China and The New Long March

0
SMmagonline-มีข้อที่น่าสังเกตว่า ค่ายเทคโนโลยีที่ทำ “Apps” และ “Platforms” ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Google เอง, Amazon, Facebook เมื่อกระจายธุรกิจตนเองสู่ธุรกิจปลายน้ำ (Downstream business) ต่างล้มเหลว และ ต้องยกเลิกหรือลดทอนโครงการธุรกิจปลายน้ำ เช่น การผลิตสมาร์ทโฟนออกขาย ซึ่งแตกต่างจากกรณีของบริษัทหัวเหว่ย ที่เคยเน้นทำธุรกิจต้นน้ำและกลางน้ำ เช่นทำ “Base stations” และขายอุปกรณ์เครื่องมือในระบบเทเลคอมและการสื่อสารอื่นๆ  แต่พอมาทำธุรกิจสมาร์ทโฟนกลับประสบความสำเร็จอย่างมากมาย จนถูก “เตะสกัดดาวรุ่ง” จากอภิมหาอำนาจโลกในปัจจุบัน 

กลยุทธ์ทางธุรกิจที่สำคัญของหัวเหว่ย ก็คือ การทุ่มเทด้าน “R&D” และกลยุทธ์ด้านการกำหนดราคา (Pricing strategy)

การทุ่มลงทุนด้าน “R&D” มูลค่ามหาศาลอย่างต่อเนื่องนับทศวรรษ และการสร้างเครือข่าย “R&D” ไปทั่วโลก ได้ส่งผลให้หัวเหว่ยสามารถสร้างความแตกต่าง (Differentiation) ในผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการของตน โดยมีคุณภาพมาตรฐานเท่าหรือแม้แต่สูงกว่าบรรดาคู่แข่งอื่นๆ

ยิ่งหัวเว่ยมีกลยุทธ์ในการตั้งราคาผลิตภัณฑ์และการบริการของตนให้ต่ำกว่าบรรดาคู่แข่งอื่นๆ ก็ยิ่งทำให้หัวเหว่ยขยายธุรกิจของตนได้มากและรวดเร็วยิ่งขึ้น

มูลเหตุสำคัญประการหนึ่งที่สร้างความได้เปรียบในการบริหารการตั้งราคา ก็เพราะหัวเหว่ยมีตลาดภายในจีนอันใหญ่โตเหมือนทวีปทั้งทวีป เข้าข่ายการประกอบการที่สามารถประหยัดจากขนาด (Economies of Scale) นั่นเอง

การมี “Economies of scale” เข้าทำนอง “ผลิตเป็นโหลๆ ต้นทุนต่อหน่วยก็จะลดต่ำลง” จะส่งผลให้การบริหารจุดคุ้มทุน (Break-even point) สามารถทำได้ง่ายขึ้น

และเมื่อธุรกิจได้จุดคุ้มทุนแล้ว ก็จะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารการตั้งราคา (Pricing management) มากยิ่งขึ้นไปอีก

การที่จีนเป็นประเทศที่ใหญ่โตมาก โดยมีประชากรถึงร่วม 1,400 ล้านคน (ประมาณ 20% ของประชากรรวมโลก) เปรียบเสมือนทวีปขนาดใหญ่ ขณะที่ประชากรมีรายได้ต่อหัวประมาณ 9,000 US$ ต่อคนต่อปี อันเป็นระดับรายได้ของประเทศรายได้ปานกลาง (Middle income country) ในระดับบน (ถ้าจะหลุดจากกับดักรายได้ปานกลางหรือ “Middle income trap” รายได้ต่อหัวของประชากรจะอยู่ที่หมื่นดอลลาร์สหรัฐเล็กน้อย) ทำให้จีนมีอำนาจซื้อภายในประเทศ (Domestic purchasing power) ในระดับที่ค่อนข้างสูงและมาก

ตลาดภายในประเทศ (Domestic market) ที่เข้มแข็งใหญ่โต จึงเป็น “แต้มต่อ” ที่จีนสามารถพึ่งพาตนเองได้ง่ายและมากขึ้น และสามารถทนต่อแรงเสียดทานที่มาจากปัจจัยภายนอกประเทศได้มากขึ้น

เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงไม่น่าแปลกใจว่า เมื่อเผชิญกับแรงกดดันจากอภิมหาอำนาจโลกมากๆ ดังที่ปรากฏออกมาให้เห็นจากการเกิดสงครามการค้า (Trade war) สงครามเทคโนโลยี (Tech war) ฯลฯ ผู้นำจีนจึงรณรงค์การเดินทัพทางไกลใหม่ (The New Long March) ก็คือนำทัพวิสาหกิจอุตสาหกรรมจีน “ถอยร่น” สู่พื้นที่ภายในประเทศของจีนเอง ที่มีประชากรจำนวนมหาศาลและขนาดของประเทศอันใหญ่โตโดยมีพื้นที่ถึงเกือบ 10 ล้านตารางกิโลเมตร ขนาดพื้นที่ของจีนนั้นพอๆ กับของสหรัฐ แต่มีประชากรมากกว่าสหรัฐ 4-5 เท่า (สหรัฐมีประชากรประมาณ 320 ล้านคน)

แต่การเดินทัพทางไกลครั้งใหม่นี้ จะแตกต่างจากการถอยร่นจาก “ฐาน” ในมณฑลเจียงซี โดยการนำของ “เหมาเจ๋อตุง” สู่ฐานที่มั่นใน “เยนอาน” มณฑลส่านซี ในช่วงปี 1934-1935 โดยที่ขณะนั้น “ทหาร” ในกองทัพส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วยกรรมกรและชาวนา (Peasants) ที่ “แบกจอบแบกเสียม” หรือใช้อาวุธอันล้าสมัยในการต่อสู้กับทัพก๊องมิ่นตั๋ง ที่นำโดยนายพลเจียงไคเช็ค ที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกรและมีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มากและทันสมัยกว่าเป็นอันมาก โดยที่กองทัพแดง (The Red Army) ที่นำโดย “เหมา” ต้องเดิน “ทางไกล” นับหมื่นกิโลเมตรและสูญเสียกำลังไพร่พลเป็นอันมาก ก่อนที่จะสามารถนำกองทัพประชาชน “ปลดปล่อย” ประเทศจีนได้และสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน (The People’s Republic of China) ได้ในวันที่ 1 ตุลาคม 1949

The New Long March” โดยการนำของผู้นำจีนปัจจุบันจะประกอบด้วย

ผู้คนหลากหลายชนชั้นและฐานะอาชีพ ที่ใช้ “กองทัพ” สำคัญคือ ระบบเทคโนโลยี 5G (The Fifth Generation Technology) ที่ประกอบไปด้วย “กองพล” ต่างๆ เช่น กองพลเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence – AI) “IoT” “Big Data” “Cloud computing” “Virtual Reality – VR” “Augmented Reality – AR” “Mixed Reality – MR” “Super computer” “Quantum Computing” ฯลฯ

“กองทัพ 5G” ที่จีนมีความพร้อมทางเทคโนโลยีที่อยู่ในระดับ “แถวหน้า” ของโลก จะกระจายตัวไปทั่วทั้งประเทศ ที่จะส่งผลให้จีนกลายเป็นเศรษฐกิจสังคมที่มี “ฐานราก” สำคัญที่อิงกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ดังกล่าวหรือเป็น “5G based economy and society” ที่จะสร้างผลทวีคูณทางเศรษฐกิจ (Economic multiplier effects) ตามมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นภาคการผลิต (Production sector) ในภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตรกรรม (Smart Industry and smart agriculture) ภาคบริการที่ “สมาร์ท” และเป็น

“AI-based”(Smart and AI-based services) ไม่ว่าจะเป็นด้านการค้าปลีก ค้าส่ง การศึกษา การแพทย์ ฯลฯ ระบบลอจิสติกส์ที่ทันสมัย (Modernized and smart logistics) เช่น ระบบการคมนาคมขนส่ง ระบบการสื่อสาร ระบบสินค้าคงคลัง(Smart Inventory) การบริหารจัดการที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ (Smart management)

ไม่เพียงด้านเศรษฐกิจและธุรกิจเท่านั้น เทคโนโลยี 5G ยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์อีกหลากหลายประการและหลากหลายลักษณะทั้งด้านการพัฒนาสังคม หรือแม้แต่เรื่องกองทัพและการบริหารจัดการด้านความมั่นคง (Security management) ฯลฯ ที่ส่งผลให้พัฒนาการด้านเทคโนโลยีที่อิงกับระบบ 5G ของจีนเป็นที่กังวลและหวั่นไหวจากมหาอำนาจอื่นๆ เช่นในปัจจุบัน

Text: รองศาสตราจารย์ ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์

อ้างอิง: “China and the New Long March”, คอลัมน์ China Power. นิตยสารเอสเอ็ม (SM magazine). Issue 207.

ติดตามข่าวธุรกิจและกลยุทธ์การตลาดได้ที่ นิตยสารเอสเอ็ม และ 
www.smmagonline.com

Share.