้าง

ตอนนี้เราก็เตรียมการรอแพลตฟอร์มที่จะเชื่อมต่อเรื่อง e-Lending ซึ่งการให้สินเชื่อแบบดิจิทัลมาแน่นอน แต่ก็อาจจะไม่แน่ว่าจะภายในปีนี้ ถ้า e-KYC (การยืนยันตัวตนผ่านระบบดิจิทัล) ออกมาเมื่อไร ทุกคนก็ไม่จำเป็นต้องใช้เอกสาร แต่จะผ่านออนไลน์ทั้งระบบ ถึงตอนนั้นการขอสินเชื่อก็จะอยู่แค่ปลายนิ้วจริง ๆ ไม่เหมือนทุกวันนี้ถึงจะบอกอย่างไร แต่สุดท้ายก็ยังต้องวิ่งรับส่งเอกสารตัวจริงกันอยู่ ไม่ใช่ดิจิทัล 100%

ติดตามข่าวธุรกิจการและกลยุทธ์การตลาดได้ที่ นิตยสารเอสเอ็ม และ www.smmagonline.com 

Share.