ฟอร์ด ขับเคลื่อนธุรกิจด้วย “นวัตกรรม” ตอบโจทย์ทุกความแตกต่างด้านยนตรกรรม

0

SMmagonline – การดำเนินธุรกิจในปัจจุบันต้องเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยแวดล้อมทางธุรกิจ ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญ อย่างในวงการตลาดรถยนต์ก็หนีไม่พ้น โดยยังคงมีการแข่งขันอย่างเข้มข้น ซึ่งสำหรับ “ฟอร์ด ประเทศไทย” ไม่ได้มองว่าสิ่งเหล่านี้คืออุปสรรค แต่กลับเชื่อว่าสิ่งใหม่ และการแข่งขันที่เกิดขึ้นในยุคดิจิทัลเหล่านี้ ล้วนเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสที่ผลักดันให้บริษัทเดินหน้าพัฒนาธุรกิจต่อไป ให้สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง

วิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย หัวเรือใหญ่ของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลก ที่รับผิดชอบการทำตลาดในไทย เชื่อว่าการที่ประเทศไทยกำลังขับเคลื่อนเข้าสู่เศรษฐกิจยุคดิจิทัล การพัฒนาขับเคลื่อนธุรกิจด้วยนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จะช่วยสร้างความแตกต่างที่นำไปสู่ความได้เปรียบทางการแข่งขัน และ “สตาร์ทอัพ” ก็เป็นการดำเนินธุรกิจของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในปัจจุบัน เพราะไม่เพียงมีศักยภาพที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ๆ ที่แตกต่างเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภค แต่ยังมีความคล่องตัวในการคิดค้นพัฒนานวัตกรรมมากกว่าบริษัทใหญ่ ทั้งยังขยายตัวและเติบโตอย่างก้าวกระโดดจนสามารถส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้างได้

วิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย

แม้จะเป็นองค์กรใหญ่ระดับโลก แต่ ฟอร์ด ประเทศไทย เชื่อในพลังของกลุ่มสตาร์ทอัพ คนรุ่นใหม่ ที่ผ่านมาจึงเดินหน้าให้การสนับสนุนกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ในการนำเทคโนโลยีมาต่อยอดพัฒนานวัตกรรม ในขณะเดียวกันก็ทรานส์ฟอร์มองค์กร นำแนวคิดมุมมองสตาร์ทอัพมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาธุรกิจ ต่อยอดการทำตลาดแบบใหม่ๆ

ฟอร์ด เชื่อว่า เยาวชนไทยเก่ง ถ้ามีเวทีให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงฝีมือ สังคมไทยจะเห็นศักยภาพที่เต็มเปี่ยมของ New Gen ที่น่าสนใจในหลายๆ ด้าน ฉะนั้นที่ผ่านมา ฟอร์ด ประเทศไทย จึงมุ่งให้การสนับสนุนเด็กไทยมาโดยตลอด หนึ่งในนั่น คือ Go Further Innovator Scholarship เวทีการแข่งขัน เพื่อเฟ้นหาสุดยอดโครงงานนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ระดับประเทศ โครงการทุนการศึกษาที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง 5 ปีเต็ม

ซึ่งแบรนด์รถจากอเมริกันนี้หวังเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้เยาวชนไทยมีความรู้เท่าทันเทคโนโลยี โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะด้านการคิด วิเคราะห์ นำเทคโนโลยีมาใช้ในการแก้ปัญหาด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้คิดค้นพัฒนาโครงงานนวัตกรรมอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งจะสามารถนำไอเดียที่ได้ไปพัฒนาต่อยอดเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศในอนาคต

ส่วนการบริหารธุรกิจในยุคดิจิทัล ที่การแข่งขัน ลูกค้าเปลี่ยนแปลงเร็ว “วิชิต” ยอมรับว่า องค์กร ฟอร์ด ประเทศไทย ต้องปรับ จูน กระบวนการทำงานให้ทันโลก โดยได้มีการนำแนวคิดสตาร์ทอัพมาประยุกต์ใช้ในองค์กร ช่วยสร้างโอกาสใหม่ๆ ทางการตลาด ด้วยความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาและเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนให้ดีขึ้น ผ่านความเชี่ยวชาญด้านยานยนต์ระดับโลก

“ให้ความสำคัญกับการมุ่งเน้นที่ลูกค้าต้องรู้ ว่าอะไรคือสิ่งที่ลูกค้าต้องการ และ Touch Points ระหว่างแบรนด์และผู้บริโภคอยู่ที่ใด มุ่งเน้น การสร้างกลยุทธ์ให้เข้าถึงลูกค้าในจุดนั้นๆ เพื่อ ส่งมอบประสบการณ์ดีๆ ให้กับลูกค้าในการเป็น เจ้าของรถยนต์ฟอร์ด มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ เหนือชั้น พร้อมการออกแบบที่ทันสมัย อัดแน่น ด้วยเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ เพื่อมอบ ความปลอดภัยในทุกการเดินทาง อันเป็นสิ่งที่ แบรนด์ฟอร์ดภาคภูมิใจนำเสนอแก่ผู้บริโภคทั่วโลก และผู้บริโภคชาวไทยมาโดยตลอด”

“บุคคล คือกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร ให้เติบโตอย่างยั่งยืน การสร้างทีมของฟอร์ดจึงมี วิธีคิดแบบสตาร์ทอัพที่อาศัยความเชี่ยวชาญผสาน ความทุ่มเทเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน จึงมุ่งให้ ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร พร้อมกับให้ โอกาสและรู้จักเลือกคนให้เหมาะสมกับงานตาม ศักยภาพและความถนัดที่แตกต่างกัน เพราะทุกคน ต่างเป็นกำลังสำคัญในการช่วยผลิต พัฒนา และ ส่งต่อผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับ ลูกค้า อันเป็นจุดมุ่งหมายร่วมกันที่จะทำให้องค์กร แข็งแกร่งต่อไป”

สามกลยุทธ์หลักที่ฟอร์ดยึดมั่นมาโดยตลอด คือ การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่าง แท้จริง (Product Excellence) การยกระดับ ประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience Excellence) และความเป็นเลิศในการดำเนิน ธุรกิจ (Operational Excellence)

เพื่อให้ฟอร์ด เข้าไปอยู่ในใจลูกค้า “วิชิต” เผย ยุทธศาสตร์การทำธุรกิจยานยนต์จนประสบความสำเร็จเช่นทุกวันนี้ว่า นอกจากความมุ่งมั่นในการ สร้างสรรค์รถยนต์คุณภาพชั้นนำระดับโลกที่หลาก หลายตอบโจทย์ทุกความต้องการที่แตกต่างของ ลูกค้า ยังมุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านบริการที่ หลากหลายทันยุคสมัย เพื่อตอบสนองความ ต้องการและมอบความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้า พร้อมยกระดับการบริการให้ดียิ่งขึ้น

มีการสร้างสมาร์ทแพลต ฟอร์ดในลูกค้าเข้าถึง บริการของฟอร์ดได้สะดวกยิ่งขึ้น ผ่าน โปรแกรม “ฟอร์ด การันตี ความใส่ใจ” หรือ Ford Family Guarantee เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับ ลูกค้า ทั้งเจ้าของรถฟอร์ดปัจจุบัน และลูกค้าใหม่ ด้วยการดูแลแบบครอบครัว ผ่านคำมั่นสัญญา 4 ประการ ได้แก่

“ฟอร์ดพร้อมรับฟัง (We Listen) ฟอร์ดพร้อม ให้คุณมั่นใจ (We Assure) ฟอร์ดพร้อมช่วยเหลือ (We Support) และ ฟอร์ดพร้อมพัฒนา (We Follow Up) โดยพัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยี เพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวกในการรับบริการ และสร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง”

ไม่ว่าจะเป็น “บริการช่วยเหลือฉุกเฉินทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง Ford Roadside Assistance” ให้ บริการลูกค้าได้อย่างทันท่วงที ระบบปฏิบัติการอัน ทันสมัยช่วยให้เจ้าหน้าที่ “ทีมค้นหาและช่วยเหลือ Search and Rescue” พบบทสนทนาเกี่ยวกับรถ ฟอร์ดบนโลกออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว และสามารถ ตอบกลับเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมหรือช่วยเหลือลูกค้า อย่างทันท่วงที “บริการรับประกันเช็คระยะเสร็จ ภายใน 60 นาที ผ่านการนัดหมายออนไลน์ 60-Minute Express Service Guaranteed Online Booking” ที่ลูกค้าสามารถนัดหมายเข้ารับบริการผ่านเว็บไซต์ onlinebooking.ford.co.th ตลอด 24 ชั่วโมง ตลอดจนการขยายเครือข่ายโชว์รูมและ ศูนย์บริการฟอร์ดให้ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึง การขยายศูนย์ซ่อมตัวถังและสีรถยนต์แบบครบวงจร ให้ครบ 50 แห่งในปีนี้

การพัฒนาสินค้าพร้อมกับยกระดับการให้บริการ เหล่านี้ สะท้อนให้เห็นว่า ในยุคที่เทคโนโลยีและ นวัตกรรมมีบทบาทสำคัญกับธุรกิจมากขึ้นเรื่อยๆ ฟอร์ด ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อม ที่จะรองรับทิศทางที่เปลี่ยนไปของอุตสาหกรรม จึง เล็งเห็นความสำคัญในการเข้าถึงผู้บริโภคในโลก ดิจิทัลและเครือข่ายสังคมออนไลน์ ผ่าน Digital Marketing ด้วยการสื่อสารที่เน้นความสร้างสรรค์ สดใหม่ น่าจดจำไปพร้อมกับสร้างการรับรู้แบรนด์ และมีทัศนคติที่ดีต่อแบรนด์ โดยมีรางวัล Thailand Zocial Awards 2019 การันตีความสำเร็จกลยุทธ์ ด้านดิจิทัลของฟอร์ดมาเป็นเวลา 5 ปีติดต่อกันแล้ว

แม้วันนี้ฟอร์ดจะประสบความสำเร็จทั้งในแง่ ของยอดขายและแบรนด์ แต่ปีหน้าเชื่อว่าทุกอย่าง จะก้าวขึ้นไปอีกระดับ โดยมีการวางเป้าหมายใน ปี 2020 ทั้งในเรื่องขยายการเติบโตทางธุรกิจของ ทั้งฟอร์ด และผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ฟอร์ดเคียงคู่ กันไป พร้อมกับมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการ เป็นเจ้าของรถยนต์ฟอร์ดให้กับลูกค้า

ทั้งในแง่ผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นรถกระบะ เกิดมาแกร่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ ที่ตอบโจทย์ครอบคลุม ทุกการทำงานและการพักผ่อน ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ รถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูง โดดเด่น ด้วยรูปทรงแกร่ง ดุดัน ทันสมัย หรือรถอเนกประสงค์ ขนาดกลาง ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ที่อัดแน่นด้วย เทคโนโลยีอัจฉริยะทางด้านการขับขี่ ความปลอดภัย และ ฟอร์ด มัสแตง รถสปอร์ตระดับตำนาน ฯลฯ ตลอดจนการเดินหน้าพัฒนาบริการหลังการขาย เพื่อให้ฟอร์ดได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ที่ดี ในใจลูกค้า เพื่อครองใจผู้บริโภคในทุกเซ็กเมนต์

บิ๊กบอส ฟอร์ด ประเทศไทย เชื่อว่าปีหน้าจะเป็น อีกหนึ่งปีทองของธุรกิจ และสามารถทำทุกอย่างได้ ตามเป้าหมาย เพราะคนองค์กรร่วมผลักดันซึ่งกัน และกัน เนื่องจากในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง นอกจาก ความสามารถในการปรับตัวและความยืดหยุ่น ยัง มีทักษะอีกหลากหลายที่จำเป็นต่อการทำงานและ การดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน การทำงานเป็นทีมที่มี เป้าหมายเดียวกันที่ชัดเจนจึงเป็นเรื่องสำคัญ ทุก แผนกทุกฝ่ายไม่ว่าจะอยู่ในภาคส่วนใดขององค์กร ก็ตาม จะต้องทำงานร่วมกัน พร้อมเปิดใจรับ แนวความคิดใหม่ๆ สนับสนุนกันและกัน และสามารถ ตอบสนองได้ทันต่อเหตุการณ์ เพื่อก้าวเดินไปข้างหน้า ร่วมกันและพาองค์กรเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน”

ติดตามข่าวธุรกิจและกลยุทธ์การตลาดได้ที่ นิตยสารเอสเอ็ม และ
www.smmagonline.com

Share.