มิว สเปช ปูพรมบุกตลาดอวกาศ ชูจุดแข็ง Customization เป็นคนรุ่นใหม่ต้องทำงานไว

0

SMmagonline – มิว สเปซ บริษัทผู้ให้บริการธุรกิจดาวเทียมไทยที่มีฝีมือโดดเด่นอย่างรวดเร็วในระยะเวลาเพียง 2 ปี โดยก่อตั้งเมื่อปี 2017 ที่ผ่านมา และได้ให้บริการต่างๆ กับลูกค้า ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงมีการขยายธุรกิจที่น่าจับตามองเนื่องจาก มีลูกค้ารายใหญ่และพาร์ทเนอร์ระดับโลกเข้าร่วมมือหลายบริษัท และที่สำคัญคือการสร้างดาวเทียมดวงแรกที่จะขึ้นสู่วงโคจรในอีก 2 ปีต่อจากนี้ ถือเป็นการมุ่งเน้นในธุรกิจอย่างจริงจัง โดยหลังเปิดเสรีแข่งขันธุรกิจดาวเทียมแล้ว มิว สเปซ จะมีรายได้เติบโตถึง 300%

จุดแข็งของ มิว สเปซ ที่จะแตกต่างจากผู้เล่นรายเดิม ในตลาดคือ ความสามารถในการ Customization เป็นการคิดและปรับเปลี่ยนการให้บริการและนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับสิ่งที่ลูกค้าต้องการ เราสามารถปรับเปลี่ยนสิ่งที่เรามีให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว และเมื่อมีการเปิดเสรีทางการแข่งขันในธุรกิจนี้ จะยิ่งส่งผลดีต่อการขยายธุรกิจดาวเทียมของเรา โดยเรามุ่งเน้นในการให้บริการด้านการรับส่งข้อมูล (Data) เป็นหลัก คาดว่า ปีหน้าเราจะโตได้ถึง 300% หลังจากเปิดเสรีดาวเทียม วรายุทธ เย็นบำรุง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิว สเปซ แอนด์ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด มองว่าการเปิดเสรีทางการแข่งขัยของธุรกิจดาวเทียม เป็นเรื่องที่ดี ต้องบอกว่าดาวเทียมนั้นมีความเป็นเสรีอยู่แล้ว และเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด การเปิดเสรีทางการแข่งขันจะเป็น การสร้างทางเลือกให้กับผู้ใช้บริการ ซึ่งลูกค้าของเรามีทั้งระดับองค์กรและผู้ให้บริการต่างๆ ในประเทศไทย ถ้ามีการเปิดเสรี ก็จะมีโอกาสที่จะมีบริษัทดาวเทียมใหม่ๆ เข้ามามากขึ้น

วรายุทธ เย็นบำรุง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิว สเปซ แอนด์ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด

เป้าหมายปัจจุบันของเราชัดเจนที่จะมุ่งเน้นในเรื่องของการรับส่งข้อมูล (Data) เราบอกตัวเองมาตลอดว่า มิว เปซ คือบริษัท ด้านธุรกิจอวกาศรายใหม่ ซึ่งธุรกิจที่ทำเงินมากที่สุดในด้านอวกาศคือ ดาวเทียม ซึ่งเราเน้นการให้บริการเรื่องระบบสื่อสาร โทรคมนาคมและสื่อต่างๆ จึงมองว่าดาวเทียมเป็นธุรกิจที่มีอนาคตและมีโอกาสที่จะสร้างบริการได้หลายประเภท

ในอดีตดาวเทียมใช้เวลานานหลายปีในการสร้างรวมถึงส่งขึ้นวงโคจรเพื่อใช้งานเป็นระยะเวลาถึง 15 ปี เวลาจึงเป็นสิ่งที่มีค่ามากในธุรกิจนี้ สำหรับเราแล้วหลังจากก่อตั้งมา 2 ปี เราได้ทำการส่งเพย์โหลด (Payload) ไปแล้ว 3 ครั้ง ประกอบไปด้วยอุปกรณ์เซ็นเซอร์ที่พัฒนามาเพื่อใช้กับอุปกรณ์อวกาศของเรา และการทดลองอีกหลายอย่างออกไปนอกโลก

ที่ผ่านมาในอดีต คนไทยส่งวัตถุออกไปนอกโลก 8 ครั้ง ใช้เวลานานร่วม 30 ปีแต่เราเป็นบริษัทใหม่เพียง 2 ปีเราสามารถส่งออกไปได้ถึง 3 ครั้ง และตามแผนงานจะมีส่งขึ้นไปอีกหลายครั้งเป็นการแสดงให้เห็นความสามารถของคนรุ่นใหม่อย่างเรา

นอกจากนี้ เรายังมีจุดเด่นที่ต่างจากรายอื่นคือเราให้ความสำคัญอย่างมากในด้าน วิศวกรรม และด้านการออกแบบ เราเชื่อว่า หากเราให้ความสำคัญกับสองส่วนนี้ ผลิตภัณฑ์ของเราจะมีจุดเด่นเหนือคู่แข่งได้และเรามีเป้าหมายที่ชัดเจน เราจะเลือกบริการที่มีคุณภาพที่สุดและให้ราคาที่ลูกค้าพึงพอใจ ทั้งนี้ ลูกค้าของเรามีทั้งภาคเอกชนและภาครัฐในประเทศไทยและต่างประเทศ การมีคู่แข่งมากขึ้นในตลาดหลังจากเปิดเสรี มิวสเปซเองจะต้องมีการปรับปรุงด้านบริการและผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากยิ่งขึ้น “ลูกค้าต้องการของดีและใหม่เสมอ”

นอกจากนี้ การที่เราเป็นบริษัทรุ่นใหม่ที่มีการเติบโตแบบ S Curve รวดเร็วและเปลี่ยนแปลงได้ตลอด เราสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและทำได้เลย ไม่ว่าจะมีอะไรใหม่เกิดขึ้น เราสามารถปรับตัวได้ตลอดแม้ในช่วงแรกอาจจะทำได้ไม่ครอบคลุมทั้งหมด แต่เมื่อมีการเปิดเสรีแล้วจะช่วยให้การขยายธุรกิจทำได้ง่ายขึ้นพูดถึงรายได้ ด้วยเรายังถือเป็นบริษัทที่ใหม่ในวงการ

ดังนั้น สัดส่วนรายได้อาจจะยังพูดออกมาตอนนี้ได้ไม่มากนัก เพราะบริการของเรามีความซับซ้อนเช่น เรามีรายได้จาก Presale ซึ่งจะเริ่มเข้ามาเห็นชัดในปีหน้า โดยคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว

ในด้านของเทคโนโลยีนั้นสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่ในระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่านจากเทคโนโลยีเก่า ก้าวไปสู่เทคโนโลยีใหม่ ทำให้เรามองว่าทรัพยากรบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญโดยผู้เล่นที่อยู่ในธุรกิจนี้ก็ใช้ทรัพยากรบุคคลในการขับเคลื่อนธุรกิจ

ในอนาคตเรามีแผนที่จะเสริมทัพบุคลากรด้วยการขยายทีมการขาย ทีมวิศวกร และทีมออกแบบให้มากขึ้น โดยส่วนใหญ่เป็นทีมวิศวกรโดยเพิ่มขึ้นเป็น จากปัจจุบันเรามีพนักงาน ทั้งสิ้น 30 คน คาดว่าจะเพิ่มเป็น 80 คน โดยมิวสเปซมีแผนที่จะส่งดาวเทียม High Throughput Satellite (HTS) ขึ้นสู่วงโคจรในปี 2565 เพื่อให้รองรับการเติบโตในด้านการสื่อสารดาวเทียมที่สูงขึ้นสำหรับอนาคตไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ ภายในรถยนต์ (Connected Vehicle) โดยคาดว่า ดาวเทียมดวงนี้จะสามารถรับ-ส่งข้อมูลได้มากกว่า 40Gbps โดยมีพื้นที่ให้บริการครอบคลุมประเทศในแถบเอเชียแปซิฟิก

ทั้งนี้ ดาวเทียมของเราจะเพิ่มโอกาสสำหรับธุรกิจใหม่ๆ ในภูมิภาคเอเชียได้อย่างแน่นอน เรามั่นใจว่าเราจะสามารถมอบบริการที่มีคุณภาพและ มีราคาที่เหมาะสม สามารถสร้างจุดยืนในตลาดได้ โดยเราจะนำเสนอทางเลือกในการให้บริการด้านเครือข่ายผ่านดาวเทียม โทรคมนาคม และการสื่อสารไร้สาย ที่น่าเชื่อถือให้แก่บริษัทที่ทำธุรกิจด้านโทรคมนาคมและบริษัทชั้นนำอื่นๆ ในประเทศไทย เพื่อให้ลูกค้าได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่ตรงตามความต้องการให้มากที่สุด

รู้จัก Mu Space
บริษัท มิว สเปซ แอนด์ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2560 เป็นบริษัทในประเทศไทย ซึ่งให้บริการด้านดาวเทียมบรอดแบนด์ และการเชื่อมต่อเคลื่อนที่ โดยมีเป้าหมายที่จะค้นคว้าวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยี และแอพพลิเคชั่นด้านอวกาศเพื่อใช้ในพื้นที่ในเมืองและพื้นที่ห่างไกล
โดยในปี พ.ศ. 2561 มิว สเปซ เริ่มดำเนินกิจการและค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับอวกาศ ในเดือนกรกฎาคม 2561 บริษัทได้ทำการทดลอง โดยส่งสัมภาระขึ้นไปยังสภาพแทบจะไร้แรงโน้มถ่วงไปยังอวกาศกับจรวดนิว เชพเพิร์ด ของบลู ออริจินและในเดือนกันยายน 2561 ได้มีการเผยแพร่ภาพสามมิติของชุดอวกาศสำหรับนักบินอวกาศ

ติดตามข่าวธุรกิจและกลยุทธ์การตลาดได้ที่ นิตยสารเอสเอ็ม และ
www.smmagonline.com

Share.