เวนดิ้งแมชชีน สมรภูมิค้าปลีกยุค New retail

0

SMmagonline – เทรนด์ค้าปลีกรูปแบบใหม่หรือ New retail ซึ่งมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนารูปแบบบริการและบริหารจัดการกำลังเป็นจุดเปลี่ยนที่มีนัยสำคัญในตลาดค้าปลีก ซึ่งขณะนี้จะเห็นได้ชัดจากการเคลื่อนตัวของช่องทางการขายผ่านเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติ (เวนดิ้งแมชชีน – Vending Machine) ที่มีในเมืองไทยมาไม่ต่ำกว่า 20 ปี แต่ที่ผ่านมาขยายตัวอยู่ในทำเลจำกัดและตอบโจทย์เฉพาะกลุ่ม เพราะจุดอ่อนของการชำระค่าสินค้าที่ยังไม่สะดวก แต่จากการเข้ามาของระบบการชำระแบบดิจิทัลหรือ Cashless กำลังทำให้ช่องทางนี้กลายเป็นสนามรบใหม่ของธุรกิจค้าปลีก สะท้อนให้เห็นจากการประกาศของค้าปลีกรายใหญ่ และการเข้ามาของบรรดาบิ๊กเพลย์เยอร์ที่เร่งติดอาวุธในตลาดค้าปลีกเพื่อเข้าชิงโอกาสครั้งใหม่

จับตาตลาด Vending Machine

คาดว่าปี 2563 มูลค่าตลาดรวมของเวนดิ้งแมชชีนในเมืองไทยจะขยายตัวมากกว่า 25,000 ตู้ จากปัจจุบันที่มีอยู่ราว 21,100 ตู้ และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 25% ต่อปี นับตั้งแต่ปี 2557-2561 และคาดว่าจากนี้ระดับการขยายตัวจะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากความสะดวกสบายที่มากขึ้นด้วยแคชเลส ซึ่งชำระได้หลายรูปแบบ เช่น คิวอาร์โค้ด วอลเลต ทั้งในและต่างประเทศ บัตรเครดิต-เดบิต ฯลฯ

ปัจจุบันเวนดิ้งแมชชีน มีสัดส่วนการซื้อด้วยเงินสด 96.9% ขณะที่แคชเลส 3.1%

แต่จากนี้โอกาสที่สัดส่วนจะเปลี่ยนแปลงนั้นมีสูงมาก เพราะความคุ้นเคยระหว่างคนไทยกับแคชเลสเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และจะกลายเป็นตัวแปรหลักที่จะมีผลต่อระดับการขยายตัวและการแข่งขันในตลาดที่เพิ่มสูงขึ้นในอนาคตอันใกล้

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังสามารถสร้างรายได้มากกว่าการจำหน่ายเครื่องดื่ม อาหารหรือขนมขบเคี้ยว เพราะโอกาสในการขายสินค้าที่มีราคาสูงขึ้นในเวนดิ้งแมชชีนได้ เช่น พาวเวอร์แบงก์ ซิมการ์ด และอื่นๆ ก็มีให้เห็นมากขึ้น รวมถึงการหารายได้จากสื่อโฆษณาที่เครื่องเวนดิ้งแมชชีน ซึ่งติดตั้งในทำเลที่มีทราฟฟิคสูง เช่น ศูนย์การค้าสถานศึกษา สถานีรถไฟฟ้าอาคารสำนักงาน คอนโดมิเนียม ย่านโรงงานอุตสาหกรรม ฯลฯ

ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น คือเวนดิ้งแมชีนยังเป็นช่องทางจำหน่ายสินค้า หรือเปรียบเป็น Place ที่สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งผู้บริโภคและเจ้าของธุรกิจ แถมยังใช้เงินลงทุนต่ำ ใช้พื้นที่ไม่มากก็สามารถแทรกเข้าไปในทำเลที่มีราคาสูงได้ง่ายขึ้นทำให้เข้าถึงได้ทุกพื้นที่ และสามารถเปลี่ยนพื้นที่เล็กๆ ให้กลายเป็นพื้นที่ค้าปลีกที่มีมูลค่าด้วยความสะดวก รวดเร็วและสามารถรองรับความต้องการได้แบบ 24 ชั่วโมง

อีกทั้งปัจจัยด้านการขยายตัวของเมือง ยังเอื้อให้พื้นที่การวางตู้ในทำเลใหม่ๆ มีมากขึ้น รวมถึงเทคโนโลยีดิจิทัลอย่าง คลาวด์และเอไอยังเป็นตัวแปรที่ทำให้การบริหารจัดการสินค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้นเพราะสามารถรับรู้ถึงปริมาณความต้องการหรือประเภทสินค้าที่มียอดจำหน่ายสูงในแต่ละทำเลได้เป็นอย่างดี

ตัวแปรเหล่านี้คือสัญญาณที่จะชี้ให้เห็นได้ถึง การเกิดขึ้นของสมรภูมิใหม่ในตลาดค้าปลีกจากเครื่องเวนดิ้งแมชชีนอย่างชัดเจน

“Sun 108” ชิงความได้เปรียบ ติดสปีดทุกมิติ

บริษัท ซันร้อยแปด จำกัด ในเครือสหพัฒน์ฯ บุกเบิกตลาดเครื่องเวนดิ้งแมชชีนมากว่า 20 ปี ขณะนี้มีเครื่องกระจายอยู่ในตลาดกว่า 10,000 จุด จำหน่ายทั้ง เครื่องดื่ม อาหารและสแน็ค รวมแล้วมีสินค้ากว่า 500 เอสเคยู โดยสัดส่วนของทำเลที่ตั้งกว่า 65% อยู่ในพื้นที่โรงงานสำหรับรองรับการทำงาน 24 ชั่วโมง ในโมเดิร์นเทรด 5% อาคารที่พักอาศัย 5% ที่เหลือเป็นสถานศึกษา อาคารสำนักงานครอบคลุมพื้นที่ให้บริการแล้วกว่า 26 จังหวัด

โดยสินค้าที่จำหน่าย 60% เป็นเครื่องดื่ม และ 40% คือขนมขบเคี้ยวและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และเพิ่มบริการรับชำระบิลต่างๆ ซึ่งเครื่องเวนดิ้งแมชชีนของซัน 108 เริ่มรองรับแคสเลสในปี 2559 ด้วยการร่วมกับแรบบิทไลน์เพย์ในการเพิ่มช่องทางการชำระเงินผ่านสมาร์ทโฟน จากนั้นได้เปิดรับชำระผ่านแอพพลิเคชั่นอาลีเพย์ ด้วยการสแกนคิวอาร์โค้ดที่ตัวเครื่องในปี 2560 ซึ่งเป้าหมายจะขยายบริการให้ครบ 500 เครื่องภายในปีนี้

ที่น่าจับตามากขึ้น คือปี 2562 ซัน 108 วางแผนอัพสปีคจำนวนเครื่อง โดยมีเป้าหมายจะเพิ่มจำนวนอีก 2,000 ตู้ ซึ่งมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา ทำให้ภายในสิ้นปี 2562 นี้ จะมีเวนดิ้งแมชชีนรวม 12,000 ตู้ ถือเป็นผู้นำตลาดอันดับ 1 รวมถึงแผนอัพเกรดตู้ที่มีอยู่ให้สามารถรองรับการชำระเงินแบบแคชเลสได้มากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคและเทรนด์ของตลาด จากปัจจุบันที่มีประมาณกว่า 200 ตู้ โดยวางเป้าเติบโตของไว้ที่ 12% ภายในสิ้นปี 2562

ซีพีแรม ปั้น “เวนดิ้งแมชชีน” สู่ NEW S CURVE

เครือซีพี เป็นผู้นำในตลาดค้าปลีกขนาดเล็ก อย่างร้านสะดวกซื้อที่ตอบโจทย์เรื่องความสะดวกสบาย แต่ด้วยข้อจำกัดด้านขนาดพื้นที่ซึ่งหายากและต้นทุนที่ขยับขึ้นตลอดเวลา เวนดิ้งแมชชีน จึงเป็นโอกาสที่เครือซีพีมองเห็นและเริ่มเข้ามาเอาจริง ผ่าน 2 บริษัทลูกในเครือ ซึ่งมีฐานของธุรกิจต่างกัน และต่างใช้ความได้เปรียบที่มีอยู่มาต่อยอดในช่องทางเวนดิ้งแมชชีน

เริ่มจาก ซีพีแรม ซึ่งฐานหลักคือการผลิตอาหาร และเบเกอรี่ ป้อนเข้าสู่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น 12,000 สาขา แต่ด้วยเป้าหมายที่จะต้องผลักดันรายได้ให้เติบโตไม่ต่ำกว่าปีละ 10% ด้วยแผน NEW S CURVE ซึ่งซีพีแรมเลือกที่จะใช้กลยุทธ์ปั้นช่องทางจัดจำหน่ายของตัวเองขึ้นมา ในรูปแบบเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติแบบเดี่ยว ซึ่งจะติดตั้งตามสถานที่ต่างๆ นำร่องด้วย แบรนด์ฟู้ดดี้:ดี (Foodie:D) จำหน่ายอาหารกล่องแช่แข็งเช่นเดียวกับเซเว่นอีเลฟเว่นพร้อมไมโครเวฟในตัว อุ่นและรับประทานได้ทันที

ล่าสุด แพลตฟอร์มเวนดิ้งแมชชีนถูกต่อยอดเป็นเวนดิ้ง คาเฟ่ (Vending Café) ซึ่งจะให้บริการที่หลากหลายในจุดเดียว

โดยจัดวางเครื่องจำหน่ายอาหารแช่แข็งหรือประเภทชิลล์ฟู้ด อาหารหวาน เครื่องดื่มร้อน-เย็น เบเกอรี่ และสเน็ค รวม 6 ตู้ พร้อมไมโครเวฟและมีมุมให้นั่งกินอาหารไว้บริการ และแน่นอนรองรับระบบชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ดของทรูมันนี่ พร้อมเพย์ บัตรเครดิต เดบิต ของวีซ่าและมาสเตอร์การ์ด โดยเปิดทดลองสาขาแรกที่อาคาร ซี.พี.ทาวเวอร์ 1 (สีลม)

การกระจายสินค้านั้น ซีพีแรมจะใช้ระบบฮับในการบริหารเครื่องซึ่งจะมี 2 แห่ง แต่ละแห่งจะทำหน้าที่บริหารจุดติดตั้งเครื่องแบบเดี่ยวและเวนดิ้ง คาเฟ่ ในพื้นที่ใกล้เคียงจำนวน 30-50 จุดเพื่อดูแลเครื่องและเติมสินค้าเมื่อจำหน่ายสินค้าออกไป โดยส่งข้อมูลผ่านคลาวด์ฮับแรกอยู่ที่อาคาร ซี.พี.ทาวเวอร์ 1 แห่งที่ 2 อยู่ระหว่างศึกษาและหาทำเล

โดยหลักการติดตั้งเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติจะเลือกทำเลที่มีความต้องการและเป็นช่องว่างทางการตลาด เช่น คอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน สถานที่เปิดบริการ 24 ชั่วโมง เป็นต้น

ซีพี รีเทลลิงค์ปั้น 6 โทเดล รองรับทุกความต้องการ

ฐานธุรกิจหลักภายใต้การขับเคลื่อนของซีพี รีเทลลิงค์ คือการจำหน่ายอุปกรณ์ประกอบอาหาร เครื่องดื่มและวัตถุดิบกาแฟ สำหรับกลุ่มธุรกิจเช่นโรงแรม เชนร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ ฯลฯ ระยะหลังได้ต่อยอดสู่การเป็นเจ้าของร้านกาแฟหลากหลายแบรนด์ซึ่งเป็นการพัฒนาเพื่อทำธุรกิจแฟรนไชส์

ล่าสุดซีพี รีเทลลิงค์ รุกหนักขึ้นในตลาดเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ด้วยการเพิ่มแบรนด์ BEAEBOX ซึ่งจำหน่ายสินค้าในชีวิตประจำวัน อาทิ แป้งเด็ก โฟมล้างหน้าทิชชูเปียก พาวเวอร์แบงก์ สินค้าสุขภาพและความงาม อาทิ อาหารเสริม สกินแคร์ เครื่องสำอาง ฯลฯ ซึ่งขณะนี้มีให้บริการกว่า 40 จุดจากเดิมที่มีเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติให้บริการอยู่แล้ว 5 โมเดล คือ 7-Eleven ขายสินค้าทั่วไป Duck Land อาหารที่เกี่ยวกับเป็ด เช่น ข้าว บะหมี่ Farm Mee ขายอาหารเพื่อสุขภาพ Araebtia ขายกาแฟ ทั้งกาแฟมวลชนหรือ All Café

สำหรับเหตุผลที่รีเทลลิงค์ หันมาให้ความสำคัญกับตลาดเวนดิ้งแมชชีน มาจากช่องว่างที่เปิดกว้าง เช่น กรณีที่มีทำเลดี มีผู้บริโภคหนาแน่น แต่มีพื้นที่จำกัด หรือราวๆ 10 ตร.ม.ซึ่งเซเว่นอีเฟลเว่นไม่สามารถเข้าไปได้เพราะต้องใช้พื้นที่อย่างน้อย 80 ตร.ม.หรือกรณีที่ค่าเช่า ค่าแรงสูงขึ้น เวนดิ้งแมชชีนจะเข้ามาเติมเต็มได้ลงตัว ซึ่งเครื่องเวนดิ้งแมชชีนที่พัฒนาขึ้น ใช้เทคโนโลยีจากอิตาลี ผลิตที่จีนและใช้ AI เข้ามาจัดการด้านสินค้าและเรียนรู้ถึงความต้องการและช่วงเวลาในการซื้อของผู้บริโภค ซึ่งสามารถนำไปประเมินและปรับเปลี่ยนตามพฤติกรรมของผู้บริโภคได้และชำระค่าสินค้าได้ทั้งระบบ E-Wallet และ QR Code

บิ๊กเนม กางแผนรุก เวนดิ้งแมชชีน

โอสถสภา ซึ่งมีสถานะที่แข็งแกร่งอย่างมากในตลาดเครื่องดื่มและมีฐานการผลิตสินค้าในชีวิตประจำวันขนาดใหญ่แต่ที่ผ่านมา ก็เริ่มขยายฐานสู่ช่องทางจัดจำหน่ายเช่นเดียวกันกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่หลายๆ ราย อย่าง เครือสหพัฒน์ หรือบีเจซี

ล่าสุด สหพัฒน์ เลือกลงทุนในตลาด เวนดิ้งแมชชีน ซึ่งน่าจะเป็นด่านแรกของการชิมลางในตลาดค้าปลีกของโอสถสภา โดยทำการซื้อหุ้นของบริษัท เอเซีย เวนดิ้งแมชชีน โอเปอร์เรชั่น จำกัด หรือ AOC ด้วย มูลค่า 25.50 ล้านบาทในสัดส่วน 51% จากบริษัท ฟูจิ ฟุริกาว่า อี แอน์ ซี (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ฟูจิ อิเลคทริค (ประเทศไทย) จำกัด ประกอบกิจการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม อาหาร และสินค้าอื่นๆ ผ่านเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ซึ่งการซื้อกิจการดังกล่าว เป็นไปตามแผนการซื้อจะสามารถเพิ่มช่องทางการขายผลิตภัณฑ์ของบริษัท ผ่านช่องทางเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ

นอกจากนี้ ยังมีบริษัท เดอเบล ของกลุ่มธุรกิจ ทีซีพี กรุ๊ป ซึ่งทำตลาดเครื่องเวนดิ้งแมชชีน ภายใต้แบรนด์ ทีจี เวนดิ้ง ซึ่งกระจายอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลกว่า 1,500 เครื่องและมีแผนที่หันมาโฟกัสให้มากขึ้นตามยุทธศาสตร์ของการขยายช่องทางขายใหม่ด้วยงบลงทุนราว 200 ล้านบาท

ติดตามข่าวธุรกิจและกลยุทธ์การตลาดได้ที่ นิตยสารเอสเอ็ม และ
www.smmagonline.com

Share.