ปม ใต้ผ้าฝ้ายคุณภาพเนื้อดีของ มูจิ และ ยูนิโคล่

0

SMmagonline- คอลเลกชั่นใหม่จาก มูจิ (Muji) และ ยูนิโคล่ (Uniqlo) ยังพร้อมใจกันชูจุดขายฝ้ายคุณภาพดีจากซินเจียง เมินประเด็นเรื่องจีนละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวอุยกูร์ 

อย่างที่รู้กันดีว่าเขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นบ้านเกิดของชาวมุสลิมจีนกว่าครึ่งหนึ่งและเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ ภายใต้บริบทนโยบาย “One Belt, One Road” (OBOR) หรือ หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง หรือเส้นทางสายใหม่ยุคใหม่ของจีน   

นอกจากนี้พื้นที่จำนวนมากในซินเจียง ยังเป็นแหล่งปลูกฝ้ายบนที่ดินมหาศาล 3 ใน 4 ของประเทศและสร้างสินค้าจำพวกผ้าฝ้ายทอชั้นนำเสริมตลาดท่องเที่ยวโดยเฉพาะ “คอตตอนซินเจียง” (Xinjiang Cotton) ที่โด่งดังไปทั่วโลก จนกระทั่ง มูจิ แบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำของญี่ปุ่นก็ยังนำฝ้ายจากซินเจียงมาผลิตเป็นเครื่องนุ่งห่มจนติดอันดับสินค้าขายดี เช่นเดียวกับ ยูนิโคล่ ก็โฆษณาสินค้าของตนด้วยด้วยจุดขายว่า  “ทำจากผ้าฝ้ายซินเจียงซึ่งมีชื่อเสียงในด้านคุณภาพที่ยอดเยี่ยม”

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจีนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางเรื่องการจัดตั้งค่ายลับเหล่านี้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ โดยทางการอ้างว่าเป็นเพียง ศูนย์ฝึกอาชีพ

แต่มีหลักฐานออกมามากมายว่า มีผู้ถูกจับกุมและถูกบังคับให้ทำงานในค่ายกักกันดังกล่าวส่งผลให้เกิดความกังวลต่อผลิตภัณฑ์ที่มาจากซินเจียงนั้นเชื่อมโยงกับแรงงานอย่างไม่ถูกกฎหมายของอุยกูร์ในขณะที่สโลแกนของผลิตภัณฑ์จาก มูจิ นั้นเกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตที่สมเหตุสมผลเรียบง่ายก่อให้เกิดความเป็นสากลขั้นสูงสุดและยอมรับความรู้สึกและความนึกคิดของทุกคน

ดังนั้น หลังการเปิดตัว “Xinjiang Cotton Collection”  ในปีนี้ Wall Street Journal จึงตีพิมพ์บทความกล่าวหาว่า แบรนด์เสื้อผ้าญี่ปุ่นชื่อดังกำลังทำงานร่วมกับโรงงานในซินเจียงที่ถูกสงสัยว่า ใช้แรงงานผิดกฎหมาย ทั้งๆที่ มูจิ และ ยูนิโคล่ อยู่ในภูมิภาคที่ห่างไกลจากแหล่งผลิตฝ้าย

เช่นเดียวกับ the Australian branches of Target, Cotton On, H&M, Jeanswest, Ikea and Dangerfield ที่ทำการซื้อฝ้ายจากซินเจียงเช่นกัน แต่ไม่ได้นำมาโฆษณาเป็นจุดขายของทางแบรนด์เหมือนมูจิ และยูนิโคล่

ในช่วงกลางเดือนตุลาคม Cotton On และ Target Australia หยุดการจัดหาฝ้ายจากซินเจียง เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนจำนวนมาก

หลังจากการสอบสวน Four Corners พบว่า ชาวมุสลิมอุยกูร์ถูกบังคับให้ทำงานในโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าในภูมิภาคส่วน มูจิ และยูนิโคล่ ปฏิเสธคำขอที่จะให้รายชื่อซัพพลายเออร์ของตนในซินเจียง

อายะ นิชิมุระ (Aya Nishimura)  โฆษกของเรียวฮินเคคาคุ (RyohinKeikaku) เจ้าของแบรนด์มูจิ ชี้แจงว่า

“จากการสอบถามเมื่อเร็วๆ นี้ เราได้เริ่มทำการทบทวนสถานการณ์ในพื้นที่ซินเจียงสำหรับฟาร์มที่ปลูกฝ้ายและโรงงานปั่นด้ายที่ผลิตเส้นด้าย ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่นำไปใช้ในผลิตภัณฑ์ของเราและเรียวฮินเคคาคุ กรุ๊ป จะยังคงให้บริการลูกค้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและคุณค่าที่ดีขึ้น พร้อมกับป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนในทุกพื้นที่ธุรกิจของเรา”

ส่วนยูนิโคล่ ชี้แจงว่า

ทางแบรนด์มีแหล่งฝ้ายจากหลายแห่งทั่วโลก รวมถึงออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา และจีน ซึ่งพันธมิตรการผลิตก็ไม่ได้ตั้งอยู่ในเขตซินเจียง

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้นยูนิโคล่ เคยถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มบริษัทที่เข้าข่ายกิจการสีดำ (Black Corporations) ของญี่ปุ่น เพราะบังคับให้ทำงานล่วงเวลาแบบไม่มีค่าตอบแทน อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ย่ำแย่ถูกบังคับขู่เข็ญโดยเจ้านาย

โดยที่บริษัทดังกล่าวไม่ได้ตระหนักถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนเท่าที่ควรพวกเขาควรจะกำหนดกลยุทธ์การตรวจสอบและเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ

การผลิตฝ้ายของจีน 

อย่างไรก็ตามเมื่อปีที่แล้ว จีนผลิตฝ้ายเกือบหนึ่งในสี่ของโลกและ  84% นั้นมาจากซินเจียง

ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยว่า ฝ้ายที่ซัพพลายให้แบรนด์ต่าง ๆ จะไม่ได้มาจากที่นี่ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสิ่งทอ คือหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีการใช้แรงงานจำนวนมาก และภูมิภาคนี้มีประชากรมากกว่าหนึ่งล้านคนที่ถูกบีบบังคับให้เป็นแรงงานอย่างผิดกฎหมาย รวมไปถึงรัฐบาลและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจก็เอื้อประโยชน์ต่อการทำธุรกิจดังกล่าว

ปัจจุบัน ปักกิ่งกำลังเปลี่ยนแคมเปญการกักกันให้กลายเป็นธุรกิจของการกดขี่ ซึ่งบริษัทที่เข้าร่วมไม่เพียงได้รับประโยชน์จากเงินอุดหนุนจากรัฐบาลจำนวนมากเท่านั้น แต่ยังมาจากแรงงานชนกลุ่มน้อยที่มีราคาถูก

นอกจากนี้ยังขาดการเข้าถึงในแง่กฎหมายเพื่อตรวจสอบดังนั้น  “ไม่มีทางที่จะรับรองได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่ได้รับจากผู้รับเหมาช่วงนั้นถูกต้องตามกฎหมาย”  จนทำให้สหรัฐขึ้นบัญชีดำหน่วยงาน – บริษัทจีนรวม 28 แห่งตอบโต้กดขี่มุสลิมอุยกูร์ตอบโต้กรณีที่จีนเลือกปฏิบัติรวมถึงละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อชาวมุสลิมอุยกูร์ในเขตปกครองซินเจียงและชนกลุ่มน้อยมุสลิมในส่วนอื่นๆ ของประเทศตามมา

อ้างอิง

ติดตามข่าวธุรกิจและกลยุทธ์การตลาดได้ที่ นิตยสารเอสเอ็ม และ
www.smmagonline.com

 

 

Share.