7-11 Vs เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส ปรับทัพใหญ่มุ่งตอบโจทย์ Urbanization

0

smmagonline-เมื่อตัวแปรสำคัญของตลาดค้าปลีกมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปตามบริบทของสังคมและการขยายตัวของเมืองรวมถึงกระแสดิจิทัลซึ่งมีผลให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชากรต่างไปจากเดิมมีความเร่งรีบและการแข่งขันมีมากขึ้น การจราจรที่ติดขัดอาจจะไม่ได้หมายถึงกรุงเทพฯเมืองเดียวในประเทศ ค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทำให้ความต้องการในชีวิตคือความสะดวก รวดเร็วเพื่อให้การใช้ชีวิตง่ายขึ้นและมีเวลาสำหรับกิจกรรมอื่นๆเหล่านี้ส่งผลต่อแลนด์สเคปของตลาดค้าปลีกในหลายมิติ ไม่ว่าจะราคาถูก พื้นที่ขนาดใหญ่ อาจไม่ใช่คำตอบของยุคนี้ การปรับตัวครั้งใหญ่จึงเป็นไฟต์บังคับที่ตลาดค้าปลีกต้องรับมือให้ทัน

ถึงเวลาปรับทัพรับเทรนด์ Urbanization

“ความท้าทายของเทสโก้ โลตัสในตอนนี้คือต้องตามผู้บริโภคให้ทันถ้าคิดแค่ต้องเป็นไฮเปอร์มาร์เก็ตคงไม่ได้แล้ว ดังนั้นต้องปรับตัวให้ทันและพยายามเป็นทุกอย่างของสังคมเมืองเพื่อการเติบโตของธุรกิจ” สมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย ประธานกรรมการบริหาร เทสโก้ โลตัส

สะท้อนยุทธศาสตร์การเคลื่อนตัวของเทสโก้โลตัสนับจากนี้ได้ชัดเจน โดยจะเห็นว่าเป้าหมายหลักคือการพุ่งเป้าไปที่การตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องใช้ชีวิตแบบสังคมเมืองหรือ Urbanization ซึ่งประเมินแล้วว่าสัดส่วนประชากรกลุ่มนี้มีถึง50%และจะขยายตัวมากขึ้นตามปัจจัยด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยีรวมถึงศักยภาพของประชากรที่สูงขึ้น

จิ๊กซอร์สำคัญของเกมนี้คือ “เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส” ร้านค้าขนาดเล็กที่เคลื่อนตัวได้ง่ายและเร็วแทรกซึมเข้าไปในชุมชนหรือย่านธุรกิจได้ดี  ซึ่งขณะนี้ได้ปรับโพสิชั่นใหม่เพื่อเป็น Top UP Convenience Store ด้วยแนวคิด “For Today” ที่มากกว่า For Now หรือ For Later

ดังนั้นสินค้าและบริการต่างๆจะต้องเข้าถึงไลฟ์สไตล์แต่ละวันให้ได้มากและดีที่สุดแน่นอนว่าเมนหลักคืออาหารพร้อมทานที่จะมีวาไรตี้มากขึ้นโดยจะเติมเข้ามาไม่ต่ำกว่า10% จากสินค้าที่มีประมาณ 3 พันกว่ารายการซึ่งจะเข้ามาผสานกับจุดแข็งที่มีอยู่อย่างกลุ่มอาหารสด

กาแฟและชานมไข่มุกเป็นอีกหนึ่งแม๊กเนตที่จะช่วยให้การเข้าถึงคนในสังคมเมืองง่ายขึ้น โดย “เทสโก้ คอฟฟี่” คือแบรนด์ใหม่ที่จะทำหน้าที่นี้ จะใช้เมล็ดกาแฟจากโครงการดอยตุงในระดับราคาที่เข้าถึงได้ตั้งแต่กลุ่มระดับล่างคือ 25-30 บาท ซึ่งได้ทดลองให้บริการใน 30 สาขาและจะขยายพื้นที่ให้ครบ 1,500 สาขาภายใน 3 ปี

การบริการอาหารและเครื่องดื่มยังจัดสรรพื้นที่สำหรับนั่งในร้านให้อีกด้วยและอีกหนึ่งที่เติมแนวรบเข้ามาคือไปรษณีย์ไทยซึ่งเปิดให้บริการEMS  24 ชั่วโมง เริ่มจากกรุงเทพฯและปริมณฑล 500 สาขาก่อนขยายไปยังจังหวัดอื่นๆ อีกกว่า 700 สาขาภายในปีนี้

เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส Up speed ไม่ต่ำกว่า 250 สาขาต่อปี

การตัดสินใจเข้ามาในเซกเม้นต์ที่มีระดับการแข่งขันรุนแรงขึ้น ทำให้เทสโก้โลตัส เอ็กซ์เพรสจำเป็นต้องเพิ่มอัตราเร่งในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้หนักขึ้นจะเห็นจากแผนระยะ 3 ปีจากนี้น้ำหนักการลงทุนจะเพิ่มเป็น 5 เท่าหรือคิดเป็นการเพิ่มสาขาใหม่ให้ได้ละ 250 สาขาจากเดิมที่ขยับปีละ 50 สาขาที่สำคัญคือทำเลที่จะเข้าไปนั้นจะโฟกัสในย่านที่มีความเป็นสังคมเมืองมากขึ้น

อย่างไรก็ตามการที่จะสนองความต้องการในสังคมและความต้องการที่เปลี่ยนไปนั้นช่องทางPhysical Storeอาจไม่ใช่ทั้งหมด เทสโก้โลตัส เอ็กซ์เพรสจึงให้ความสำคัญเข้าถึงที่หลากหลายเพื่อขยับเข้ามาสู่การเป็นOmni-Channelซึ่งจะสร้างความแข็งแรงในตลาดร้านสะดวกซื้อได้มากขึ้น

พื้นฐานของเทสโก้โลตัสนั้นเป็นค้าปลีกรายแรกที่พัฒนาการจำหน่ายสินค้าผ่านเว็บไซต์ของตัวเองจากนั้นพัฒนาแอปพลิเคชั่นที่มียอดดาวน์โหลดกว่า 5.6 ล้านครั้งรวมทั้งผ่านทำการเปิดออฟฟิศ โตร์ในมาร์เก็ตเพลสอย่างลาซาด้าซึ่ง

ภายใน 3 ปีจากนี้จะพยายามพัฒนาพื้นที่การส่งให้ครอบคลุมมากขึ้น เพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดช็อปปิ้งออนไลน์มีแนวโน้มการเติบโตเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี

7-11 ต้องลงลึกไลฟ์สไตล์สังคมเมือง

สำหรับการพัฒนาแพลตฟอร์ใหม่แต่ละครั้งของเซเว่นอีเลฟเว่นนั้นเรียกกระแสได้ดีเสมอ ขณะเดียวกันก็ทำให้เห็นถึงยุทธศาสตร์ที่จะทำให้พื้นที่ของเซเว่นอีเลฟเว่นเป็นคอมมูนิตี้ฮับ (Community Hub) ที่สามารถรองรับความต้องการของแต่ละชุมชนแต่ละย่านได้มากขึ้น สะท้อนถึงการตีโจทย์ความต้องการในแบบชีวิตคนเมืองได้ชัด เช่นสาขาแบบ”ดูเพล็กซ์” ร้านขนาดใหญ่ 2 ชั้น พื้นที่สแตนด์อะโลนมีที่จอดรถโดยจะแทรกเข้าไปในย่านออฟฟิศบิวดิ้งกลางเมือง

สาขานี้รูปแบบนี้จะนำเสนอมุม “ฟู้ดเพลซ” บริการเมนูปรุงสดและอาหารพร้อมรับประทาน ขนมหวาน  กาแฟ และเครื่องดื่มราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 12-60 บาท พร้อมพื้นที่และโต๊ะ-เก้าอี้สำหรับนั่งรับประทานซึ่งรับกับไลฟ์สไตล์คน หรือสาขาพลัม คอนโด แจ้งวัฒนะ1 ที่ผสมผสานมากขึ้นเพื่อตอบโจทย์เรื่องความสด ใหม่ด้วยการนำ “ซีพีเฟรชมาร์ท” มาไว้ในเซเว่นฯ เพื่อเพิ่มสินค้าสดเช่นผัก ผลไม้ ไข่ไก่ เนื้อสัตว์แช่เย็นและร้านกาแฟคัดสรรซึ่งมีพื้นที่สำหรับนั่งดื่มกาแฟและรับประทานอาหาร มีร้านยาเอ๊กซ์ตร้าและบริการเคาน์เตอร์เซอร์วิส ทำให้การใช้ชีวิตในคอนโดนี้สะดวก สบายและครบถ้วนในที่เดียว

โดยเซเว่นอีเลฟเว่นเองได้เริ่มขยับบางสาขาให้ทดแทนการใช้บริการในซูเปอร์มาร์เก็ต ด้วยการจำหน่ายผักสดซึ่งขณะนี้มีกว่า 63 สาขาทั้งในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลและมีแผนจะขยายเพิ่มประมาณปีละ 100 สาขา เพื่อตอบโจทย์การทำอาหารเฉพาะมื้อไม่ต้องเก็บของครัวครัวเดี่ยวที่มีมากขึ้นในสังคมเมือง

สินค้ากลุ่มอาหารยังเป็นพัฒนาให้เชื่อมต่อกับไลฟ์สไตล์คนเมืองได้มากขึ้น ด้วยการขยายสินค้ากลุ่มอาหารเพื่อให้พรีเมี่ยมขึ้นผ่านแนวคิด “จากครัวสู่กล่อง” โดยร่วมกับเชฟกระทะเหล็กประเทศไทยนำ 12 เมนูเพื่อจำหน่ายในเซเว่น อีเลฟเว่น ด้วยราคาเริ่มต้น 29-59 บาทและจะเพิ่มไลน์กลุ่มอาหารเพื่อสุขภาพให้มากขึ้นเช่น อาหารลดเกลือ อาหารแคลอรีต่ำ สินค้าสมุนไพรให้หลากหลายขึ้น ตามเทรนด์สุขภาพ-สังคมสูงวัย รวมถึงการทำหน้าที่เป็นแบงกิ้งเอเย่นต์หรือการเป็นตัวแทนธนาคารในการรับฝากเงิน

Stan alone” จุดเปลี่ยนเซเว่นฯ

โมเดล Stan alone เป็นจิ๊กซอร์สำคัญที่จะทำให้เซเว่นอีเลฟเว่นเข้าถึงความต้องการได้มากกว่าการเป็นร้านสะดวกซื้อ เพราะจุดแข็งด้านขนาดร้านที่สามารถวางสินค้าได้มากขึ้น การมีพื้นที่จอดรถทำให้สะดวกขึ้น มีพื้นที่สำหรับพักดื่มกาแฟโดยจากจะโฟกัสไปในพื้นที่ท่องเที่ยวและพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษต่าง ๆ นอกจากนี้จะเข้าไปในโครงการที่อยู่อาศัย โรงพยาบาล สถานศึกษา ฯลฯแม้โมเดลดังกล่าวจะใช้งบฯลงทุนสูงแต่ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าและช่วยขยายรัศมีการให้บริการของสาขาได้กว้างขึ้นโดยปี 2562 สาขาเปิดใหม่จะเป็นสัดส่วนของStan alone ราว 40-50% พร้อมกับการขยายพื้นที่วางสินค้าให้มากขึ้นเพื่อตอกย้ำจุดแข็ง

 

ความต้องการผู้บริโภคในสังคมเมือง(Urbanization)

1.มองข้ามจากแค่เรื่องราคามาสู่ Quality & Value จากการเปิดรับข่าวสาร เรียนรู้มากขึ้นทำให้มีการเปรียบเทียบความคุ้มค่าระหว่างคุณภาพกับราคา

2.คำว่า Convenience ที่ไม่ได้วัดจากระยะทางแต่เปลี่ยนมาเป็น Anywhere Anytime สามารถซื้อได้ทุกที่ และทุกเวลาที่รู้สึกว่าตัวเองสะดวก

3.ต้องการสิ่งที่เป็น Personalise Offers มากขึ้นมีความต้องการในสิ่งที่ตอบโจทย์กับวิถีชีวิตของตัวเองมากที่สุด

4.Experience Over Functionality ให้ความสนใจกับประสบการณ์ที่ได้จากการซื้อสินค้ามากกว่าสิ่งที่ควรจะได้ตามพื้นฐาน

 

เปรียบเทียบจำนวนร้านสะดวกซื้อปี 2561

เซเว่นอีเลฟเว่น

10,988

เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส

1,607

แฟมิลี่มาร์ท

1,186

ลอว์สัน 108

102

ติดตามข่าวธุรกิจและกลยุทธ์การตลาดได้ที่ นิตยสารเอสเอ็ม และ www.smmagonline.com

Share.