ทำไม ยูนิโคล่ มั่นใจ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดในการยกระดับมูลค่าของแบรนด์

0

smmagonline-เมื่อ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ (Roger Federer) เดินออกจาก  Centre Court ที่ Wimbledon เมื่อปีก่อนในชุดของยูนิโคล่ (Uniqlo) เป็นครั้งแรก    สำหรับแบรนด์เสื้อผ้ายักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นแล้ว นี่อาจส่งสัญญาณอะไรมากกว่าการเปิดตัวครั้งสำคัญในงาน Grand Slam  อย่างแน่นอน  

หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า มันเป็นหนทางก้าวสู่เวทีระดับโลกที่ยิ่งใหญ่กว่าด้านกีฬาและนักเทนนิสชาวสวิสชื่อดังอย่าง เฟเดอเรอร์ จะสามารถช่วยยูนิโคล่ในการเดินทางต่อไปในฤดูกาลนี้อีกครั้งด้วยการโปรโมตแบรนด์จนจบถึงการแข่งรอบสุดท้าย

โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ถือว่าเป็นนักกีฬาที่มูลค่าสูงในสายตาของแบรนด์ดังทั่วโลกเพราะเขาเคยคว้าแชมป์ 4 รายการใหญ่ของโลก (Grand Slam) มากถึง 20 รายการ พร้อมทำรายได้มหาศาลจากการเป็น Brand Endorser และ Presenter รวมถึงคว้ารางวัล sportsmanship ของ ATP มาสิบกว่าปีติดต่อกัน จนกลายเป็นข่าวดังหลังยุติความสัมพันธ์ยาวนาน 24 ปีกับ Nike

จากการวิเคราะห์ของ Martin Roll นักวิเคราะห์ธุรกิจและแบรนด์ สิ่งสำคัญที่สุดที่ยูนิโคล่มองหาในตัวเฟเดอเรอร์ น่าจะเป็น “ความยืดหยุ่นที่ยอดเยี่ยม” และ “คาแรกเตอร์ที่แข็งแกร่ง” ในการเอาชนะอุปสรรคและความยากลำบาก

โดยเฟเดอเรอร์ ในวัย 37 ปี ปัจจุบัน ยังคงเป็นนักเทนนิสระดับท็อป และเป็นตัวอย่างที่ดีของการไร้ขีดจำกัดในเรื่องอายุ การบาดเจ็บ และความท้าทายอื่นๆ ไม่มีสิ่งใดสามารถหยุดยั้งความมุ่งมั่นของเขาได้

แต่ Jon Wertheim นักข่าวกีฬาเชื่อว่า เบื้องหลังการตัดสินใจที่สำคัญกว่านั้นของยูนิโคล่ คือโอลิมปิกปี 2020

ปีที่ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาระดับโลกในปีหน้า ซึ่งอีเวนท์ระดับโลกนี้จะเป็นการนำเสนอว่า บริษัทญี่ปุ่นพร้อมแล้วที่จะเปิดตัวแบรนด์ของตัวเองในเวทีโลกหากเฟเดอเรอร์เข้าแข่งขัน  ถึงแม้ว่าจะไม่มีสัญญาใดผูกมัดว่าจะต้องลงแข่งทัวร์นาเม้นต์นี้ก็ตาม

โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ และ ทาดาชิ ยาไน ผู้ก่อตั้งยูนิโคล่

อย่างไรก็ตาม นักกีฬาชาวสวิสผู้นี้ได้เงินจากสัญญาการเป็น Brand Endorser กับยูนิโคล่  300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 9,900 ล้านบาท) เป็นเวลา 10 ปี หรือเฉลี่ยอยู่ที่ปีละ 30 ล้านเหรียญสหรัฐฯต่อปี (ราว 990 ล้านบาท)

“ในขณะที่โรเจอร์ เฟอเดเรอร์ ใกล้อำลาวงการ แต่ความสนใจในตัวสื่อยังคงพุ่งทะยานผ่าน  ROI  (ผลตอบแทนจากการลงทุน) ดังนั้นไม่ว่าเขาจะอยู่ในโตเกียวหรือสามารถเล่นต่อไปอีก 10 ปีก็ยังคงเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องสำหรับยูนิโคล่อยู่ดี เนื่องจากมรดกของเฟเดอเรอร์และพลังในตัวแบรนด์ของเขายังคงมีอำนาจอยู่เสมอ”

Nigel Currie ผู้ก่อตั้งที่ปรึกษาด้านกีฬา NC Partnership อธิบายใน Financial Times ว่า

“บริษัทมักจะเป็นสปอนเซอร์นักกีฬาเพื่อให้แบรนด์ของพวกเขาถูกมองเห็นจากผู้ชมจำนวนมาก และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ ซุปเปอร์สตาร์อย่างเฟเดอเรอร์ ที่จะก่อให้เกิดการรับรู้ในวงกว้างจวบจนจบเส้นทางอาชีพ  มันคือกลยุทธ์ที่สร้างผลกำไรเพราะนี่หมายความว่าเฟเดอเรอร์จะยังสามารถสร้างรายได้หลังจากแขวนแร็คเก็ต นอกจากเห็นชื่อแบรนด์แล้ว ก็ยังสามารถขายรองเท้ากางเกงขาสั้นชุดอุปกรณ์และอื่น ๆ อีกหลายล้านรายการ

ยูนิโคล่ เป็น บริษัท ในเครือของ Fast Retailing ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1949 แต่เติบโตอย่างรวดเร็ว มีสาขา่กว่า 2,000 สาขาใน 20 ประเทศทั่วเอเชียยุโรปและสหรัฐอเมริกาในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา เฉพาะในเอเชียมีสาขาราว 2,000 แห่ง รวมถึง 28 แห่งในสิงคโปร์ 

นิตยสาร Forbes ปี 2018 รายงาน ว่า ยูนิโคล่มีมูลค่าแบรนด์ 7 พันล้านเหรียญสหรัฐและอยู่ในอันดับที่ 91 ในรายชื่อแบรนด์ที่มีค่าที่สุดในโลก

ในผลสรุปทางการเงินที่โพสต์บนเว็บไซต์ Fast Retailing รายได้รวมของยูนิโคล่ ญี่ปุ่นและ Uniqlo International อยู่ที่ 1.52 ล้านล้านเยน (19.1 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์) ในช่วง 9 เดือนของปีปฏิทินของบริษัท (ถึงเดือนพฤษภาคม)

กำไรจากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 221.5 พันล้านเยนหรือ 2.79 พันล้านดอลลาร์ รายได้รวมของ Fast Retailing กับ บริษัท ย่อยอีก 6 แห่ง ในช่วงเวลาเดียวกัน อยู่ที่ 1.82 ล้านล้านเยน โดยมีกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 247.6 พันล้านเยน  

ตามเว็บไซต์ NS Business ของลอนดอน Fast Retailing ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 3 ล้านล้านเยนภายในสิ้นปีหน้า (2563) และอาจได้รับแรงหนุนจากทั่วโลกของยูนิโคล่จากกีฬาโอลิมปิก 

ส่วน แอมบาสเดอร์คนอื่น ๆ ที่ยูนิโคล่ใช้นอกเหนือจากเฟเดอเรอร์ ได้แก่ Adam Scott แชมป์กอล์ฟอาชีพประจำปี 2013 Shingo Kunieda แชมป์เทนนิสวีลแชร์ และ Gordon Reid  แชมป์เทนนิสวีลแชร์ที่อายุน้อยที่สุดในสหราชอาณาจักรและ Ayumu Hirano ผู้คว้าเหรียญทองสองสมัยในการแข่งขัน superpipe ที่ the Winter X Games

เมื่อเปรียบเทียบกับกำไรจากการดำเนินงานของกลุ่ม ดีล  30 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีสำหรับเฟเดอเรอร์และ 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีสำหรับนิชิโกรินั้น ถือเป็นการลงทุนขนาดเล็กในเทนนิสสำหรับยูนิโคล่ และเฟเดอเรอร์เชื่อว่า เป้าหมายไม่ใช่เพียงเพิ่มยอดขายโดยการแค่ใช้ชื่อของเขา  แต่ยังเกี่ยวข้องกับความมุ่งมั่นที่แข็งแกร่งและความรับผิดชอบต่อสังคมเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในเชิงบวก ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของเฟเดอเรอร์

โดยเฟเดอเรอร์มีเป้าหมายว่า หลังจากอำลาวงการเขาจะมุ่งไปที่งานการกุศลผ่านมูลนิธิของเขา ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้เด็ก ๆ ยากจนผ่านการศึกษา  

เฟเดอเรอร์กล่าวว่า ยูนิโคล่ได้แบ่งปันและสนับสนุนมุมมองของเขา อย่างต่อเนื่องในการจัดหาเสื้อผ้ารีไซเคิลให้กับผู้ที่ต้องการในประเทศยากจน ซึ่งเขารู้สึกว่าแบรนด์ดังจากญี่ปุ่นนี้ มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและสอดคล้องกับความตั้งใจของเขาเอง และยังกล่าวด้วยว่า การตัดสินใจที่จะยุติการเป็นพารท์เนอร์ 20 ปีกับ Nike นั้นได้รับอิทธิพลส่วนใหญ่จากคำมั่นสัญญาของยูนิโคล่ที่จะอยู่กับเขาเมื่อแขวนแร็คเก็ตแล้ว

ติดตามข่าวธุรกิจและกลยุทธ์การตลาดได้ที่ นิตยสารเอสเอ็ม และ www.smmagonline.com 

Share.