Big Data กวาดองค์กรโบราณลงเหวในยุค 5G

0

SMmagonline-ศักยภาพของ big data ได้พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการใช้ประโยชน์จาก big data นั้น องค์กรมีความจำเป็นที่จะต้องนำเอาการวิเคราะห์ข้อมูลระดับอัจฉริยะไว้ในวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ขององค์กร และสามารถนำมาใช้เพื่อการตัดสินใจที่แม่นยำและรวดเร็วขึ้น

ทั้งนี้ พันเอก ดร. เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ได้เผยว่า ในการวิจัยที่เกี่ยวกับผลกระทบของ big data ในรายงานเรื่อง The age of analytics: Competing in a data-driven world จาก McKinsey Global Institute (MGI) ชี้ให้เห็นว่าช่วงของการใช้งานและโอกาสจาก big data ได้มีความชัดเจนและจะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

เมื่อพิจารณาถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี 5G อย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดคำถามกับผู้บริหารขององค์กรต่างๆ ว่าเราจะสามารถบูรณาการความสามารถใหม่ๆ  เข้ากับการดำเนินงานและยุทธศาสตร์ขององค์กรได้อย่างไร 

รายงาน MGI 2011 ได้ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงของ big data ซึ่งในอีก 5 ปีข้างหน้าก็มีความชัดเจนแล้วว่า ศักยภาพของมันจะยิ่งขยายวงกว้างต่อไป โดยในความเป็นจริงแล้วการหลอมรวมทางเทคโนโลยีหลายชนิดกำลังเร่งให้เกิดความก้าวหน้าก้าวกระโดดอย่างไม่มีวันสิ้นสุด ขณะที่ปริมาณข้อมูลยังคงเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในทุกๆ 3 ปี

เนื่องจากข้อมูลได้หลั่งไหลมาจากแพลตฟอร์มดิจิทัล เซ็นเซอร์ไร้สาย (IoT) แอปพลิเคชั่น VR และโทรศัพท์เคลื่อนที่ 5G ที่มีจำนวนหลายพันล้านเครื่อง ประกอบกับความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลมีเพิ่มมากขึ้นในขณะที่ต้นทุนลดลง อีกทั้งในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลยังมีความสามารถในการคำนวณและประมวลผลอย่างมีประสิทธิภาพแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในอดีต และพวกเขาก็กำลังคิดหาอัลกอริทึมที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นและมีประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่าเดิมอย่างน่าอัศจรรย์

ศักยภาพของ big data และการวิเคราะห์เพื่อสร้างมูลค่าได้ถูกประเมินไว้ โดยบริการประเภท location-based services และอุตสาหกรรมค้าปลีกในสหรัฐอเมริกา จะมีการใช้ประโยชน์จาก big data มากเป็นสองอันดับแรก เนื่องจากทั้งสองอุตสาหกรรมดังกล่าวมีกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เกิดมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย (digital natives) ซึ่งพวกเขาเป็นผู้บริโภคและผู้ประกอบการใหม่เป็นจำนวนมาก

บริษัทชั้นนำต่างๆ ทั่วโลก กำลังใช้ความสามารถของ big data ในการปรับปรุงพัฒนาการดำเนินงานหลักของบริษัท และยังใช้เพื่อเปิดตัวรูปแบบธุรกิจใหม่ ซึ่งผลกระทบจากแพลตฟอร์มดิจิทัลทำให้ผู้นำตลาดต้องใช้ความพยายามมากขึ้นในการดำรงขีดความสามารถที่กำลังถูกท้าทายให้ได้ เพราะบริษัทชั้นนำที่เกิดขึ้นใหม่นั้น มีความสามารถในการวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ ได้อย่างน่าทึ่งมากขึ้นทุกขณะ และยังกำลังมองหาวิธีที่จะกระโดดข้ามเข้าสู่อุตสาหกรรมอื่นๆ โดยบริษัทเหล่านี้สามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับขนาดและข้อมูลเพื่อเพิ่มสายธุรกิจใหม่ และการขยายธุรกิจเหล่านี้เองที่ทำให้ขอบเขตอุตสาหกรรมดั้งเดิมเริ่มเลือนหายไป และอาจจะถูกทำลายรูปแบบดั้งเดิมไปในที่สุด เช่น ธนาคารและค้าปลีก เป็นต้น

บริษัทดั้งเดิมต้องทำงานอย่างหนักเพื่อการปรับปรุงพัฒนาครั้งใหญ่หรือเปลี่ยนระบบเดิมที่มีอยู่อย่างสิ้นเชิง แต่พวก digital natives ที่ใช้การวิเคราะห์ด้วยราคาถูกบนสมาร์ทโฟนของพวกเขา ทำให้องค์กรต้องปรับตัวให้เข้ากับยุคของการตัดสินใจแบบ real time ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย บางบริษัทอาจมีการลงทุนด้านเทคโนโลยีอย่างมาก แต่ก็ยังไม่สามารถเปลี่ยนองค์กรเพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากการลงทุนเหล่านี้ได้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม หลายบริษัทต่างกำลังดิ้นรนเพื่อพัฒนาความสามารถ กระบวนการทางธุรกิจ และโครงสร้างองค์กรให้สอดคล้องกับการใช้ big data โดยมีความหวังว่าบริษัทจะสามารถสร้างความแตกต่างที่แท้จริงจากการวิเคราะห์ big data ดังกล่าวได้ ซึ่งพวกเขาอาจกำลังคิดผิด

ความท้าทายแรกที่หลายๆ องค์กรต้องเผชิญก็คือ การรวมข้อมูลและการวิเคราะห์เข้าไปผนวกไว้ในวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์หลักขององค์กร และในขั้นตอนต่อไปคือการพัฒนากระบวนการทางธุรกิจที่เหมาะสมและการสร้างขีดความสามารถใหม่ด้วย big data รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานของข้อมูลและความสามารถขององค์กร แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ระบบเทคโนโลยีมีประสิทธิภาพเหนือชั้นสำหรับการดำเนินธุรกิจที่มีอยู่ได้ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือกันและตระหนักได้ถึงศักยภาพที่แท้จริงของข้อมูลและการวิเคราะห์ที่มีราคาถูกลงบนสมาร์ทโฟนของผู้บริโภคทุกคนทั่วโลก

ความสามารถในการเรียนรู้ของเครื่องจักร (machine-learning) และการเรียนรู้เชิงลึก (deep-learning) ได้ขยายแทรกซึมไปสู่หลายภาคส่วนของระบบเศรษฐกิจ ซึ่งจะเป็นระบบที่นำการเรียนรู้ของเครื่องจักรมาใช้ในการให้บริการลูกค้าแบบอัตโนมัติ  จัดการโลจิสติกส์ วิเคราะห์เวชระเบียนการแพทย์ หรือแม้แต่การเขียนข่าว

อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีสามารถสร้างผลผลิตที่เพิ่มขึ้นได้และทำให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ แต่เทคโนโลยีอันล้ำสมัยนี้มีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการสูญเสียตำแหน่งงานและเกิดผลกระทบอื่นๆตามมา ในประเทศที่มีระบบการศึกษาที่โบราณ

การวิจัยของ MGI พบว่า 45% ของตำแหน่งงานอาจถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ และในจำนวนนี้ประมาณร้อยละ 80 เกิดจากความสามารถในการเรียนรู้ของเครื่องจักร นอกจากนี้ความก้าวหน้าในการประมวลผลภาษาของมนุษย์ก็เริ่มเข้ามามีผลกระทบมากขึ้นแบบไม่หยุดยั้งอีกด้วย 

big data และการวิเคราะห์อันชาญฉลาด กำลังเริ่มทำให้หลายอุตสาหกรรมสั่นคลอน และผลกระทบจะเด่นชัดยิ่งขึ้นเมื่อมีการนำมาใช้ถึงระดับบุคคลทั่วทุกมุมโลก และที่สำคัญคือการนำ big data มาใช้กับเครื่องจักร AI ที่ทำให้เครื่องจักรมีความสามารถเพิ่มมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ทั้งในการแก้ไขปัญหาและการเข้าใจภาษามนุษย์ ดังนั้นองค์กรที่สามารถสร้างความสามารถเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะสามารถสร้างคุณค่าได้อย่างมหาศาล และสร้างความแตกต่างได้ แต่หากองค์กรไม่สามารถพัฒนาเข้าสู่ big data และ AI ได้ องค์กรเหล่านั้นก็อาจจะหายจากตลาดไปภายใน 5-10 ปีนี้อย่างแน่นอน

อ้างอิง (1), (2)

ติดตามข่าวธุรกิจและกลยุทธ์การตลาดได้ที่ นิตยสารเอสเอ็ม และ 
www.smmagonline.com

 

Share.