SANSIRIxGC สร้าง Green Society เพิ่มน้ำหนักความรับผิดชอบต่อสังคม

0

smmagonline-วันนี้ (วันที่ 9 ก.ค. 2562) บริษัทแสนสิริจำกัดร่วมกับบริษัทพีทีทีโกลบอลเคมิคอลจำกัด (มหาชน) หรือ GC สร้างมาตรฐานใหม่ในด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการสร้าง Green Society ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน

โครงการ SANSIRI xGC FULFILL YOUR LIVING THROGH INNOVATION มาจากเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนด้วยการลดใช้พลังงานอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมผ่านการจัดแสดงชุดเฟอร์นิเจอร์จากกระบวนการ Upcycling ในโชว์ยูนิต 32 โครงการที่อยู่อาศัยที่มีคอนเซ็ปต์ Green & Well-Being ตอบสนองเทรนด์การใช้ชีวิตเพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

ไอเดียของงานนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร มีตัวแทนจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาร่วมพูดคุยอย่างพร้อมเพรียงกัน ตั้งแต่พันธมิตรต้นน้ำจนถึงปลายน้ำในการสร้างสังคมสีเขียวในครั้งนี้ (ในภาพจากขวาไปซ้าย)

  • ชเล วุทธานันท์ กรรมการบริหาร บริษัท เท็กซ์ไทล์ แกลลอรี จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผ้าชิ้น แบรนด์ พาซาญ่า (PASAYA)
  • ปฏิภาณ สุคนธมาน ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีขั้นปลาย บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC
  • อุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และ
  • พิเดช ชวาลดิฐ กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท เอสบี เฟอร์นิเจอร์

แสนสิริ: การร่วมมือกับพันธมิตรแต่ละฝ่ายในครั้งนี้ เริ่มจากมีอุดมการณ์คล้ายกันในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ซึ่งอยู่ในความคิดของคนไทยและผู้ประกอบการด้วย พวกเราก็กังวลเกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อม และก่อนหน้านี้แสนสิริก็มีเรื่อง Green Mission บอกตรงๆว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เองก็ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมเยอะ เราจึงอยากเข้าไปช่วยลดปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม

โดยกรีนมิชชั่นที่แสนสิริทำอยู่มี 4 เรื่อง คือ 1.เรื่องขยะ 2.เรื่องพลังงานสะอาด 3.สมาร์ทมูฟ อย่างการซื้อคอนโดเองก็ต้องสัญจรง่าย มีรถไฟฟ้า มีรถที่ใช้ไฟฟ้าไว้บริการลูกบ้านแสนสิริ 4.เน้นการปลูกต้นไม้ ที่สำคัญคือเรื่องที่แสนสิริมีเน้นมากคือเรื่องขยะ ที่เราตั้งเป้าว่า ภายในปี 2564 เราหวังว่าจะลดคาร์บอน 2 พันตัน หรือเท่ากับปลูกป่า 1,700 ไร่

GC: เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของเรา ตอนนี้ประชากรโลก 7,700 ล้านคน ถ้าทุกคนทานน้ำเปล่า 1 ขวด แล้วทิ้งกันคนละขวด 1 ขวดต่อวัน ขยะแค่ตรงนี้จะเท่าไหร่จะมากแค่ไหน แล้วมีประชากรเกิดขึ้นใหม่ทุกวัน เช่นเดียวกับที่ทรัพยากรก็โดนใช้ทุกวัน ซีจีเราเลยลุกขึ้นมาสนใจในเรื่องของสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ที่ต้องเติบโตได้ควบคู่กัน รวมทั้งเกิดเป็นแนวทางที่เราไม่ต้องการทำแค่การลดขยะหรือรีไซเคิลเคมิสที่ ลิฟวิ่ง ที่เป็นเหมือนคำขวัญของเราเลย เฉย ๆ แต่จะต้องหาวิธีเพิ่มมูลค่าจากขยะได้ด้วย จนเกิดเป็นเรื่องของ Upcycling ขึ้นมา

ก่อนหน้านี้แสนสิริกับซีจีได้ร่วมมือทำอะไรบ้าง ? 

แสนสิริ: เราก็สำรวจก่อนว่าคนอื่นทำอะไรเราทำอะไร เราทำที่อยู่อาศัย มีเฟอร์นิเจอร์ให้ลูกค้า กมีกระแสเรื่องขยะเป็นศูนย์หรือซีโร่เวสท์ เห็นจริงในเมืองนอก แต่บ้านเราขยะเกลื่อนเมืองและสร้างปัญหา ฝนตกขยะอุดตันน้ำท่วม ต่อไปสังคมจะอยู่อย่างไร แสนสิริก็เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องเริ่มทำอะไรสักอย่าง แล้วก็เริ่มต้นตั้งแต่เลิกใช้ขวดพลาสติก ใช้แก้วที่รียูสได้ ถ้าเป็นแก้วกระดาษก็ต้องย่อยสบายง่าย รวมทั้งทำวิจัยกับลูกบ้านก็พบความกังวลที่ตอบโจทย์กัน เพราะอันดับหนึ่งลูกค้ากังวลเรื่องความปลอดภัย รองลงมาคือสุขภาพ ก็เลยกลายมาเป็นแนวคิดของแสนสิริที่ว่า ต้องทำอย่างไรให้ลูกบ้านมาอยู่กับเราแล้วีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  

GC: ทาง GC เองก็มี 5R 1.Reduce ลดปริมาณการใช้ 2.Reuse ลดใช้ ใช้ซ้ำ 3.Recycle Upcycle 4.Refuse  5.Renewable เลือกใช้ทรัพยากรที่เกิดการหมุนเวียนได้ใหม่ อย่างเราก็ให้ความสำคัญของไบโอพลาสติกที่ย่อนสลายได้ตามธรรมชาติ เพราะบางการใช้งานเราก็ยังต้องใช้ถุงพลาสติกอยู่

ผลิตภัณฑ์ Upcycling ในภาพ ประกอบด้วย โซฟารุ่น Sofa Maoro Limited จากขวดพลาสติกเหลือใช้กว่า 500 ขวด มาแปรเป็นเส้นด้ายพอลิเอสเตอร์รีไซเคิล ผลิตเป็นผ้าบุโซฟา โดย PASAYA และนำมาตกแต่งโซฟารักษ์โลก SB Furniture ผ้าม่าน PASAYA JUPITER ที่ช่วยลดปริมาณขวดพลาสติกได้มากกว่า 500 ขวด ปลอกหมอนอิง แปรรูปจากขวดพลาสติกเหลือใช้ 8-12 ขวดต่อปลอกหมอน 1 ใบ  

ส่วนความร่วมมือครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นต้นแบบ “Green Society” จะเป็นการผนึกพันธมิตรธุรกิจเพื่อโลกที่ยั่งยืน นำร่องด้วย SANSIRI x GC: FULFILL YOUR LIVING THROUGH INNOVATION ร่วมมือกับ 2 พันธมิตรธุรกิจ PASAYA และ SB Furniture ในการพัฒนาชุดเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสำหรับจัดแสดงใน 32 โครงการแสนสิริ ซึ่งจะมีส่วนร่วมในการช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า 664 กิโลกรัม หรือเท่ากับการปลูกป่าสีเขียว 74 ต้น ในระยะแรกของโปรเจค

ความคาดหวังกับโครงการนี้?

แสนสิริ: ผมคิดว่าสิ่งเราน่าจะช่วยส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ที่จะไม่จบแค่โซฟาหรือหมอน ในอนาคตอาจจะมีการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์อื่นๆอีก เพื่อผลิตผลิตภัณฑ์ Upcycling ออกมา

GC: เราไม่ได้หยุดอยู่แค่การผลิตเฟอร์นิเจอร์อย่างที่แสนสิริบอก แต่เราคิดตลอดที่จะหาการผลิตผลิตภัณฑ์ upcycling ในรูปแบบอื่นๆด้วย อย่างถาดโฟมที่คนบอกว่าไม่ดี ดูแลรักษายาก เราก็ทำให้กลายเป็นไม้เทียม 

เอสบี เฟอร์นิเจอร์: ตอนที่รู้ว่าโซฟาทำจากขวด 500 ขวด ผมรู้สึกถึงการเริ่มต้นที่ดี

พาซาย่า: รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นส่วนร่วมในการทำกิจกรรมดีๆเพื่อสังคมและโลก เป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่มาก ผมคิดว่าเราจะต้องขยายสินค้าที่เป็นพลาสติดรีไซเคิลให้มากขึ้น สัก 20% ปีถัดไป 30-70% ไปเรื่อยๆ ถ้าเราช่วยกันคนละไม้คนละมือ ไทยเราก็จะมีคอนเซ็ปต์ในเรื่องของรีไซเคิลที่ชัดเจนขึ้น

ในครั้งนี้ แสนสิริ ยังได้เชิญ ตู่-ภพธร ตัวแทนลูกบ้านมาพูดถึงสังคมสีเขียว เพื่อแชร์ไอเดียพร้อมกันภายในงานด้วย

ติดตามรายละเอียดข่าวเพิ่มเติมที่ www.smmagonline.com 

Share.