ออริจินัลคอนเทนต์ เป็นเรื่องจำเป็น แต่ช่องทางปล่อยของก็สำคัญไม่แพ้กัน เหตุผลที่ Viacom สื่อใหญ่อเมริกาเลือกพึ่ง Facebook Watch

0

SMmagonline-เหตุใด Viacom สื่อยักษ์ใหญ่จากอเมริกา เจ้าของคอนเทนต์อย่างรายการ 60 Minutes, Star Trek และ The Big Bang Theory จึงใช้ Facebook Watch สร้างออริจินัลคอนเทนต์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

เป็นที่รู้กันดีว่าในปัจจุบันเทรนด์การรับชมวิดีโอทางช่องทางออนไลน์เติบโตขึ้นเรื่อยๆ และแนวโน้มดังกล่าวก็สอดคล้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นไปทั่วโลก ทำให้ Viacom บริษัทสื่อยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ จึงไม่รอช้าที่จะจับมือกับ Facebook ที่ขึ้นแท่นโซเชียล มีเดียอันดับ 1 ของโลกเปิดตัวซีรีส์วิดีโอสั้นๆ ที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษสำหรับ Facebook Watch โดยเฉพาะ

Paras Sharma รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไปประจำฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ Viacom กล่าวถึง Viacom ในฐานะที่เป็น Publisher ส่วนหนึ่งของ Facebook และ Video Creator สำหรับ Facebook Watch ว่า

จะเปิดตัวซีรีย์ที่หลากหลาย จะมีตั้งแต่โปร – โซเชียล เรียลลิตี้ จนถึงมิวสิคเอนเตอร์เทนเมนต์ ที่จับมือกับอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังในเอเชีย ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2019 – 2020

“เราเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมที่เป็นคอนเทนต์แบบดั้งเดิม แต่ตอนนี้ได้พัฒนาธุรกิจขยายไปสู่แพลตฟอร์มดิจิทัล รวมไปถึงตระหนักถึงความต้องการหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่มุ่งเน้นการเติบโตทางธุรกิจของเราในด้านนี้”

และเสริมว่า เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ได้จัดตั้ง Viacom Digital Studios ซึ่งเป็นธุรกิจระดับนานาชาติสำหรับผลิตด้านธุรกิจดิจิทัล ทีมมีสาขาอยู่ในหลาย ๆ ตลาดทั่วโลก

โดยจะมุ่งเน้นที่การผลิตดิจิทัลคอนเทนต์ในระยะสั้นและกลาง และกล่าวถึงตัวแบรนด์และศักยภาพของโปรดักชั่นที่เกิดจากการวิจัยและการวิเคราะห์ รวมไปถึงเนื้อหาครอบคลุมทั้งประเภทรูปแบบและแพลตฟอร์ม ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการวิจัยผู้บริโภคอย่างกว้างขวางเพื่อทำความเข้าใจกับสิ่งที่แฟน ๆ ของต้องการ สำหรับค้นหาวิธีการที่เหมาะสมในแต่ละตลาด

โดยก่อนหน้านั้น Viacom ควบรวมกิจการกับ CBS ภายใต้ชื่อใหม่ Viacom CBS เพื่อรับมือกับการแข่งขันอย่างรุนแรงของธุรกิจมีเดียและวิดีโอสตรีมมิ่ง ซึ่งมีมูลค่าธุรกิจประมาณ $3 หมื่นล้านดอลลาร์ เป็นเจ้าของ Contents และผู้ผลิตสื่อมากมาย เช่น MTV, Comedy Central, Paramount Pictures รวมไปถึงคอนเทนต์จาก Nickelodeon, MTV, CW, VH1 and Comedy Centra

การตัดสินใจทำงานร่วมกับ Facebook Watch ครั้งนี้ จะทำให้มั่นใจว่าออริจินัลคอนเทนต์ของ Viacom จะมีอยู่ต่อไป

โดยเฉพาะ ViacomCBS เชื่อว่าคอนเทนต์ที่ จะสามารถเรียกความสนใจผู้ชมได้คือ กลุ่มคอนเทนต์สาระอย่าง 60 Minutes, Star Trek และ The Big Bang Theory ทั้งยังมีการตั้งเป้าหมายสำหรับการเข้าถึงและการมีส่วนร่วมกับแฟน ๆ ในแพลตฟอร์มใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น

ในส่วนของ MTV’s นั้น ก็จะมีการเล่าเรื่องที่ไม่เหมือนใครเพื่อตอบโจทย์ของ Facebook Watch ด้วยการเป็นพาร์ทเนอร์ Ffpสามารถขยายโปรแกรมและความครีเอทีฟของ MTV บนโซเชียลแพลตฟอร์มที่มีปฎิสัมพันธ์กับแฟนๆ อย่างสูง และผู้ใช้ Facebook ก็มีโอกาสค้นพบรายการที่น่าสนใจในรูปแบบใหม่

Sharma กล่าวว่า การจัดอันดับผู้ชมดิจิทัลโดยรวมในส่วนดิจิทัลของ Viacom นั้นได้อันดับที่ 6 จากทั่วโลก ซึ่งก้าวกระโดดจากอันดับที่ 22 ภายในระยะเวลาแค่ 2 ปี

เขาอธิบายว่า สิ่งนี้เกิดขึ้นได้ด้วยวิธีการเฉพาะของ VDSI เท่านั้น อย่างเช่นเมื่อปีก่อนคอนเทนต์ด้านดิจิทัลสั้น ๆของ MTV,  Comedy Central และ Nickelodeon สามารถสร้างรายได้จาก 185 ล้านวิวต่อเดือน

นอกจากโปรเจ็คต์ Facebook Watch แล้ว Viacom ยังสร้างคอนเทนต์แบบสั้นและกลางภายใต้แบรนด์ เช่น การเดินทางและการท่องเที่ยวสำหรับกระทรวงการท่องเที่ยวในอินโดนีเซีย ไทย และมาเลเซีย คอนเทนต์เพื่อแบรนด์แฟชั่น เช่น Vans หรือใน e-sports กับ HP และ Comedy Central ที่มี lyf โดย Ascott

นอกจากนี้การมีคอนเทนต์ของแบรนด์มากขึ้นบนโซเชียลมีเดีย จะเพิ่มโอกาสในการโฆษณาบนช่องโซเชียลมีเดีย เพื่อสร้างโซลูชันด้านดิจิทัลในวงกว้างขึ้น และยังเปิดโอกาสให้แฟนๆ สร้างการมีส่วนร่วมและเชื่อมต่อถึงกันผ่านมือถือ เดสก์ท็อป และแอปทีวีของ Facebook ต่อไป

ที่มา

ติดตามข่าวธุรกิจและกลยุทธ์การตลาดได้ที่ นิตยสารเอสเอ็ม และ
www.smmagonline.com

Share.