Top 5 Beauty Innovations of 2019

0

SMmagonline- ว่ากันว่าตลาดความสวยความงาม (beauty) เป็นตลาดที่ไม่ค่อยได้รับผลกระทบ เพราะคนจะสวยเท่าไรก็ยอมจ่าย แถมบางคนอาจจะตัดเป็นค่าใช้จ่ายจำเป็น หรืออาจจะเป็นค่าใช้จ่ายประจำไว้แล้ว ขณะที่ผู้ผลิต แบรนด์ และผู้จำหน่ายสินค้าความงามทั้งหลายก็มีการทำตลาดแบบที่ต้องการกวาดปลาทุกตัวเข้ามาในอวน ทำให้ในตลาดความงามที่มีอยู่ยังสามารถต่อเนื่องได้ไม่หยุด

ทั้งนี้แม้จะมีความหลากหลายในการนำเสนอสินค้าและบริการมากมายอยู่แล้ว ทั้งโดยส่วนตัวผู้บริโภค การเชื่อมต่อระหว่างผู้บริโภคกับกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์หรือผู้มีอิทธพลที่เชื่อถือในวงการ การจัดกิจกรรม การเพิ่มขีดความสามารถในความสวย (beauty) และการค้า การใช้ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การเลือกสรรวัตถุดิบหลากหลายโดยเฉพาะจากธรรมชาติและให้อินเทรนด์ยิ่งขึ้นต้องเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งหมดนี้ก็เพิ่มการสร้างนวัตกรรม แม้จะเป็นสิ่งใหม่เพียงเล็กน้อย แต่ถ้าตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ โอกาสปังก็ไม่หนีไปไหน

และนี่คือตัวอย่างที่เว็บไซต์ Trendwatching รวบรวบ 5 แบรนด์ผู้ผลิตเครื่องสำอางที่นำเสนอนวัตกรรมความงามของปี 2019 นี้ โดยวัดจากการขับเคลื่อนธุรกิจความงามที่ขับเคลื่อนเทรนด์จาก 5 กลยุทธ์ที่แต่ละแบรนด์คิดขึ้น

1.L’oreal

ผลงานจากลอรีอัล (L’OREAL) ถูกจัดเป็นนวัตกรรมความงาม 5 อันดับแรกของปี 2019 จากการเปิดตัวบริการ Color& Co ที่ส่งตรงถึงบ้านผู้บริโภคในสหรัฐอเมริกา ที่ช่วยให้ตลาดทำผมดูมีสีสันและแปลกใหม่ยิ่งขึ้น โดยลูกค้าเริ่มต้นประสบการณ์ด้วยการได้รับคำปรึกษาผ่านวิดีโอกับช่างทำผมที่มีใบอนุญาต และมีความสามารถผสมสีผมตามความต้องการของลูกค้าในแบบเฉพาะบุคคล (Personalize) ในราคาเริ่มต้นที่ 20 เหรียญสหรัฐต่อกล่อง

ลอรีอัล กล่าวว่า เป้าหมายของ Color & Co คือการมอบประสบการณ์การทำสีผมในแบบเป็นส่วนตัวและมีคุณภาพในราคาย่อมเยาสำหรับผู้ใช้บริการโดยช่างทำผมจะวิเคราะห์เส้นผม เลือกสี ปรับสี ผสมสีตามต้องการ แล้วมีการเก็บข้อมูลไว้สำหรับการใช้บริการครั้งต่อไปในอนาคต เพราะผู้บริโภคคาดหวังมากขึ้นว่า จะได้รับประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมในราคาที่ลดลงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ๆ

2. SEPHORA

เซโฟรา (SEPHORA) แบรนด์ความงามของฝรั่งเศสเปิดตัว โปรเจกต์การค้นหาอินฟลูเอนเซอร์ที่น่าฟอลหรือน่าติดตามใน อินสตาแกรม (Instagram) หรือ IG เพื่อเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของnew #SephoraSquad ที่ผู้ใช้อินสตาแกรมทุกคนสามารถสมัครได้ เพราะไม่จำกัดจำนวนฟอลโลเวอร์(Follower) ด้วย

SEPHORA กล่าวว่า เป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อจะสะท้อนความหลากหลายของฐานลูกค้า โดยผู้สมัครที่จะได้รับการคัดเลือกจะได้รับเงินสำหรับการทำงานเป็นเวลา 1 ปี รวมถึงได้รับผลิตภัณฑ์ฟรีและสิทธิ์การเข้าถึงกิจกรรมต่างๆ ซึ่งก่อนหน้านี้การตลาดแบบปากต่อปากนั้นได้ผลดี แต่ปัจจุบันอินสตาแกรมกลายเป็นธุรกิจที่มีมูลค่าหนึ่งพันล้านดอลลาร์สหรัฐและถูกมองว่า ดูไม่จริงใจ ไม่สามารถสะท้อนความนิยมและความต้องการที่แท้จริงได้

ช่วงหลังทางแบรนด์จึงเริ่มหันไปให้ความสนใจกับกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ระดับย่อยลงไป หรือที่เรียกว่านาโนอินฟลูเอนเซอร์ (Nano Influencer) ซึ่งยิ่งเล็ก จะยิ่งน่าเชื่อถือ เพราะสามารถเชื่อมโยงกับคนในสังคมเฉพาะกลุ่มนั้นๆ ได้มากขึ้น ตัวอย่างเช่น SEPHORA หาพนักงานข้ามเพศ เพื่อเปิดคลาสสอนแต่งหน้าให้กับกลุ่มคนข้ามเพศได้เข้ามาเรียนรู้เทคนิคและวิธีแต่งหน้า เพราะต้องยอมรับว่ากลุ่มคนข้ามเพศมีบทบาทมากขึ้นในทุกวันนี้

3.ชิเซโด้

ชิเซโด้ (SHISEDO) กลายเป็น บริษัทด้านความงามที่ลดลงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ๆ ข้ามชาติแห่งแรกของโลกที่ตั้งสำนักงานสำหรับผู้บริโภคชาวจีนโดยเฉพาะ และมีออฟฟิศใหม่ในเมืองหางโจวใกล้กับสำนักงานใหญ่ของ อาลีบาบา เพื่อให้เป็นฐานปฏิบัติงานของทีมเฉพาะกิจ SHISEDOx Alibaba Strategic Development Office ซึ่งมีพนักงานของชิเซโด้มาประจำประมาณ 20 คน

นอกจากนี้ การเป็นพันธมิตรกับ Tmall (ตลาด B2C ของอาลีบาบา) ยังช่วยให้ชิเซโด้ได้รับและเข้าถึงฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ของ Tmall Innovation Center (TMIC) และข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์การตลาดและอีคอมเมิร์ซ โดยผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาร่วมกันครั้งแรกของพวกเขา อย่างเช่น แชมพูสูตรสดชื่นและเอสเซนเชียลออยล์สำหรับผมแตกปลาย ภายใต้แบรนด์ Aquair ซึ่งเปิดจำหน่ายเฉพาะที่ Tmall ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา

beauty Brand

ความสำเร็จเหล่านี้ เป็นผลมาจากการที่ปัจจุบันผู้บริโภคอยู่กับข้อมูลแบบเรียลไทม์จำนวนมหาศาลและพวกเขาคาดหวังว่าแบรนด์ต่างๆ จะนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้เพื่อรองรับความต้องการของพวกเขาแต่ FMCG : Fast Moving Consumer Goods หรือสินค้าอุปโภคบริโภคเติบโตช้าลง เลยเป็นเหตุผลที่แบรนด์ต้องใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญของ TMIC ในการเร่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์

โดยนอกจากชิเซโด้ ก็ยังมีแบรนด์อื่นๆ ที่ทำแบบเดียวกันนี้ ตัวอย่างเช่น TMIC ร่วมมือกับแบรนด์ช่วยให้ Johnson&Johnson มียอดขาย Listerine ถึง 10,000 ขวด ใน Tmall เพียงแค่ 5 นาทีแรก ซึ่งเป็นวิธีการที่ทำได้จากการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกได้อย่างรวดเร็วนั่นเอง

beauty Shop

พลังของพ่อค้าคนกลาง อย่าง อาลีบาบา มีความสำคัญมากสำหรับชิเซโด้ เห็นได้จากยอดขายผลิตภัณฑ์ด้านความงามของ Tmall เพิ่มขึ้นกว่า 60% ในปีที่แล้ว ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ยของอุตสาหกรรม โดยยอดขายออนไลน์ของเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น 37% และ 36% ในจีนในปี 2018 ตามลำดับ ดังนั้น นี่จึงเป็นนวัตกรรมด้านความงามของแบรนด์ในการปิดช่องว่างระหว่างธุรกิจและลูกค้าด้วยการร่วมมือกับพ่อค้าคนกลางอย่างใกล้ชิด

4.Boticário Group

ถ้าพูดถึงประเทศบราซิล ทุกคนจะต้องนึกถึงความคลั่งไคล้ของประชาชนต่อเกมกีฬาฟุตบอลแบบเข้าเส้น ซึ่งในประเทศบราซิล รัฐบาลอนุญาตให้ประชาชนเข้างานสาย-ออกงานเร็ว เพื่อเชียร์ทีมชาติในศึกฟุตบอลโลกชายได้ เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับเรื่องความงาม

beauty sport

เรื่องมีอยู่ว่า Boticário บริษัทเครื่องสำอางของบราซิล ประกาศว่า จะให้ช่วงเวลาพิเศษสำหรับการชม Women’s Soccer World Cup โดยประกาศผ่านโซเชียลมีเดียว่า ในปีนี้พวกเขาจะให้เวลาพนักงานชมการแข่งขันฟุตบอลโลกหญิงที่กำลังจะมาถึง

แคมเปญดังกล่าวมีชื่อว่า “Com VocêEu Jogo Melhor” – “With You I Play Better” – และยังสนับสนุนให้ชาวบราซิลทุกคนให้ความสำคัญกับฟุตบอลหญิงและสนับสนุนทีมชาติหญิงอีกด้วย

การเคลื่อนไหวของ Boticário Group เป็นสิ่งที่ถูกต้องและไม่ต้องสงสัยเลยว่าได้รับเสียงตอบรับอย่างดีต่อพนักงาน เพราะได้ตระหนักถึงความไม่เท่าเทียมระหว่างเพศ และมีผลต่อธุรกิจอีกด้วยในลักษณะGLASS BOX BRANDS ที่ผู้บริโภคสามารถมองเห็นวัฒนธรรมภายในของธุรกิจใดๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน

นั่นหมายความว่า วัฒนธรรมภายในเป็นส่วนหนึ่งของความรู้สึกที่ผู้บริโภคมีต่อธุรกิจนั้น จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ เปรียบได้กับยุคที่แบรนด์เปรียบเสมือนกล่องใส (Glass Box) ด้วยแนวคิดที่ว่าวัฒนธรรมภายในกลายเป็นส่วนหนึ่งของตราสินค้าสาธารณะ อาจดูน่ากลัวแต่ผู้บริโภคไม่คาดหวังว่าวัฒนธรรมของแบรนด์จะสมบูรณ์แบบ พวกเขาเพียงต้องการเห็นสัญญาณว่า แบรนด์กำลังเดินไปในทิศทางที่ถูกต้องเท่านั้น

5.Rohto

เป็นบริษัท FMCG ของญี่ปุ่นเปิดตัวครีมกันแดด Skin Aqua ทางบริษัทตั้งใจดีไซน์แพ็กเกจให้พิมพ์ข้อความแบบกลับด้าน เพื่อให้เวลาที่ตัวสินค้าปรากฏในรูปเซลฟี่ จะได้สะดวกต่อการถ่ายรูปรีวิวของสาวๆ เป็นการตลาดที่น่าสนใจ เพราะตอบสนองต่อเทรนด์ปัจจุบัน โดยเฉพาะเอเชียที่เป็นผู้นำของโลกในด้านการเซลฟี่ โดยมี 4 เมืองในเอเชียที่ติดอยู่ใน 10 อันดับโลกที่นิยมการเซลฟี่มากที่สุด

beauty

เซลฟี่มีผลต่อธุรกิจความงามอย่างไร ต้องมาดูข้อมูลจาก Meitu แล้วจะเห็นชัดขึ้น Meitu เป็นแอพฯ ที่คิดโดยสตาร์ทอัพยูนิคอร์นในจีน ที่สามารถทำรายได้ถึง 4 พันล้านเหรียญสหรัฐจากการใช้ AI เพื่อช่วยให้ได้ภาพเซลฟี่ที่ดีขึ้น และพบว่า 50% ของภาพเซลฟี่ทั้งหมดที่แชร์บนสื่อสังคมออนไลน์ของจีนนั้นถือว่าเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้สูง เห็นหรือยังว่า คนจริงจังกับการถ่ายภาพกันแค่ไหน เพราะฉะนั้นถ้ามีสินค้าที่ตอบโจทย์เรื่องนี้โดยตรงก็ถือเป็นนวัตกรรมที่ทำรายได้ขึ้นมาไม่ยากเหมือนกัน

โดย Rohto ก็ไม่ลืมย้ำจุดขายนี้ เพราะนอกจากจะพูดถึงผลิตภัณฑ์กันแดดแล้ว ก็ไม่ลืมสอนวิธีใช้ผลิตภัณฑ์ในการเซลฟี่ด้วย เลยกลายเป็นว่าตอนนี้มีผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเป็นพันแบรนด์ที่กำลังยุ่งกับการสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับการเซลฟี่มากขึ้น

เห็นไหมว่า การมองหาโอกาสในบางจุดนั้นมองผ่านๆ แทบจะเห็นศูนย์ หรือไม่คิดว่าจะมีผลต่อการเพิ่มยอดขาย เช่นเรื่องนี้ที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องการใช้เพื่อความงามต่อผิวโดยตรง แต่กลายเป็นว่าโอกาสที่คนมองข้ามด้วยการหาจุดขายบนฉลากของผลิตภัณฑ์ ก็ยังสามารถสร้างความรื่นรมย์จนกลายมาเป็นเคล็ดลับทำเงินได้เหมือนกัน

อ่านข่าวธุรกิจและการตลาดเพิ่มเติม คลิก

Share.