ABAC ผสานศาสตร์ และศิลป์ สร้างหลักสูตร MBA Creative & Music Business

0

smmagonline – มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หรือที่คุ้นหูกันในชื่อ เอแบค (ABAC) นับว่าเป็น มหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทยที่มีระบบการสอนหลักสูตรนานาชาติกว่า 50 ปีที่ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้ผลิต บัณฑิต, มหาบัณฑิต, ดุษฎีบัณฑิตบุคลากรคุณภาพจำนวนมากมายที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมเศรษฐกิจของไทย

ทั้งนี้ หนึ่งในเป้าหมายการเรียนการสอนของสถาบันการศึกษานี้ คือการมุ่งให้ความรู้ทางด้านการบริหารธุรกิจ ซึ่งต้องยอมรับว่าการทำธุรกิจทุกวันนี้เก่งอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องการบริหาร การทำธุรกิจต้องอาศัยทั้ง ศาสตร์ และศิลป์ ถึงจะผลักดันให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้

ล่าสุด เพื่อให้ตอบโจทย์คนทำงานรุ่นใหม่ ไปจนถึงเจ้าของธุรกิจในยุคดิจิทัล ทางมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญจึงได้ทำการเปิด 2 หลักสูตรการบริหารธุรกิจขึ้นมาโดยเฉพาะ คือ MBA Creative Communication และ MBA Music Business and Entertainment นับเป็นโมเดลการทำธุรกิจยุคใหม่ที่เน้นความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งถือเป็นหัวใจของการทำธุรกิจในปัจจุบันและอนาคต

ดร.อภิชาต อินทรวิศิษฏ์ ผู้อำนวยการหลักสูตร การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ บัณฑิตวิทยาลัยบริหารธุรกิจมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ

“ปัจจุบันเราอยู่ในยุคของ Creative Economy ถ้าวันนี้ยังคงทำงาน เดินหน้าทำธุรกิจ โดยขาดความคิดสร้างสรรค์ จะไปแข่งขันกับใครก็ลำบาก และไม่สามารถเติบโตได้อย่างที่ควรจะเป็น” ดร.อภิชาต อินทรวิศิษฏ์ ผู้อำนวยการหลักสูตร การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ บัณฑิตวิทยาลัยบริหารธุรกิจมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ กล่าว พร้อมเผยถึงแนวคิดที่มาของการพัฒนาหลักสูตร MBA ที่เน้นด้านความคิดสร้างสรรค์ขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อให้เถ้าแก่ได้เข้าใจความคิดของคนทำงานที่มีมุมมองด้านศิลป์ในขณะที่คนทำงานรุ่นใหม่ ได้มองเห็นภาพของการทำงานที่เอื้อในเชิงของธุรกิจให้ดีขึ้นด้วย

บริบทของการทำธุรกิจในทุกอุตสาหกรรมวันนี้เปลี่ยนไปมาก ลำพังการเรียน MBA หรือถ้าพูดกันง่ายๆ คือ วิชาการเป็นเถ้าแก่ ที่รู้หลักพื้นฐานของ เศรษฐศาสตร์การตลาด กลยุทธ์การบริหารการเงิน ฯลฯ คงไม่เพียงพอ เพราะคนเป็นเถ้าแก่หรือเจ้าของธุรกิจ จำเป็นต้องมองเข้าใจทีมงาน โดยเฉพาะที่ทำงานทางด้านศิลป์ต่างๆ เพื่อที่จะได้สื่อสาร และเข้าใจรูปแบบของการทำงานที่ตอนนี้มีทั้งเรื่องของ Digital Marketing, Multimedia, Creative Content ฯลฯ ทำให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพมากขึ้น ในขณะที่อีกมุมกลุ่มคนทำงาน ที่ผ่านมาอาจมุ่งเน้นนำเสนอแต่ความแปลกใหม่ แต่ในโลกของธุรกิจแปลกใหม่อย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องสามารถเอามาต่อยอดในการสร้างรายได้ได้จริงๆ

“MBA Creative Communication ของ ABAC วันนี้จึงไม่ใช่หลักสูตรเฉพาะเถ้าแก่ เท่านั้น แต่ยังเหมาะกับคนทำงาน โดยเฉพาะสายงานทางด้านนิเทศศาสตร์ที่ต้องการเข้าใจการทำธุรกิจมากขึ้นด้วย”

การทำธุรกิจ การทำโฆษณา ล้วนทำบน Digital Platform กันหมด การทำให้คนไม่กดข้ามโฆษณา หรือทำให้คนอยากดู อยากอ่านต่อ เหล่านี้ล้วนต้องใช้ Creative Content, Marketing เข้าไปผสมผสานด้วย ทั้งนั้น หลักสูตร MBA Creative Communication จะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจและเห็นองค์รวมของสิ่งต่างๆ เหล่านี้

ถ้าเถ้าแก่ผนวกความคิดอ่านในแง่มุมของนิเทศฯ ได้ ในขณะเดียวกัน ถ้าคนนิเทศฯ เข้าใจธุรกิจในเชิงของเถ้าแก่ได้ โอกาสในการทำธุรกิจ ต่อยอดสิ่งใหม่ๆ ที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีในเชิงเศรษฐศาสตร์ด้วย ก็จะยิ่งมากขึ้น”

ส่วน หลักสูตร MBA Music Business and Entertainment ถือเป็นหลักสูตรใหม่ที่ออกแบบมาสำหรับนักธุรกิจที่มองเห็นโอกาสในการพัฒนาในเชิงของดนตรี งานศิลปะ ซึ่งการบริหารงาน กลุ่มนี้ ต้องยอมรับว่ามีการท้าทายกว่าธุรกิจอื่นๆ เพราะเป็นการทำงานร่วมกับคนทางด้านบันเทิง ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง

“ในบ้านเรามีสถาบันทางด้านดนตรีจำนวนมากธุรกิจดนตรี กลายเป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่ ถ้าสามารถบริการจัดการธุรกิจดนตรีได้อย่างมีประสิทธิภาพโอกาสการเติบโตจะมีมาก เพราะคนไทยชื่นชอบความบันเทิง โดยเฉพาะเรื่องของดนตรี ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ธุรกิจที่เกี่ยวข้องทางด้านนี้ อาทิ คอนเสิร์ต,ละครเพลง, เกมโชว์ด้านเพลง รวมไปถึงงานอีเวนต์ที่ใช้ดนตรีมาประกอบ ฯลฯ มีการขยายตัวมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน ซึ่งถ้ารู้หลักในการบริหารจัดการทั้งในแง่ของศิลปิน, การผลิต, กระบวนการจัดงาน ฯลฯ อย่างเป็นระบบ และเข้าใจไลฟ์สไตล์ของคนกลุ่มนี้ธุรกิจด้านดนตรี ผลตอบแทนได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

“MBA Music Business and Entertainment ไม่ได้สอนให้คุณรู้จักตัวโน้ต แต่สอนเรื่องของสังคีตนิยม (Music Appreciation) คือ ฟังเพลงเป็นการบริหารจัดการศิลปิน ซึ่งมีความซับซ้อนและหลากหลายไปจนถึงการบริหารดนตรีให้ตอบโจทย์ธุรกิจ ตอบโจทย์ทุกกลุ่มตั้งแต่แบรนด์, สปอนเซอร์, นักแสดง, ผู้ชม ฯลฯ ในขณะเดียวกัน ตัวศิลปินที่อาจมองแค่การผลิตเพื่อความบันเทิง ก็จะได้เรียนรู้หลักของการพัฒนาธุรกิจดนตรีอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อที่จะได้ผลิตผลงานหรือทำอีเวนต์ออกมาแบบได้ทั้งเสียงชื่นชอบและผลตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อ”

หลายคนอาจมองว่า “ดนตรี” ไม่สำคัญ แต่ถ้าลองสังเกตให้ดี “ดนตรี” เข้าไปอยู่ในทุกช่วงโอกาสงานสำคัญ งานอีเวนต์ ก็ต้องใช้ดนตรี งานแสดงสินค้า งานจัดแสดงโชว์ต่างๆ รวมไปถึงการสร้างความบันเทิงอื่น ไม่ว่าจะเป็นหนัง ภาพยนตร์ ละคร ฯลฯ ล้วนแต่มีดนตรีเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยทั้งนั้น ประเด็นสำคัญที่ตามมาคือ คนในแวดวงดนตรี มีคาแร็กเตอร์แบบเฉพาะตัว ถ้านักพัฒนาธุรกิจไม่เข้าใจ ไม่รู้ระบบการทำงาน ไม่รู้จักกลยุทธ์ในการสื่อสารที่เหมาะสมการที่จะพัฒนาธุรกิจดนตรีให้โตอย่างแข็งแกร่งได้คงเป็นเรื่องที่ยากมาก

“ค่ายผู้ผลิตละครเพลงในบ้านเรามีมากขึ้น แต่มีเพียงไม่กี่บริษัท หรือละครเพลงไม่กี่เรื่องที่ประสบความสำเร็จ เพราะธุรกิจจะสำเร็จได้ ไม่ใช่แค่เพลงดีเพลงดัง แต่การบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำ ถึงปลายน้ำล้วนแต่ต้องอาศัยความเข้าใจในกลไกการทำตลาดการสร้างแบรนด์ด้วยกันทั้งสิ้น ถึงจะเข้าถึง เข้าใจผู้ชม และทุกส่วนที่เกี่ยวข้องได้อย่างแท้จริง”

ทั้งนี้ ในหลักสูตร MBA Music Business and Entertainment จะช่วยให้นักพัฒนาธุรกิจดนตรีไปจนถึงศิลปินมองเห็นภาพการทำงานบนเส้นทางธุรกิจจริง โดยที่ผลงานนั้นยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความบันเทิง โดยรูปแบบการเรียนของที่นี่จะยึดหลัก ทฤษฎี 30% และอีก 70% คือการลงสนามจริง ไปดูว่าการจัดอีเวนต์, การอัดเสียง, คอนเสิร์ต ฯลฯ มีกระบวนการทำกันอย่างไรบ้าง และในเชิงธุรกิจสามารถปรับเพิ่มมูลค่าได้ให้แก่ผลงานดนตรี ความบันเทิงเหล่านั้นได้อย่างเหมาะสม

ABAC เปิดสอนหลักสูตรทางด้าน Communication Arts มานานกว่า 30 ปี มีคณะอาจารย์ทางด้านนี้โดยตรงกว่า 40 คน ผลิตบัณฑิตกว่า 400 คน/ปี มีศิษย์เก่าที่ทำงานในแวดวงทั้ง โฆษณา, อีเวนต์,ประชาสัมพันธ์, นักข่าว, ดนตรี, บันเทิง ฯลฯ ที่พร้อมมาถ่ายทอดประสบการณ์โดยตรงกับทุกคนที่เข้ามาเรียน รวมถึงมีห้องเรียนที่เป็นแบบมัลติมีเดียเหมือนการทำงานจริงๆ ดังนั้น มั่นใจได้ว่าความรู้ที่จะได้รับจากหลักสูตร MBA Creative Communication และ MBA Music Business and Entertainment จะเติมเต็มทั้งในแง่ของทฤษฎี และการปฏิบัติการทำงานจริงๆ จากกูรูทางด้านวิชาการ และผู้รู้จริงจากประสบการณ์ตรง และสามารถนำไปปรับใช้กับการทำธุรกิจในยุคดิจิทัลที่ต้องเท่าทันลูกค้าอย่างสร้างสรรค์

ติดตามข่าวธุรกิจและกลยุทธ์การตลาดได้ที่ นิตยสารเอสเอ็ม และ
www.smmagonline.com

Share.