BMW กับความสำเร็จของ BE MY WORLD ในการสร้างโลกของแบรนด์กับลูกค้าด้วยไลฟ์สไตล์เดียวกัน

0

smmagonline – คงเคยได้ยินกันบ่อย ๆ กับความเป็นพวกพ้อง เป็นคนกลุ่มเดียวกันที่เกิดในยุคสมัยเดียวกัน มีประสบการณ์ร่วมในสิ่งเดียวกัน โลกแบบนี้ทำให้เกิดกลุ่มคนประเภทเดียวกันในสังคม แต่ถ้าเราสามารถสร้างโลกขึ้นมาเอง จะยิ่งเพิ่มความผูกพันระหว่างคนที่มีความรักและชอบในสิ่งที่เติบโตมาพร้อม ๆ กันให้มีความเหนียวแน่นมากขึ้นเพียงใด

ด้วยแนวคิดนี้ที่ทำให้เกิดแคมเปญเพลง Be My World ของ บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย (คล้ายเป็น secret code จากชื่อแบรนด์ BMW) เกิดขึ้น เพื่อสร้างกลุ่มแฟนพันธุ์แท้ หรือ Core Fan หรือ สาวกของแบรนด์ บีเอ็มดับเบิลยู จากการปรับแนวคิดแบรนด์ให้เข้าถึงไลฟ์สไตล์ที่แท้จริงของลูกค้า มากกว่าจะชวนลูกค้าพูดคุยเรื่องการซื้อขายรถยนต์เหมือนในอดีต เพราะเชื่อว่าท้ายที่สุดหากคนเรามีความชอบที่ตรงกันแล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลยที่จะทำให้สินค้าที่แบรนด์ตั้งใจผลิตจะกลายเป็นที่ถูกใจหรือเข้าไปอยู่ในใจลูกค้า

วันหนึ่งเมื่อคนกลุ่มนี้เติบโต มีความพร้อม มีกำลังซื้อ แบรนด์ที่จะป็อปอัพขึ้นมาเป็นอันดับแรกในใจ ย่อมหนีไม่พ้นแบรนด์ที่ผูกพันกับไลฟ์สไตล์ที่เขาเติบโตมาอย่างผูกพัน

กลยุทธ์การตลาดที่กล่าวมานี้ นับเป็นความแยบยลที่ต้องใช้ความพยายาม แต่ก็ให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าในระยะยาว และเป็นแนวทางที่บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เลือกใช้ เป็นการออกจากกรอบแนวคิดโฆษณาในรูปแบบเดิม ๆ แต่สามารถทำให้แคมเปญกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่ผู้บริโภคอยากติดตาม

เศรษฐิพงศ์ อนุตรโสตถิ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เป็นตัวแทนของแบรนด์เล่าถึงความสำเร็จของแคมเปญเพลง BE MY WORLD ในช่วงที่ผ่านมา โดยเขาเชื่อว่าความสำเร็จที่เกิดขึ้นถือเป็นการสร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการรถยนต์พรีเมียม ผ่านยอด Engagement จากแคมเปญที่มีจำนวนสูงกว่า 40 ล้านวิวในช่วงเวลาเพียง 5 เดือนเท่านั้น

เริ่มต้น เพลง Be My World เปิดตัวในงานมอเตอร์โชว์ ผ่านการขับร้องจาก 3 ศิลปิน ป๊อด ธนชัย อุชชิน , Daboyway และ มาเรียม เกรย์ ซึ่งต่างเป็นตัวแทนถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากรถยนต์ 3 รุ่น ได้แก่The All-New BMW Z4, The All-New BMW 3 Series และ The X7 ในสไตล์ของตนเองโดยเปลี่ยนพื้นที่จัดแสดงรถให้เป็นเวทีคอนเสิร์ตใหญ่โดยมีศิลปินทั้งสามท่านมาร่วมแสดงพร้อมกับนักดนตรีกว่า 50 ชีวิต

“ถือเป็นเพียงก้าวแรกของบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทยกับการนำมิวสิค มาร์เก็ตติ้ง มาเสริมในการสร้างแบรนด์และยังนับเป็นครั้งแรกที่โลกของดนตรีโคจรมาพบโลกของยานยนต์ระดับหรูอย่างเต็มตัว และเป็นครั้งแรกที่คนไทยได้ฟังบทเพลง “Be My World” พร้อมกันทั่วประเทศผ่านไลฟ์ สตรีมมิ่งและทางมิวสิกสตรีมมิ่งในหลายแพลตฟอร์มพร้อมกัน ทั้ง Spotify, Apple Music และ Joox”เศรษฐิพงศ์ กล่าว

เศรษฐิพงศ์ สรุปถึงแคมเปญนี้ว่า นอกจากทำให้แบรนด์ได้ผลลัพธ์ตามเป้าหมาย ยังเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยสร้างคอนเทนต์ที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคได้อย่างดี ไม่ใช่แค่ความเป็นสากล แต่เป็นได้ทั้งภาษาสำหรับการสื่อสารเชิงอารมณ์ ใช้เล่าเรื่องได้ในอีกรูปแบบหนึ่ง และยิ่งให้ผลดียิ่งขึ้นกับกลุ่มคนผู้รักเสียงดนตรี

BILLbilly ft.Preen

INK WARUNTORN

Aueyauey

Madpuppet Studio ft.Job Pongsakorn

Zommarie

Ice Tamonwan

ปัจจุบันบทเพลงดังกล่าวได้มีกลุ่มนักร้องศิลปินที่เป็นคนรุ่นใหม่ หรือ Youtuber นำมา Remix และ Cover ในแบบฉบับที่เป็นตัวของตัวเองไม่ว่าจะเป็น Ink Waruntorn, Aueyauey, Madpuppet Studio, Zommarie, BILLbilly01 ft. Preen และ Ice Tamonwan ทำให้เพลง “Be My World” มีเวอร์ชั่นเพิ่มขึ้นถึง 6 เวอร์ชั่นให้เลือกฟังตามความชื่นชอบที่แตกต่างแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงในท่วงทำนองและเสียงร้อง แต่ด้วยความเชื่อว่า “ดนตรีเป็นภาษาสากล” บวกกับการนำเสนอเพลงนี้ในสไตล์ที่แตกต่าง ทำให้เข้าถึงกลุ่มคนฟังได้กว้างยิ่งขึ้น และยิ่งส่งผลให้เพลงนี้ได้รับความนิยมยิ่งขึ้นไปอีก พิสูจน์ได้จากยอดการวิวสูงร่วมหลายสิบล้านนั่นเอง

ความรู้สึกในเชิงบวกเหล่านี้เองที่ส่งผลให้แคมเปญของบีเอ็มดับเบิลยูขยายเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ และทำให้แบรนด์เป็นที่จดจำมากขึ้น โดยบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทยกำลังเตรียมทำโปรเจคพิเศษกับ LoveIs และบอย โกสิยพงษ์ ในปลายปีนี้เพื่อเอาใจผู้ที่ชื่นชอบในเสียงเพลง และตอกย้ำสุนทรียภาพแห่งการใช้ชีวิตด้วยประสบการณ์ที่แตกต่างให้คนรักเสียงเพลงและดนตรีได้ติดตามกันต่อไปเพื่อเป็นสีสันการตลาดสร้างความสนุกทางดนตรีอย่างต่อเนื่องเช่นกัน 

ติดตามข่าวธุรกิจและกลยุทธ์การตลาดได้ที่ นิตยสารเอสเอ็ม และ www.smmagonline.com 

Share.