ครั้งแรกของ ยูนิโคล่ กับการเปิดเผยโรงงานผลิตเสื้อผ้าทั้งหมด

0

smmagonline- ยูนิโคล่ (Uniqlo) แบรนด์หลักสำคัญของฟาสต์ รีเทลลิ่ง กรุ๊ป ยักษ์ใหญ่อุตสาหกรรมค้าปลีกแฟชั่นจากญี่ปุ่น เปิดเผยรายชื่อซัพพลายเออร์หลักของบริษัทเป็นครั้งแรก เพื่อแสดงให้เห็นถึงสถานะการผลิตที่เพิ่มขึ้นในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

รายชื่อและที่อยู่ของโรงงานผู้ผลิตทั้งหมด 242 รายชื่อ ใน 11 ประเทศ โดยโรงงานกว่าครึ่งหนึ่งยังคงมีฐานที่ตั้งอยู่ในประเทศจีนมากกว่า 128 แห่ง อย่างไรก็ตาม บริษัทได้มีความพยายามที่จะลดการจ้างงานในฐานการผลิตของจีน เนื่องจากมีการใช้ต้นทุนแรงงานสูง

โรงงานผลิตเสื้อผ้ายูนิโคล่แห่งหนึ่งในประเทศจีน

ส่วนอันดับที่สองสำหรับประเทศที่มีความสำคัญในห่วงโซ่อุปทานของ Uniqlo คือ เวียดนาม โดยมีโรงงานซึ่งเป็นฐานการผลิตของบริษัทอยู่ 44 แห่ง ภายในประเทศ ตามมาด้วย บังคลาเทศ ซึ่งมี 24 แห่ง

นอกจากนี้ Uniqlo ยังมีการแผนการที่จะใช้โรงงานผลิตในประเทศกัมพูชา อินโดนีเซีย และ ศรีลังกา รวมไปถึงโรงงานอีก 6 แห่ง ในอินเดีย ที่ Uniqlo วางแผนจะเปิดสาขาแรกในปลายปีนี้ที่กรุงเดลี

โดยปัจจุบัน Uniqlo มีเพียงกลุ่มผู้ผลิตถุงเท้าและถุงน่องเท่านั้นที่มีฐานการผลิตอยู่ที่ญี่ปุ่น โดย ทาดะชิ ยาไน (Tadashi Yanai) ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท กล่าวว่า เป็นเรื่องยากที่จะผลิตเสื้อผ้าในญี่ปุ่น เนื่องจากค่าใช้จ่ายสำหรับต้นทุนแรงงานและโรงงานที่สูงมากของประเทศ

ทั้งนี้ ฟาสต์ รีเทลลิ่ง ได้เริ่มเปิดเผยซัพพลายเออร์สำหรับแบรนด์ Uniqlo และ GU ในปี 2017 เพื่อทำให้กระบวนการส่งสินค้านั้นเป็นไปอย่างโปร่งใสและรับประกันคุณภาพของงานที่เหมาะสม

สาขายูนิโคล่ มีจำนวนเท่า ZARA !?

ปัจจุบัน ยูนิโคล่มีการขยายสาขาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงโอเชียเนียอย่างมาก โดยเฉพาะตลาดไทย ซึ่งบริษัทมองว่ายังมีช่องทางขยายสาขาได้อีกมาก ไม่เฉพาะตามศูนย์การค้า แต่บริษัทยังให้ความสำคัญกับการขยายสาขาริมถนนมากขึ้น โดยมีผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า Life Wear เป็นจุดขายหลักสำหรับการทำตลาดเสื้อผ้าคุณภาพในระยะยาวที่แตกต่างจากคู่แข่ง

แต่นับถึงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ยูนิโคล่มีสาขารวมในภูมิภาคนี้จำนวน 180 สาขา เท่ากับ ZARA ที่มี 180 สาขาเช่นกัน ขณะที่ H&M มีจำนวน 130 สาขา

ยูนิโคล่ โรดไซด์ สาขาแรกในไทยที่ถนนพัฒนาการ

ด้วยการขยายตัวที่มีเป้าหมายชัดเจนและรวดเร็ว ทำให้ยูนิโคล่ตั้งเป้าไว้ว่า บริษัทจะสามารถขยายสาขาในภูมิภาคนี้ได้ถึง 400 สาขาภายในปี 2022 โดยเน้นขยายร้านแถบชานเมือแบบสแตนด์อโลน และมีรายได้เพิ่มเป็น 3 แสนล้านเยน หรือประมาณ 2,710 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 2 เท่าจากรายได้ของปี 2018 ที่ผ่านมา ซึ่งมีรายได้จากภูมิภาคนี้จำนวน 1 แสนล้านเยน และส่งผลให้รายได้รวมของบริษัทเติบโตขึ้นถึ 3 ล้านล้านเยนในช่วงเดียวกัน

ที่มา

ติดตามข่าวธุรกิจการและกลยุทธ์การตลาดได้ที่ นิตยสารเอสเอ็ม และ www.smmagonline.com 

 

Share.