เทลสกอร์ นำเทรนด์ Micro Influencer Management พลังเล็ก พลิกวงการโฆษณา

0

SMmagonline – “เทคโนโลยี” คือ จุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมโฆษณาไม่เพียงแค่ในไทยแต่เกิดขึ้นกับธุรกิจโฆษณาทั่วโลก ทว่าทุกการเปลี่ยนแปลงจะมีโอกาสซ่อนอยู่ หากรู้จักพลิกมุมคิด ก็สามารถสร้างเส้นทางธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์ลูกค้าในยุคดิจิทัลได้ อย่าง เทลสกอร์ (Tellscore)

เทลสกอร์ ผู้ให้บริการแพลตฟอรม์ ทางด้าน Micro Influencer Management ที่วันนี้กลายเป็นกลไกสำคัญในการช่วยสร้างแคมเปญโฆษณาออนไลน์ให้แก่ เอเจนซี่โฆษณา และแบรนด์ เข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายอย่างทรงพลังมากกว่าที่เคยคือ หนึ่งในตัวอย่างของธุรกิจในวงการโฆษณาที่ กล้าปรับ กล้าเปลี่ยน โดยใช้เวลาเพียงแค่ 3 ปี สามารถก้าวขึ้นสู่แถวหน้าของไทยในฐานะ Tech Startup ด้านไมโครอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังในไทย พร้อมขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศได้สำเร็จ

เทลสกอร์” มาจากการถูก “ดิสรัปชั่น”

สุวิตา จรัญวงศ์ ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เทลสกอร์ จำกัด ย้อนจุดเริ่มต้นของธุรกิจนี้ว่า อยู่ในวงการ Digital Agency มานานหลายสิบปี เทคโนโลยียิ่งพัฒนามากขึ้นเท่าไรการทำโฆษณาออนไลน์ยิ่งท้าทายมากขึ้นเท่านั้น

ผลตอบรับจากการทำโฆษณาออนไลน์น้อยลงเพราะความซับซ้อนของเทคโนโลยี และ Ad Frud เข้ามาป่วน เข้ามาฝังซอฟต์แวร์ที่แฝงมากับออนไลน์ ทำให้โฆษณาที่สื่อสารออกมาไม่ถูกส่งต่อไปยังผู้บริโภคอย่างที่ควรจะเป็น ซึ่งถ้ายังคิดและทำแบบเก่า ก็เท่ากับยืนอยู่กับที่

ในขณะเดียวกันก็พบว่า อินฟลูเอนเซอร์กลายเป็นกลุ่มคนที่ช่วยเชื่อมโยงระหว่างแบรนด์และผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด เพราะผู้บริโภคเชื่อในสิ่งที่คนพูดมากกว่าแบรนด์พูด และนี่จึงเป็นโอกาสของการเริ่มต้นขยายธุรกิจใหม่

“ตอนที่ทำบริษัท Digital Agency มีแผนกที่ดูแลในส่วนของ Influencer Marketing ซึ่งพบว่าช่องทางอินฟลูเอนเซอร์นี้โตขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงตัดสินใจหันมาโฟกัสเรื่องนี้โดยเฉพาะ เพราะมองเห็นโอกาสและความเป็นไปได้ของธุรกิจ ที่สำคัญคือไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่เราเข้าใจความต้องการของลูกค้า และมีฐานบิ๊กดาต้าไมโครอินฟลูเอนเซอร์มากถึง 50,000 ราย โดยแบ่งเป็นในไทยราว 36,000 ราย และที่อินโดนีเซียที่ บริษัทฯ เพิ่งเข้าไปทำตลาดเมื่อต้นปีอีกราว 14,000 ราย ที่พร้อมจะเข้ามาช่วยกันสื่อสารเป็นกระบอกเสียงให้กับแบรนด์”

เทลสกอร์ อยู่กับโซเชียลมีเดียที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ดังนั้น ต้องพร้อมปรับตัวให้ทันกับการแข่งขันอยู่เสมอ โดย สุวิตา ช่วงแรกที่เข้ามาในตลาด ยังไม่มีผู้เล่นมากนัก ส่วนใหญ่จะทำในรูปแบบของรายย่อยๆ คือ มีการรวมกลุ่มของไมโครอินฟลูเอนเซอร์อยู่จำนวนหนึ่ง พอได้งานมาก็กระจายงานไปให้ในกลุ่มแต่ เทลสกอร์ ทำต่างออกไป มีการสร้างระบบสร้างแพลตฟอร์มครบวงจร จัดกลุ่มไมโครอินฟลูเอนเซอร์ ขึ้นมาอย่างชัดเจน เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่มีความต้องการที่ต่างกัน

สุวิตา จรัญวงศ์ ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เทลสกอร์ จำกัด

จนเมื่อเทรนด์ของไมโครอินฟลูเอนเซอร์ฮอตขึ้นเรื่อยๆ ก็เริ่มมีผู้เล่นรายอื่นเข้ามาในตลาด สิ่งที่เราทำคือ ไม่หยุดพัฒนาระบบ ยกระดับการให้บริการไปในอีกขั้น เพื่อให้ลูกค้าทั้งในกลุ่มของเอเจนซี่ และเจ้าของแบรนด์เกิดความมั่นใจ เชื่อมั่น “เทลสกอร์” มากขึ้น

“เทลสกอร์ มีดาต้า มีข้อเท็จจริงแบบออร์แกนิคช่วยให้ลูกค้าเห็นภาพของการทำออนไลน์ที่ชัดขึ้น คือแพลตฟอร์มการทำแคมเปญออนไลน์ทั่วไป ลูกค้าจะได้เห็นแค่ภาพรวมของการทำโฆษณานั้นๆ เช่น ทำผ่าน Facebook ทำคอนเทนต์ ทำการโฆษณาซื้อแอดแล้วสรุปมีคนเห็นเท่าไร แต่สำหรับเทลสกอร์ไม่ใช่แค่การรายงานผลตอบจบเท่านั้น แต่เราให้ลูกค้าได้เห็น รายงานทั้ง 2 ส่วน คือ ยอดคนที่เห็นที่เข้ามามีส่วนร่วมกับคอนเทนต์แบบ Organic Engagement มีจำนวนเท่าไร และที่มาจากซื้อโฆษณามีมากน้อยแค่ไหน ซึ่งการนำเสนอข้อมูลในส่วนของ Organic เพื่อให้ลูกค้าทราบข้อเท็จจริงและสามารถวางแผนการทำตลาดได้ตั้งแต่ต้นนั้นเอง

“การทำโฆษณาออนไลน์ในรูปแบบของไมโครอินฟลูเอนเซอร์ ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ มักตามมาด้วยคำถามว่า จะเชื่อถือตัวเลขที่เห็นได้จริงแค่ไหน”

นี่คือสิ่งที่ตอบโจทย์ในการทำงาน โดยมีเป้าหมายมุ่งแสดงความจริงใจ สร้างความเชื่อมั่น เทลสกอร์ จึงให้ข้อมูลที่เป็นความจริง คือ ถ้า Organic Engagement ดีจริง เวลาไปขยายผลต่อไปซื้อมีเดียก็จะเห็นผลที่ล้อไปตามกัน แต่ถ้าเริ่มต้นจากปลอม ถึงจะใช้เงินซื้อโฆษณาไปแค่ไหน ก็ไม่สามารถขยายได้จริง

การยึด-หลักการ-ทำงาน อย่างโปร่งใส ให้ข้อมูลที่เท็จจริง ทำให้วันนี้ เทลสกอร์ ได้รับฉายาในวงการเอเจนซี่ว่า เป็น“แพลตฟอร์มมีเดียที่ซื่อสัตย์” ที่เชื่อถือได้

ไฮไลต์อีกประการที่ทำให้เอเจนซี่โฆษณา และเจ้าของแบรนด์เลือก เทลสกอร์ เป็นคำตอบแรกเมื่อต้องการทำแคมเปญที่เกี่ยวกับ ไมโครอินฟลูเอนเซอร์ มาร์เก็ตติ้งออนไลน์ เพราะแพลตฟอร์มนี้ให้บริการครบวงจร มีฐานไมโครอินฟลูเอนเซอร์จำนวนมากนับครึ่งแสน ครอบคลุม 12 กลุ่มหลัก อาทิ Food, Social Trends, Beauty, Travel, Investment, Health, Guru ฯลฯ และสามารถให้ไมโครอินฟลูเอนเซอร์เข้ามาสื่อสารได้ในโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook, Instagram, Twitter และปีหน้าเตรียมขยายไปที่ช่องทาง Youtube และอีก 2 แพลตฟอร์มออนไลน์ใหญ่ สิ่งเหล่านี้ทำให้ เทลสกอร์ ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่มทุกอุตสาหกรรม ทุกโซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยม

ลูกค้ามีความต้องการไม่เหมือนกัน หน้าที่ของเราคือ ต้องสามารถเสิร์ฟทุกอย่างให้ลูกค้าได้ อย่างลูกค้ากลุ่มเอเจนซี่ ต้องการความหลากหลาย และราคาคือเรื่องใหญ่ จึงต้องผสมผสานแพ็กเกจให้เหมาะ เช่น ต้องการไมโครอินฟลูเอนเซอร์ทั้งด้านท่องเที่ยวความงาม อาหาร ก็นำเสนอแพ็กเกจไลฟ์สไตล์ให้ซึ่งลูกค้าก็สามารถไปต่อยอดได้หลายด้าน

ในขณะที่กลุ่มเจ้าของกิจการ จะต้องการไมโครอินฟลูเอนเซอร์แบบเฉพาะเจาะจง อย่างไมโครอินฟลูเอนเซอร์ในสายความงามเท่านั้น บริษัทฯ ก็มีให้ตัวเลือกให้มากมายพร้อมมีข้อมูล Organic Engagement ให้พิจารณาซึ่งช่วยให้ภาพธุรกิจความงามของลูกค้าชัดเจน และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เร็วและดีขึ้น

ในเชิงของธุรกิจยังคงเน้นการพัฒนาระบบขยายสร้างเครือข่ายไมโครอินฟลูเอนเซอร์ให้มีศักยภาพมากขึ้น แต่อีกมุมหนึ่งที่ เทลสกอร์ ให้ความสำคัญไปพร้อมกัน คือ การสร้างมาตรฐานของไมโครอินฟลูเอนเซอร์ ซึ่งเป็นกระบอกเสียงสำคัญของโลกยุคดิจิทัลนี้ให้ได้รับการยอมรับในวงกว้าง และปลูกฝังให้ตระหนักถึงการรับผิดชอบต่อสังคม ต่อแบรนด์เพราะทุกอย่างที่ ไมโครอินฟลูเอนเซอร์ สื่อสารออกมาถ้าขาดจริยธรรมอันดี ขาดความรู้จริง ย่อมส่งผลกระทบต่อคนในสังคมย่อยๆ และอาจขยายวงกว้างสร้างความขัดแย้งได้

ที่ผ่านมา ได้มีการจัดทำโครงการ Micro Influencer Academy โดยในทุก 2 เดือนจะมีการจัดโปรแกรมอบรมไมโครอินฟลูเอนเซอร์ขึ้น เพื่อช่วยกันสร้างมาตรฐานในการสื่อสาร การรับผิดชอบต่อสังคมต่อแบรนด์ด้วยเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายตามมา เช่น การรีวิวสินค้าที่ผิดให้ข้อมูลที่ผิด แบบนี้ส่งผลกระทบไปหมด ทั้งสังคมผู้บริโภค แบรนด์ และวงการไมโครอินฟลูเอนเซอร์ในระยะยาวก็จะขาดความน่าเชื่อถือด้วย

ผลลัพธ์จากการจัดโครงการอบรมนี้ คือ วันนี้ ไมโครอินฟลูเอนเซอร์ ที่อยู่ในระบบของ เทลสกอร์ ไม่ได้มองแค่เรื่องของการรับรีวิว แต่มองไปถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาแบรนด์ พัฒนาให้สังคมดีขึ้น เช่น ก่อนไมโครอินฟลูเอนเซอร์จะรีวิวสินค้าสู่สาธารณชนเมื่อได้รับสินค้ามาแล้วจะทดลองใช้ก่อน แล้วถ้าพบว่ามีจุดอ่อนตรงส่วนใด ก็กลับมาบอกแบรนด์ว่าควรปรับปรุง เพื่อให้ผู้บริโภคเมื่อซื้อไปใช้แล้วได้รับคุณภาพที่ดีที่สุด วันนี้ ไมโครอินฟลูเอนเซอร์ ไม่ได้มองแต่ประโยชน์ที่ตัวเองจะได้รับจากการรับรีวิวสินค้านั้นๆ แต่มองไปถึงประโยชน์ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนี่ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ทำให้เห็นถึงการพัฒนามาตรฐานไมโครอินฟลูเอนเซอร์ในบ้านเรา

ล่าสุด เพื่อสร้างบรรทัดฐานที่ดีในการประกอบวิชาชีพนี้และได้รับการยอมรับในวงกว้าง เทลสกอร์ ได้เตรียมจัดงาน Thailand Influencer Awards 2019 รางวัลสำหรับผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดที่ทำผลงานยอดเยี่ยมในช่องทางดิจิทัล เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงแบบอย่างของการเป็นไมโครอินฟลูเอนเซอร์ ที่ทำคอนเทนต์ที่ดี อย่างสร้างสรรค์ มีพลังช่วยขับเคลื่อนการทำตลาดออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จได้จริงโดยอยู่บนพื้นฐานที่รับผิดชอบต่อสังคม และวงการสื่อสาร การโฆษณา

สุวิตา ย้ำว่า เวทีนี้ไม่ใช่เพียงแค่การันตีคุณภาพของไมโครอินฟลูเอนเซอร์ แต่เชื่อว่าจะทำให้คนทั่วไปได้เห็นพลังของโซเชียล และโอกาสที่ซ่อนอยู่บนโลกออนไลน์ ซึ่ง ทุกคน ทุกอายุ ทุกวัย ทุกอาชีพ สามารถเข้ามาสู่วงการนี้ และประสบความสำเร็จได้ ถ้าเข้าใจและตั้งใจทำอย่างจริงจัง

ในขณะเดียวกันก็ร่วมจับมือมูลนิธิฟรีดริช เนามัน ประเทศไทย และมูลนิธิเพื่อคนไทย ช่วยกันสร้างพลังเครือข่ายสื่อร่วมพัฒนาความยั่งยืน โดยมุ่งสร้างเยาวชนไทยเป็น “นักสื่อสารแห่งอนาคต” ที่ดี ที่รับผิดชอบต่อสังคม ทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนโลกโซเชียลถูกขยายส่งต่อไปอย่างรวดเร็ว จึงอยากปลูกฝังเยาวชนไทยในยุคดิจิทัลที่สื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียเป็นหลัก ได้ตระหนักถึงหน้าที่ความรับผิดชอบต่อสังคม ไม่สร้างยั่วยุ ให้ข้อมูล หรือ ส่งต่อสิ่งที่ผิด หรือถ้าสื่อสารผิดพลาดไป ต้องกล้ารับผิดชอบ และกล้าขอโทษต่อสิ่งที่ทำส่งไป ไม่ใช่ปิดเพจหนี หรือลบโพสต์นั้นทิ้งไปเฉยๆ โดยที่ไม่รู้สึกผิดแต่อย่างใด

ในช่วงท้าย สุวิตา ย้ำว่า ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามาสร้างความปั่นป่วนในการทำธุรกิจ และเศรษฐกิจอยู่ในช่วงอิ่มตัวเช่นนี้ ถ้ายังคงคิดแบบเดิมทำการตลาดแบบเดิม ธุรกิจก็เปรียบเหมือนอยู่บนเส้นด้าย ดังนั้นควรมองอาวุธในการทำตลาดแบบใหม่อย่าง บิ๊กดาต้าที่ติดเทคโนโลยี AI พร้อม เพราะใช้เงินทุนไม่มาก แต่เข้าถึงกลุ่มคนได้มีโอกาสจะกลายเป็นลูกค้าเราได้มากขึ้นหมดยุคของการทำตลาดแบบหว่านแหอีกต่อไป

ติดตามข่าวธุรกิจและกลยุทธ์การตลาดได้ที่ นิตยสารเอสเอ็ม และ
www.smmagonline.com

Share.